SHARE

Titleist เปิดเผยรายละเอียดของชุดเหล็กรุ่นใหม่ T-Series และ 620 อย่างเป็นทางการ โดยมีให้เลือกถึง 5 โมเดลย่อย และชูโรงมาด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่าง “Max Impact” ที่พัฒนาร่วมกันกับทีมพัฒนาลูกกอล์ฟ ทำให้กลายเป็นเหล็กที่ตีไกลยิ่งกว่าเดิม และสม่ำเสมอมากขึ้น ทั้งสองซีรี่ส์มีกำหนดวางตลาดพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 30 สิงหาคมนี้

Titleist กลับมาอีกครั้งกับชุดเหล็กรุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมกับชื่อใหม่อย่าง T-Series และ 620 ใน T-Series มีรุ่นย่อยแบ่งออกเป็น 3 โมเดล ประกอบด้วย T100, T200 และ T300 ทั้งหมดถูกออกแบบใหม่ ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น และให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นไปอีกระดับ ขณะที่ 620 เป็นเหล็กเบลดประสิทธิภาพสูง มีสองรุ่นย่อยคือ CB เหล็กเบลดแบบมีช่องว่างด้านหลัง และ MB เหล็กเบลดแบบหลังตัน

ใน T-Series ถูกชูโรงมาด้วยเทคโนโลยีล่าสุดของ Titleist คือ Max Impact ที่มีอยู่ในโมเดล T200 และ T300 โดยเป็นเทคโนโลยีที่เกิดจากการพัฒนาร่วมกันกับทีมวิจัยและพัฒนาลูกกอล์ฟของ Titleist นำมาสู่นวัตกรรมที่โดดเด่นเป็นก้อนโพลีเมอร์ที่ถูกใส่เข้ามาภายในใบเหล็กหลังหน้าไม้ในบริเวณตำแหน่งปะทะลูกของเหล็กกลาง และเหล็กยาว ช่วยให้สร้างความเร็วได้สูงสุด จากทั่วทั้งหน้าเหล็ก อีกทั้งยังเอื้อให้สามารถออกแบบหน้าเหล็กได้บางเป็นพิเศษ ช่วยให้นักกอล์ฟตีได้ไกลขึ้น และสม่ำเสมอยิ่งขึ้น จากทุกการสวิง อีกทั้งยังช่วยซับเสียง เพื่อให้เสียง และความรู้สึกที่ดี ขณะหน้าไม้ปะทะลูก

สำหรับเหล็กแต่ละโมเดลมีแคเรกเตอร์ที่โดดเด่นแตกต่างกัน นำมาโดย T100 อันเป็นชุดเหล็กสำหรับนักกอล์ฟที่จริงจังอย่างแท้จริง มีรูปทรงที่นักกอล์ฟฝีมือดีชื่นชอบ ช่วยเพิ่มความมั่นใจ ขณะจรดลูก และให้ประสิทธิภาพที่ผู้เล่นในทัวร์ต้องการ พร้อมความรู้สึกที่เป็นเอกลักษณ์ของ Titleist T100 เป็นเหล็กแบบมีช่องว่างด้านหลัง ผลิตด้วยกระบวนการฟอร์จทั้งชิ้น และใส่ทังสเตนความหนาแน่นสูง สองชิ้น ในใบเหล็กด้วยกระบวนการโคฟอร์จ ทำให้ควบคุมระยะได้อย่างแม่นยำ อันเป็นผลมาจากใบเหล็กที่มีความเสถียรอย่างลงตัว 
ก้านสต็อก : True Temper Project X LZ | มุมเหินปานกลาง สปินต่ำ | 120 กรัม (6.0), Nippon NS Pro 880 AMC Chrome | มุมเหินสูง สปินสูง | 93-105-105 กรัม (น้ำหนักเพิ่มขึ้นเบอร์ละ 3 กรัม ตั้งแต่เหล็ก 4 ถึงเหล็ก 8 จากนั้นน้ำหนักคงที่)
ราคาขาย : ชิ้นละ 6,320 บาท

T200 เป็นเหล็กที่ถูกออกแบบให้ตีได้ไกล มีรูปทรงใบเหล็ก และให้ความรู้สึกขณะหน้าไม้ปะทะลูก ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทัวร์ พร้อมเทคโนโลยี Max Impact ที่สร้างความเร็วลูกกอล์ฟได้สูงสุด และช่วยให้ควบคุมระยะได้อย่างแม่นยำ T200 มีหน้าไม้รูปตัว L ที่บางเป็นพิเศษ ให้มุมเหินสูง ลูกกอล์ฟจะตกลงบนกรีนในมุมชัน และหยุดอย่างรวดเร็ว ช่วยเปลี่ยนช็อตที่เกือบพลาดเป็นช็อตที่เกือบสมบูรณ์แบบ 
ก้านสต็อก : True Temper Project X LZ | มุมเหินปานกลาง สปินต่ำ | 115 กรัม (5.5), Nippon NS Pro 880 AMC Chrome | มุมเหินสูง สปินสูง | 93-105-105 กรัม (น้ำหนักเพิ่มขึ้นเบอร์ละ 3 กรัม ตั้งแต่เหล็ก 4 ถึงเหล็ก 8 จากนั้นน้ำหนักคงที่) (R, S) 
ราคาขาย : ชิ้นละ 6,320 บาท

T300 เป็นเหล็กที่ให้การชดเชยความผิดพลาดสูงสุด รูปทรงทันสมัย มาพร้อมกับหน้าไม้ที่สร้างความเร็วได้สูงขึ้น และให้ความรู้สึกที่นักกอล์ฟชื่นชอบ เทคโนโลยี Max Impact สร้างความเร็วได้สูงสุด จากทั่วทั้งหน้าไม้ที่มีขนาดปานกลาง และชดเชยความผิดพลาดสูงเป็นพิเศษ ใบเหล็กแบบมีช่องว่างด้านหลัง ที่ช่วยสร้างความเร็ว ให้มุมเหินสูง ตีไกล ชดเชยความผิดพลาดสูง ประสิทธิภาพที่นักกอล์ฟที่ต้องการพัฒนาเกมการเล่นต้องการ
ก้านสต็อก : Nippon NS Pro 880 AMC Chrome | มุมเหินสูง สปินสูง | 93-105-105 กรัม (น้ำหนักเพิ่มขึ้นเบอร์ละ 3 กรัม ตั้งแต่เหล็ก 4 ถึงเหล็ก 8 จากนั้นน้ำหนักคงที่) (R, S), Mitsubishi MCA Tensei Red AM2 | มุมเหินสูง สปินสูง | 54-68 กรัม (น้ำหนักเพิ่มขึ้นเบอร์ละ 2 กรัม) (R) 
ราคาขาย : ก้านเหล็กชิ้นละ 4,700 บาท และก้านกราไฟท์ชิ้นละ 5,200 บาท

ส่วนใน 620 CB เป็นเหล็กที่มีจุดเด่นอยู่ที่การให้ทั้งสมรรถนะ และความแม่นยำ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเหล็กยาว ให้ความรู้สึกสุดยอด และมาพร้อมรูปทรงคลาสสิค สำหรับนักกอล์ฟมือดี ช่องว่างด้านหลังถูกออกแบบอย่างทันสมัย เพื่อให้วิถีลูก และประสิทธิภาพในการเล่นแต่งช็อตแบบที่นักกอล์ฟในทัวร์ชื่นชอบ พร้อมความรู้สึกของเหล็กฟอร์จที่แท้จริง ขนาดใบเหล็กเป็นแบบไล่ระดับ พร้อมขอบด้านบนที่บางลง ออฟเซ็ทลดลง ขณะเดียวกันก็มีการเสริมการชดเชยความผิดพลาด ด้วยทังสเตนความหนาแน่นสูง
ก้านสต็อก : True Temper Project X LZ | มุมเหินต่ำ สปินปานกลาง | 120 กรัม (6.0)
ราคาขาย : ชิ้นละ 6,320 บาท

รุ่นสุดท้ายคือ 620 MB เหล็กแบบหลังตันที่ทันสมัย ให้ความแม่นยำสูงในการเล่นแต่งช็อต พร้อมรูปทรง และความรู้สึกที่นักกอล์ฟฝีมือดีต้องการ ตัวขนาดใบเหล็กถูกดีไซน์แบบไล่ระดับเช่นกัน โดยเฉพาะการออกแบบรูปทรงที่ออกแบบสามารถผสมชุดเหล็กระหว่าง CB และ MB ได้อย่างลงตัว เสริมด้วยฐานด้านล่างแบบที่ผู้เล่นในทัวร์ชื่นชอบ ออกแบบให้ตีผ่านหญ้าได้อย่างนุ่มนวล และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวเหล็กเป็นหล็กฟอร์จแบบชิ้นเดียว ผลิตจากเหล็กคาร์บอน 1025 ให้ความรู้สึกดีที่สุด ขณะหน้าไม้ปะทะลูก เสริมด้วยรูปลักษณ์ที่ดูสะอาดตา จากสี brushed chrome ที่สะอาดตา กับลายกราฟิคเพียงหนึ่งเดียวนั่นคือ โลโก้ Titleist 
ก้านสต็อก : True Temper Project X | มุมเหินต่ำ สปินต่ำ | 120 กรัม (6.0)
ราคาขาย : ชิ้นละ 6,320 บาท

เหล็ก Titleist T-Series และ 620 รุ่นใหม่ วางตลาดพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ ขณะที่การทดลองอุปกรณ์ และทำฟิตติ้ง แบบไม่มีค่าใช้จ่าย เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคมนี้ นักกอล์ฟสามารถสัมผัสถึงประสิทธิภาพของชุดเหล็ก T-Series และ 620 รุ่นใหม่ โดยไปทำฟิตติ้งที่ Titleist National Fitting Centre สนามกอล์ฟธนาซิตี้ หรือไปที่วันทำกิจกรรมทดลองอุปกรณ์ และทำฟิตติ้ง ตามสนามไดร์ฟกอล์ฟต่างๆ (รวมถึง Titleist Thursdays) ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในสนามไดร์ฟกอล์ฟและสนามกอล์ฟต่างๆ ทั่วประเทศ สามารถจองเวลาทำฟิตติ้งกับ Titleist ได้ที่ www.titleist.in.th/golf-club-fitting/appointments และดูกำหนดการวันทำกิจกรรมทดลองอุปกรณ์กอล์ฟ titleist ได้ที่ www.titleist.in.th/golf-clubs/trial-events