แทบจะขึ้นหิ้งไปแล้ว สำหรับหัวไม้ตระกูล SIM2 จาก TaylorMade ด้วยคอนเซ็ปต์การเป็นหัวไม้ที่สร้างความเร็วได้สูงสุดยิ่งกว่าเดิม จากโครงสร้างแบบใหม่ที่ปลดล็อกขีดจำกัดก่อนหน้านี้

ในหัวไม้ SIM2 ถือเป็นรุ่นที่ TaylorMade อัดเทคโนโลยีที่ดีที่สุดที่พวกเขาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เข้ามาไว้ในแทบทุกจุดทุกบริเวณของหัวไม้ เพื่อให้เป็นหัวไม้ที่มีประสิทธิภาพสมบูรณ์แบบ ที่นอกจากจะสร้างความเร็วได้มากขึ้นแล้ว การชดเชยความผิดพลาดก็สูงขึ้นตามไปด้วย

คอนเซ็ปต์การเป็นไม้กอล์ฟที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีเช่นนี้ ยังถูกส่งต่อมาถึงชุดเหล็ก TaylorMade SIM2 Max ที่เปิดตัวมาเป็นเหล็กแบบ Game Improvement ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี เพื่อช่วยให้นักกอล์ฟที่กำลังพัฒนาฝีมือ มีเกมการเล่นที่ดีขึ้น จากไม้ที่ตีง่ายขึ้น และที่สำคัญช่วยให้สนุกกับเกมกอล์ฟได้มากขึ้น

Cap Back Design, New ECHO Damping System, Fast Forgiving Face with Progressive ICT, Thru-Slot Speed Pocket ทั้งหมดคือเทคโนโลยีที่อยู่ในเหล็ก SIM2 รุ่นใหม่นี้

โดยเฉพาะเทคโนโลยีไฮไลท์เลยคือ Cap Back Design ซึ่งการเป็นยกระดับขึ้นมาจากเทคโนโลยี Speed Bridge ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เหล็ก M5 และ M6 เพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับส่วนท็อปไลน์ และบริเวณส่วนบนของหน้าเหล็ก ลดแรงสั่น ให้ความเสถียร เอื้อให้วิศวกรสามารถใส่เทคโนโลยีการสร้างระยะให้กับหน้าเหล็กได้อย่างเต็มที่ ชนิดที่ไม่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกทั้งเสียงและสัมผัสเลยแม้แต่น้อย

แต่ Cap Back Design ทำได้มากกว่านั้น ด้วยโจทย์ที่ต้องการจะเสริมความแข็งแรงให้กับส่วนท็อปไลน์ทั้งหมด ตั้งแต่ส่วนโคนจรดส่วนปลาย ด้วยวัสดุโพลีเมอร์ที่วางไว้กระจายเต็มหลังใบ ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับท็อปไลน์ และพื้นที่บริเวณด้านบนทั้งหมดของหน้าเหล็ก

เทคโนโลยีส่วนนี้จะทำงานร่วมกับร่องที่ฐานเหล็กซึ่งแฟนๆ ของ TaylorMade คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี นั่นคือ Thru-Slot Speed Pocket ที่ลดการซัพพอร์ทลง เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับหน้าเหล็กมากยิ่งขึ้น ช่วยเร่งบอลสปีดที่แปรเปลี่ยนเป็นระยะทางได้มากยิ่งขึ้น

และนอกจากจะช่วยให้ SIM2 กลายเป็นเหล็กตีไกลแล้ว Cap Back Design ยังช่วยสร้าง MOI เพื่อให้ทั้งใบเหล็กมีความเสถียรแน่นอนมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยนักกอล์ฟตีเหล็กได้สม่ำเสมอแน่นอนขึ้นอีกด้วย

ขณะเดียวความรู้สึกในการอิมแพ็คที่นุ่มนวลก็เป็นสิ่งที่วิศวกรของ TaylorMade ให้ความสำคัญด้วยเช่นเดียวกัน ด้วยการใส่เทคโนโลยี ECHO Damping System ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นใหม่เข้ามา โดยเป็นวัสดุโพลีเมอร์ HYBRAR ความยืดหยุ่นสูง ที่วางไว้ภายในโพรงของใบเหล็กตลอดแนวตั้งแต่โคนจรดปลาย ให้สามารถรองรับการปะทะในทุกจุด และกระจายแรงสั่นออกไป เพื่อลดทั้งแรงสั่นของทั้งใบเหล็ก และความแข็งกระด้างในการปะทะลูก เพื่อให้เหล็ก SIM2 ยังคงให้ความรู้สึกใกล้เคียงเหล็กแบบฟอร์จ ทั้งเรื่องเสียงและสัมผัสมากที่สุด

อีกหนึ่งเทคโนโลยีเด่นของ TaylorMade และถูกใส่มาในเหล็ก SIM2 ด้วยเช่นกัน นั่นคือ Progressive Inverted Cone Technology (ICT) ซึ่งเป็นส่วนเสริมบริเวณหลังหน้าเหล็ก ช่วยควบคุมหน้าเหล็กที่เร็วและมีแรงดีดสูงให้ยังคงอยู่ในกฎ ขณะเดียวกันก็ช่วยเสริมการชดเชยความผิดพลาดจากการตีไม่โดนกลางหน้าเหล็ก โดยได้วางในตำแหน่งที่แตกต่างกันไปในเหล็กแต่ละเบอร์ อย่างยิ่งกับเหล็กยาวที่จะช่วยให้นักกอล์ฟลดการตีออกขวา ให้ไฟลท์บอลตรงเข้ามาได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น

สิ่งสำคัญที่สุดในการเป็นเหล็กตีง่าย โดยเฉพาะกับนักกอล์ฟที่กำลังพัฒนาฝีมือ นอกจากจะตีได้ไกลแล้ว ต้องเป็นเหล็กที่ตีลูกลอยได้ง่าย และมีพลังในการหยุดลูก ใน SIM2 จึงมีระบบ Optimized CG ที่วางจุดศูนย์ถ่วงให้สามารถตีลูกลอยได้ง่าย และลอยไกล กลายเป็นระยะทางที่มากขึ้น พร้อมมุมตกที่ชัน ช่วยในการหยุดลูกบนกรีนอีกด้วย

ทั้งหมดนี้จึง TaylorMade SIM2 Max กลายเป็นเหล็กที่ช่วยให้นักกอล์ฟตีง่าย และสนุกกับเกมกอล์ฟได้มากขึ้นอย่างแท้จริง พร้อมด้วยตัวเลือกเสริมอย่าง SIM2 Max OS (Oversize) โมเดล Super Game Improvement ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีทั้งหมด ด้วยใบที่ขนาดใหญ่กว่า ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้นักกอล์ฟได้มากยิ่งขึ้นตั้งแต่จรดลูกเลยทีเดียว

TaylorMade SIM2 Max Irons และ SIM2 Max OS วางขายแบบชุด 7 ชิ้น ตั้งแต่ #5-PW, SW โดยมีก้านสต็อกก้านเหล็กเป็น KBS MAX 85 ด้วยราคาขายเซ็ตละ 39,900 บาท และก้านสต็อกก้านกราไฟต์เป็น Mitsubishi Tensei Blue TM 60 (S,R) ที่มีราคาขายเซ็ตละ 43,900 บาท

นักกอล์ฟที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมของเหล็ก TaylorMade SIM2 Max สามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่บริษัท ซีซีเค กรุ๊ป จำกัด โทร.02 019 9743

**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf

Advertisement