SHARE

Titleist ขยับเตรียมเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการลอนช์เหล็กรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ นำมาโดยการเปิดเผยรายละเอียดของเหล็กยูทิลิตี้รุ่นใหม่อย่างทางการ “U Series” ด้วยคอนเซ็ปต์เพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเหล็กยาว และให้การชดเชยความผิดพลาดที่สูงขึ้น รวมถึงมีองศาของเหล็ก 1 ให้เลือกอีกด้วย

เหล็กยูทิลิตี้ Titleist U Series รุ่นใหม่ มีให้เลือกสองโมเดลระหว่าง U•500 และ U•510 เพื่อเข้ามาเป็นทางเลือกในการเล่นช็อตยาว ด้วยคุณสมบัติตีได้ไกลเหล็กมาตรฐานทั่วไป และให้สปินต่ำกว่าไม้ไฮบริด ช่วยให้นักกอล์ฟตีได้อย่างแม่นยำ ให้วิถีลูกที่ควบคุมได้ ในเวลาที่ต้องการ โดยมีกำหนดวางตลาดอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 สิงหาคมนี้

Titleist U Series โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีหน้าไม้แบบฟอร์จที่ถูกออกแบบเป็นรูปตัว L พร้อมใส่ก้อนทังสเตนปริมาณที่มากกว่าในใบเหล็ก ทำให้สร้างมุมเหินได้สูงยิ่งขั้น และความเร็วลูกกอล์ฟสูงขึ้น ให้ประสิทธิภาพของเหล็กยาว ที่ช่วยเปลี่ยนเกมของคุณ กระทั่งปัจจุบันได้กลายเป็นเหล็กยูทิลิตี้ ที่มีนักกอล์ฟใช้ลงแข่งขันมากที่สุดใน PGA Tour ในขณะนี้ โดยเฉพาะการได้รับความเชื่อมั่นจากผู้เล่นชั้นนำอย่าง Adam Scott, Jordan Spieth และ Jimmy Walker เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะการหยิบใช้ลงแข่งขันในศึกเมเจอร์สุดท้ายของปีอย่าง ดิ โอเพ่น ที่รอยัล พอทรัช อีกด้วย

ประสิทธิภาพและคุณสมบัติหลักของ U•500
U•500 ถูกออกแบบสำหรับนักกอล์ฟจริงจัง ที่ต้องการประสิทธิภาพในการเล่นแต่งช็อตที่เหนือกว่า เป็นเหล็กยูทิลิตี้ ที่มีองศาหน้าไม้ต่ำ และเล่นได้อย่างหลากหลายที่สุด รูปทรงกะทัดรัด ให้มุมเหินสูง ลูกตกลงพื้นอย่างนุ่มนวล และควบคุมระยะทางได้แม่นยำ

U•500 ได้ถูกออกแบบใส่ก้อนทังสเตนความหนาแน่นสูง ในตำแหน่งที่เหมาะสม (โดยเฉลี่ย 98 กรัม) ทำให้ตำแหน่งของจุด CG ต่ำ ช่วยเพิ่มมุมเหิน ควบคุมวิถีลูกได้ตามต้องการ และมีค่า MOI สูง ให้ความสมดุล และความเสถียรสูง ในการเล่นทุกช็อต ตัวหน้าไม้แบบฟอร์จรูปทรงตัว L ที่บางที่สุด เท่าที่แบรนด์เคยมีมา ทำจากเหล็ก SUP-10 สร้างความเร็วลูกกอล์ฟได้สูงสุด ทำให้ตีได้ไกลขึ้น

• องศาหน้าไม้ที่วางตลาด: 2I (17º), 3I (20º), 4I (23º)

ประสิทธิภาพและคุณสมบัติหลักของ U•510
U•510 ให้ประสิทธิภาพใกล้เคียงกับไม้ไฮบริด ชดเชยความผิดพลาดสูง และมีรูปทรงแบบเหล็ก เป็นเหล็กยูทิลิตี้ ที่ให้มุมเหินสูง และตีง่าย ฐานด้านล่าง มีขนาดใหญ่ และกว้าง ให้ประสิทธิภาพในการเล่นที่สม่ำเสมอ ให้ทั้งระยะทาง มุมเหิน และชดเชยความผิดพลาดสูงขึ้น จนทำให้ทีมวิศวกรของ Titleist สามารถผลิตเหล็ก 1 ที่มีองศาหน้าไม้ 16 องศา ซึ่งใช้งานได้ดี และเล่นได้ง่าย ทั้งการตีจากแท่นที และบนพื้นหญ้า

สำหรับใน U•510 จะมีขนาดใบเหล็กที่ใหญ่กว่า และชดเชยความผิดพลาดสูงกว่า มีฐานด้านล่างกว้าง ทำให้ตีลูกลอยได้ง่าย จากทั้งการเล่นบนที และบนพื้นหญ้า ถูกออกแบบใส่ก้อนทังสเตนความหนาแน่นสูง ในตำแหน่งที่เหมาะสม (โดยเฉลี่ย 95 กรัม) ทำให้ตำแหน่งของจุด CG อยู่ต่ำและลึก ให้มุมเหินสูงที่สุด ลูกตกและหยุดได้อย่างรวดเร็ว และมีค่า MOI สูง ให้ความเสถียรในการเล่นทุกช็อต และชดเชยความผิดพลาดสูง ตัวหน้าหน้าไม้แบบฟอร์จรูปทรงตัว L ทำจากเหล็ก SUP-10 สร้างความเร็วลูกกอล์ฟได้สูงสุด ทำให้ตีได้ไกลขึ้น

• องศาหน้าไม้ที่วางตลาด: 1I (16º), 2I (18º), 3I (20º), 4I (22º)

การทดลอง และทำฟิตติ้ง แบบไม่มีค่าใช้จ่าย เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป นักกอล์ฟสามารถสัมผัสถึง ประสิทธิภาพ และความเร็วของเหล็กยูทิลิตี้ U Series โดยการทำฟิตติ้ง หรือไปที่กิจกรรมวันทดลองอุปกรณ์ของ Titleist (รวมถึง Titleist Thursdays) ที่จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ดูกำหนดการ และพบกับผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ของ Titleist ที่จะมาแนะนำอุปกรณ์กอล์ฟที่เหมาะสมที่สุดให้กับทุกท่าน ได้ที่ www.titleist.in.th/golf-clubs/trial-events

ก้านกราไฟท์รุ่นสต็อก ก้านกราไฟท์รุ่นสต็อกของเหล็กยูทิลิตี้ U Series U•500 และ U•510 ได้แก่ ก้าน HZRDUS Smoke Black 80 (มุมเหินปานกลาง-ต่ำ, สปินต่ำ) และก้าน Tensei AV Blue 70 โดยมีความยาวก้านยาวขึ้น +0.25” เมื่อเทียบกับความยาวก้านของชุดเหล็ก ก้านกราไฟท์ในเหล็กยูทิลิตี้ ได้รับความนิยมอย่างมากโดยผู้เล่นใน PGA Tour เพราะให้ความเร็ว และมุมเหินที่สูงกว่า เพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นด้วยเหล็กยูทิลิตี้ รวมถึงสามารถสั่งซื้อแบบคัสตอมได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

เหล็กยูทิลิตี้ Titleist U Series U•500 และ U•510 วางตลาดพร้อมกันทั่วโลก วันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2562 ที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Titleist โดยมีราคาขายทั่วไปที่ 9,200 บาท นักกอล์ฟที่สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ได้โดยตรงที่ www.titleist.in.th/golf-clubs/utility-irons