กลายเป็นนักกอล์ฟที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดกับการลงเล่นรายการเมเจอร์ในรอบ 2 ปีหลังสุด สำหรับ “บรูคส์ เคปก้า” หลังกวาดไปถึง 3 แชมป์ กับรายการล่าสุดคือ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ

เคปก้า วัย 28 ปี เพิ่งป้องกันแชมป์ ยูเอส โอเพ่น ที่ชินเนค็อกฮิลล์ มาได้เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนจะมาเก็บเมเจอร์ที่ 3 ในรอบ 14 เดือนที่เบลเลรีฟ คันทรีคลับ หลังขยับขึ้นมานำตั้งแต่รอบ 3 แม้วันสุดท้ายจะมี ไทเกอร์ วูดส์ ที่ขยับไล่กดดันขึ้นมา แต่ผลงาน 4 อันเดอร์พาร์ ขยับสกอร์รวมไปจบที่ 16 อันเดอร์พาร์ 264 ก็มากพอต่อการชนะและคว้าแชมป์ไปครอง พร้อมรับเงินก้อนโตเข้ากระเป๋าไป 1.98 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบ 66 ล้านบาท

การคว้าแชมป์ครั้งนี้ของ เคปก้า ทำให้เขาเป็นนักกอล์ฟเพียงคนที่ 5 ในประวัติศาสตร์เท่านั้นที่สามารถคว้าแชมป์ ยูเอส โอเพ่น และ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ ได้ภายในปีเดียวกัน และเป็นคนแรกนับตั้งแต่ ไทเกอร์ เมื่อปี 2000 เลยทีเดียว

แชมป์เมเจอร์ทั้ง 3 ครั้งของ เคปก้า ยังคงเป็นการคว้าแชมป์ที่เขาไม่ได้มีสปอนเซอร์อุปกรณ์กอล์ฟอย่างเป็นทางการ และนั่นหมายความว่า แชมป์เมเจอร์ทุกคนในปี 2018 รวมถึงแชมป์เดอะมาสเตอร์ส แพทริค รีด และ ฟรานเชสโก โมลินารี แชมป์ดิโอเพ่น ต่างเป็นแชมป์ที่ไม่ได้ยึดโยงกับแบรนด์อุปกรณ์เลยแม้แต่คนเดียว

ในถุงกอล์ฟของ เคปก้า มีไดรเวอร์ TaylorMade M3 เป็นอาวุธสำคัญ ด้วยสถิติไดร์ฟเฉลี่ย 324.2 หลา คิดเป็นอันดับ 2 ของการแข่งขัน ชนิดที่ขนาด ไทเกอร์ ยังยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะไล่ตามนักกอล์ฟผู้มีเกมไดร์ฟไกลเป็นทีเด็ดสำคัญอย่าง เคปก้า ได้ทัน

ขณะที่อีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญคงต้องยกให้กับเหล็ก Mizuno JPX-900 Tour ที่เป็นส่วนประกอบที่ เคปก้า ใช้คว้าแชมป์เมเจอร์ทั้ง 3 รายการ กับเหล็กที่ทาง Mizuno เผยว่าถูกสร้างขึ้นมาโดยมี เคปก้า เป็นนักกอล์ฟในอุดมคติ ด้วยความเป็นนักกอล์ฟวัยหนุ่ม, มีความเป็นนักกีฬาสูง และมีสไตล์การเล่นที่กล้าได้กล้าเสีย

อันที่จริงแล้ว JPX เป็นไลน์อุปกรณ์ที่ Mizuno วางไว้สำหรับนักกอล์ฟทั่วไป โดยมีไลน์ MP ที่เหมาะกับนักกอล์ฟมือดีจนถึงระดับทัวร์มาตั้งอยู่เคียงข้างกัน แต่กับซีรี่ส์ JPX-900 ได้ถูกใส่โมเดล Tour เข้ามาเพิ่มเติม เพื่อให้ครอบคลุมทุกระดับฝีมือของนักกอล์ฟ โดยโมเดลนี้โดดเด่นด้วยกระบวนการผลิตแบบ Grain Flow Forged เป็นชิ้นเดียวจากวัสดุ 1025E Mild Carbon Steel ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวลแต่หนักแน่น และความสม่ำเสมอ เพิ่มความเสถียรรวมถึงการชดเชยความผิดพลาดให้ใบด้วยโครง PowerFrame นอกจากนั้นก็มีรูปทรงที่ออกแบบมาเพื่อนักกอล์ฟมือดีด้วยด้วยดีไซน์แบบใบเหล็กแบบกะทัดรัด และองศาของเหล็กที่ลาดกว่าปกติ แต่ขณะเดียวกันก็มีตัวช่วยอย่างส่วนฐานที่เรียวเล็ก เพื่อให้ตีผ่านได้ง่าย และควบคุมวิถีได้ดีขึ้น

ปี 2018 นับเป็นปีทองของ เคปก้า อย่างแท้จริง ทั้งที่ถ้าเมื่อย้อนไปตอนต้นปี เขาเริ่มต้นปีได้อย่างโชคไม่ดีนัก เมื่อต้องพลาดลงแข่งไปถึง 4 เดือน เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ข้อมือซ้าย แต่แล้วเขาก็กลับมาได้ แถมกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ด้วยแชมป์เมเจอร์ถึง 2 รายการเลยทีเดียว

ถึงแม้บางครั้งเริ่มต้นได้ไม่ดี แต่ก็ไม่จำเป็นต้องลงท้ายด้วยไม่ดีเสมอไป และ “บรูคส์ เคปก้า” ก็เป็นตัวอย่างในเรื่องนี้ได้ดีทีเดียวครับ…

What’s in Bag / Brooks Koepka
Driver: Taylormade M3, 9.5˚ (Mitsubishi Rayon Diamana D+ 70TX)
Fairway: TaylorMade M2 Tour (Mitsubishi Rayon Diamana D+ 80TX)
Driving Iron: Nike Vapor Fly Pro 3-iron (Fujikura Pro 95 Tour Spec X-Flex)
Irons: Mizuno JPX-900 Tour (4-PW) (True Temper Dynamic Gold Tour Issue X100)
Wedges: Titleist Vokey SM7 52, 56 and 60 (Dynamic Gold S400 shafts)
Putter: Scotty Cameron Tour Only T10 Select Newport 2
Ball: Titleist Pro V1x