SHARE

เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธถึงความร้อนแรงของพัตเตอร์ Odyssey “O-Works” ที่มีการลอนช์ออกมาในช่วงต้นปีที่ผ่านมา พิสูจน์ด้วยการถูกเลือกใช้โดยผู้เล่นชื่อดังอย่าง “ฟิล มิคเคลสัน” และ “รอรี่ แม็คอิลรอย” เป็นต้น

สิ่งที่ทำให้ซีรี่ส์ O-Works ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ต้องยกให้กับเทคโนโลยีการอินเสิร์ทหน้าพัตเตอร์แบบใหม่ที่เรียกว่า “Microhinge” ที่ผสมผสานแผ่นสแตนเลสสตีลรูปทรงคล้ายตะขอเข้ากับชั้น Thermoplastic Elastomer เพื่อให้การท็อปสปินและส่งลูกกอล์ฟให้กลิ้งทันทีหลังอิมแพ็ค ไม่ว่ารูปแบบการสโตรกพัตต์ของนักกอล์ฟจะเป็นเช่นใดก็ตาม

และเพื่อต่อยอดความสำเร็จโดยอิงจากฟีดแบ็คของนักกอล์ฟในทัวร์ ทางตัวแทนของ Odyssey เผยว่า พวกเขาเตรียมสองสีใหม่มาเสริมในรุ่น O-Works นั่นคือสีดำและสีแดง โดยเฉพาะสีแดงที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นสีที่ร้อนแรงที่สุดของทัวร์ในเวลานี้ เช่นเดียวกันกับพัตเตอร์ O-Works และการมาของ O-Works Red ก็ดึงดูดใจนักกอล์ฟหลายคนทันที นำโดย แดเนียล เบอร์เกอร์ ที่เปลี่ยนมาใช้ O-Works Red โมเดล 2-Ball อยู่ในปัจจุบัน

ขณะที่ O-Works Black มาด้วยคอนเซ็ปต์ให้รูปลักษณ์สะอาดตา ดูเรียบง่ายเมื่อจรดลูก อันมาจากฟีดแบ็คของนักกอล์ฟบางคนที่มองว่าไลน์ช่วยเล็งนั้นมีจุดให้มองมากเกินไป จึงเป็นที่มาของพัตเตอร์สีดำด้านที่ให้ความรู้สึกการเล็งแบบดั้งเดิมมากที่สุด

สำหรับ O-Works Red จะมีให้เลือกในโมเดล #7, #7S และ 2-Ball ที่ต่างเป็นโมเดลยอดนิยมของ Odyssey ทั้งสิ้น ขณะที่ O-Works Black มีโมเดลให้เลือกคือ #1 และ #7 และโมเดลพิเศษ อาทิ #2W, #3T, #2M CS, #7S และ 330M ซึ่งเป็นทั้งโมเดลที่ถูกดีไซน์ขึ้นใหม่ และเป็นโมเดลที่ถูกปัดฝุ่นกลับมาทำใหม่อีกครั้ง

Odyssey’s O-Works Black & Red มีกำหนดวางจำหน่ายที่ต่างประเทศในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ นักกอล์ฟที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพัตเตอร์รุ่น O-Works หรือพัตเตอร์รุ่นอื่นๆ ของ Odyssey ได้ที่ บริษัท ลีโอเนียน (ประเทศไทย) จำกัด โทร.02-117-4590