คอลัมน์ Test Equipment ครั้งนี้ทีมงาน HotGolf ยังคงอยู่กันที่การทดสอบชุดเหล็ก 718 ซีรี่ส์ใหม่ล่าสุดจากทาง Titleist กับสองโมเดลที่นักกอล์ฟรู้จักกันเป็นอย่างดีคือ AP1 และ AP2

ตัวชุดเหล็ก Titleist 718 AP1 ออกแบบด้วยคอนเซ็ปต์ให้ตีได้ไกลที่สุด และชดเชยความผิดพลาดสูงสุด เป็นเหล็กแบบ game improvement และรุ่นใหม่นี้ออกแแบบใบเหล็กแบบ Progressive ความยาวใบเหล็กยาวแบบไล่ระดับ เหล็กยาวใบเหล็กมีโพรงด้านใน ขณะที่เหล็กกลาง และเหล็กสั้น ใบมีช่องว่างด้านหลังแบบ undercut การออกแบบที่แตกต่างกันในเหล็กแต่ละเบอร์ ก็เพื่อให้ตีได้ไกลที่สุด และวิถีลูกที่ดีที่สุด จากเหล็กทุกชิ้นในชุด

ตัวใบเหล็ก 718 AP1 ยังออกแบบใส่ก้อนทังสเตนความหนาแน่นสูง ทำให้ตำแหน่งของจุด CG ต่ำลง ให้มุมเหินที่สูงขึ้น และให้ประสิทธิภาพในการควบคุมลูกให้หยุดดีขึ้น และมีค่า MOI สูง ด้วยทังสเตนโดยเฉลี่ย 58.5 กรัมต่อหัว ใส่ไว้ในตำแหน่งที่ต่ำ และอยู่ทางด้านปลายใบเหล็กในเหล็กยาว และเหล็กกลาง สร้างความเร็วลูกกอล์ฟได้สูงขึ้น จากทุกตำแหน่งบนหน้าไม้ ทำให้ตีได้ระยะที่สม่ำเสมอ แม้ตีพลาดกลางหน้าไม้ก็ตาม นอกจากนี้ยังเสริมตัวช่วยด้วยขอบล่างด้านหน้าของใบเหล็กที่มีการปรับแต่งให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ตีผ่านได้ง่าย นำมาสู่การเข้าปะทะลูกที่สม่ำเสมอยิ่งขึ้น

ด้าน 718 AP2 ยังคงเป็นเหล็กยอดนิยมสำหรับผู้เล่นในทัวร์ ด้วยคอนเซ็ปต์เป็นเหล็กที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ให้ความสม่ำเสมอ และการควบคุมระยะที่แม่นยำ รุ่นใหม่นี้โครงใบเหล็กออกแบบให้บางลง และหน้าไม้แบบคนละชิ้นกับโครง ซึ่งทำจากเหล็กที่มีความแข็งแรง และดีดตัวสูง เพื่อเพิ่มมุมเหิน และความเร็วลูกกอล์ฟ ทำให้ตีได้ไกลขึ้น ตำแหน่งของจุด CG ถูกออกแบบให้มีตำแหน่งไล่ระดับ ตำแหน่งของจุด CG จะอยู่ต่ำ และกลางหน้าไม้ยิ่งขึ้นในเหล็กยาว ช่วยเพิ่มความเร็วลูกกอล์ฟ ในช็อตที่ตีพลาดกลางหน้าไม้ ให้การควบคุมระยะที่แม่นยำ จากทุกการสวิง

แม้จะเป็นเหล็กสำหรับผู้เล่นมือดี แต่ AP2 ก็ยังให้ความสำคัญกับการชดเชยความผิดพลาด ด้วยการดีไซน์จัดวางการกระจายน้ำหนักอย่างแม่นยำ และโครงสร้างแบบโคฟอร์จ ใส่ทังสเตนความหนาแน่นสูงหนัก 57.4 กรัมต่อหัวโดยเฉลี่ย ที่ด้านโคน และปลาย ของเหล็กยาว และเหล็กกลาง รวมถึงการออกแบบโดยเพิ่มฝาปิดด้านนอกทั้งด้านโคนและปลายแบบใหม่ที่ทำจากทังสเตน ผ่านกระบวนการโคฟอร์จ เข้าไปที่ใบเหล็ก ทำให้ค่า MOI เพิ่มขึ้น ให้การชดเชยความผิดพลาดสูงสุด และเช่นเดียวกันกับ AP1 มีการออกแบบขอบล่างด้านหน้าแบบใหม่ ที่ถูกปรับแต่งให้สามารถตีผ่านได้ดียิ่งขึ้น

นักกอล์ฟที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมของชุดเหล็ก Titleist 718 สามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้โดยตรงที่ บริษัท แอคูชเน็ท กอล์ฟ (ประเทศไทย) จํากัด โทร.02-751-4082-5

Test by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการนิตยสาร HotGolf
หลังจากครั้งก่อนเราได้ทดสอบชุดเหล็ก Titleist 718 รุ่น AP3 โมเดลน้องใหม่ล่าสุดกันไปแล้ว ครั้งนี้เราขยับมาทดสอบกันที่โมเดล AP1 และ AP2 ที่นักกอล์ฟคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ด้วยเป็นโมเดลที่มีความแตกต่างอย่างชัดเจน AP1 ยังคงตีง่าย และชดเชยความผิดพลาดได้สูงสุด รุ่นใหม่นี้ใบใหญ่ แต่ไม่เทอะทะ รูปลักษณ์ออกแบบให้ความรู้สึกที่กะทัดรัดมากขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้ ส่วนตัวมองว่าน่าใช้มากขึ้น ด้วยเพราะขนาดใบไม่ได้ใหญ่หนามาก จากการทดสอบยังตีง่าย ฟีลลิ่งจังหวะอิมแพ็คยังคงหนักแน่น และมีจุดเด่นอยู่ที่การสร้างระยะได้ดีและสม่ำเสมอ ตีโดนไม่ดีก็ยังทำระยะได้น่าพอใจ โดยรวมโมเดลใหม่นี้ผมว่าน่าใช้ขึ้นเยอะ นักกอล์ฟท่านใดอยากได้เหล็กตีง่ายๆ ฟีลลิ่งแน่นตามสไตล์เหล็กอเมริกัน จัด 718 AP1 ไปรับรองถูกใจแน่นอนครับ
ด้าน AP2 ยังคงยึดคอนเซ็ปต์ใส่เทคโนโลยีภายในสูงสุด เหมาะสำหรับผู้เล่นมือดี ขนาดใบเหล็กกะทัดรัด แต่ไม่ได้เล็กจนน่ากังวล จากการทดสอบฟีลลิ่งจังหวะอิมแพ็คค่อนข้างหนักแน่น การคอนโทรลลูกถือว่าดีมากๆ แต่ที่เด่นมากจนรู้สึกได้คือ ขอบล่างด้านหน้าที่รุ่นนี้ออกแบบมาใหม่ สามารถตีตัดผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นในรัฟหรือในบังเกอร์ ถือเป็นคุณสมบัติเด่นที่นักกอล์ฟในทัวร์ชื่นชอบ เพราะจะช่วยพวกเขาได้มากทีเดียวครับเวลาเจอกับอุปสรรคต่างๆ ให้สามารถผ่านไปได้ดีที่สุด
สำหรับทั้ง AP1 และ AP2 มีจุดเด่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แล้วแต่ว่าท่านนักกอล์ฟจะชื่นชอบ หรือต้องการคุณสมบัติแบบใดจากชุดเหล็ก หรือถ้าต้องการเหล็กที่อยู่จุดกึ่งกลางของทั้งสองโมเดลก็อาจพิจารณา AP3 ดู หรือจะลองทดสอบให้ครบทั้ง 3 โมเดลเลย แล้วลองดูกันครับว่าคุณชอบโมเดลไหนมากที่สุด