SHARE

Titleist เปิดตัวสองลูกกอล์ฟรุ่นใหม่ล่าสุดจากซีรี่ส์ลูกกอล์ฟสองชั้นประสิทธิภาพสูง Tour Soft และ Velocity ที่มาพร้อมการพัฒนาประสิทธิภาพให้ครบทุกด้านมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงจุดเด่นของทั้งสองรุ่นเอาไว้ มีกำหนดเริ่มวางขายวันที่ 1 ก.พ.นี้

Titleist Tour Soft
Titleist Tour Soft วางตลาดครั้งแรก เมื่อสองปีก่อน โดดเด่นด้วยการเป็นลูกกอล์ฟที่มีแกนในใหญ่ที่สุดเท่าที่แบรนด์เคยทำมา และมีเปลือกนอกบางเป็นพิเศษ ทำให้คุณสมบัติมีความนุ่มสูง รวมถึงสร้างความเร็วได้สูง ตีได้ไกล และให้สปิน และประสิทธิภาพในการควบคุมที่ดีในการเล่นลูกสั้น ขณะที่ในรุ่นนี้ใหม่นี้ได้ถูกพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น โดยมีประสิทธิภาพที่รอบด้านมากขึ้น

ใน Tour Soft รุ่นใหม่ยังคงมาพร้อมกับแกนในที่ใหญ่ที่สุด และใหญ่กว่ารุ่นที่แล้ว ทำให้สร้างความเร็วลูกกอล์ฟได้สูงขึ้นอีก และสามารถตีได้ไกลขึ้นจากแท่นที ขณะที่ด้วยแกนในที่ใหญ่ขึ้น ส่งผลให้เปลือกนอกนั้นมีขนาดที่บางลง จึงต้องมีการพัฒนาเปลือกนอกประสิทธิภาพสูงด้วยระบบ 4CE Grafted ซึ่งช่วยเพิ่มสปินในการเล่นลูกสั้น

อีกหนึ่งจุดที่ถูกพัฒนาเข้ามาในรุ่น Tour Soft รุ่นใหม่คือ รอยบุ๋มแบบแบบใหม่ 342 cuboctahedron ที่สามารถให้วิถีลูกพุ่งอย่างทรงพลังยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็เสริมประสิทธิภาพการพัตต์บนกรีนด้วยรูปแบบเส้นช่วยเล็งทิศทางแบบสองเส้น มีลักษณะแบบรูปตัว “T” ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบเส้นเล็งยอดนิยมจากระบบคัสตอม My Titleist (ในเว็บไซต์ Titleist.com) เพื่อช่วยให้นักกอล์ฟเล็งทิศทางบนกรีนได้ง่ายขึ้น หรือแม้แต่บนแท่นทีก็เช่นกัน

ลูกกอล์ฟ Titleist Tour Soft รุ่นใหม่ วางตลาดทั้งรุ่นสีขาว และสีเหลือง high-optic โดยเป็นรุ่นที่ถูกผลิตขึ้นโรงงานผลิตลูกกอล์ฟ Ball Plant 2 ของ Titleist ในเมือง North Dartmouth รัฐ Massachusetts ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อความมั่นใจในการควบคุมคุณภาพ และประสิทธิภาพ ให้มีความสม่ำเสมอมากที่สุด ในลูกกอล์ฟทุกโหล และทุกลูก โดยมีกำหนดวางตลาดในประเทศไทย วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 โดยมีราคาขายที่โหลละ 1,399 บาท

Titleist Velocity
Titleist Velocity เป็นลูกกอล์ฟที่โดดเด่นในการสร้างความเร็ว และให้ระยะทางสูงสุด โดยในรุ่นใหม่นี้ได้ยกระดับประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ และแกนในแบบใหม่ ที่ทำให้ลูกกอล์ฟรุ่นนี้เป็น Velocity ที่ตีได้ไกลที่สุด และให้ประสิทธิภาพดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา

สำหรับแกนในที่เปรียบเสมือนเครื่องยนต์ของ Velocity เป็นแกนใน LSX แบบใหม่ขนาดใหญ่ขึ้น สร้างความเร็วได้สูงขึ้น ให้ความเร็วที่สูงขึ้น เมื่อลูกกอล์ฟออกจากหน้าไม้ อีกทั้งยังให้สปินต่ำมาก ในช็อตแบบตีเต็มวง โดยให้ระยะแคร์รี่ที่ไกลขึ้น ช่วยให้นักกอล์ฟตีได้ไกลที่สุด อีกทั้งการเพิ่มขนาดแกนในยังช่วยเพิ่มสปินของลูก ทำให้ลูกกอล์ฟหยุดได้เร็วขึ้นในช็อตแอพโพรชที่ตีด้วยเหล็ก

ด้านเปลือกนอกแบบ NaZ+ เป็นเปลือกนอกที่ถูกออกแบบให้สร้างความเร็วได้สูง และให้การควบคุมที่ดี ในการเล่นลูกสั้นรอบกรีน รวมถึง Velocity มาพร้อมรูปแบบรอยบุ๋มแบบใหม่เช่นกันคือ 350 octahedral โดยให้วิถีของลูกสูง และสม่ำเสมอยิ่งขึ้น ทำให้ตีได้ไกลขึ้น

นอกจากนี้ Velocity ยังคงมาพร้อมรูปแบบสีลูกกอล์ฟที่โดดเด่น ด้วยการมาพร้อมกับสีด้านแบบใหม่ที่สะดุดตา และได้รับการทดสอบแล้วว่ามีความทนทานสูง วางตลาดพร้อมกันสามสี ได้แก่ สีชมพูด้าน เขียวด้าน และส้มด้าน (พร้อมหมายเลขบนลูกกอล์ฟ #00-11-22-33) พร้อมกับสีขาวแบบมาตรฐาน (พร้อมหมายเลขบนลูกกอล์ฟ 1-4)

ลูกกอล์ฟ Titleist Velocity รุ่นใหม่ ผลิตที่โรงงานผลิตลูกกอล์ฟ Titleist – Ball Plant 2 เช่นเดียวกับลูกกอล์ฟ Titleist Tour Soft ที่มีมาตรฐานสูงมาก และมีกำหนดวางตลาดในประเทศไทย วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เช่นกัน โดยมีราคาขายที่โหลละ 1,099 บาท

นักกอล์ฟที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมของลูกกอล์ฟ Tour Soft และ Velocity จาก Titleist สามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่ บริษัท แอคูชเน็ท กอล์ฟ (ประเทศไทย) จำกัด โทร. 02-751-4082-5