SHARE

น่าจะมีนักกอล์ฟหลายคนที่จำกันได้ ถึงคอนเซ็ปต์ของพัตเตอร์ Odyssey “Stroke Lab” รุ่นแรกที่ให้ความสำคัญกับการจัดวางน้ำหนักเป็นหลัก เพื่อพยายามช่วยให้นักกอล์ฟสโตรกพัตต์ได้สม่ำเสมอที่สุด

แนวคิดของ Stroke Lab นั้นต่างจากพัตเตอร์ตัวอื่นๆ ในท้องตลาดที่ให้กับความสำคัญด้านการโรลลูก หรือดีไซน์ของหัวพัตเตอร์เป็นหลัก นั่นก็เพราะจากผลสำรวจของ Odyssey พบว่าปัญหาส่วนใหญ่ของนักกอล์ฟอเมเจอร์ในเกมพัตต์นั้นเกิดจากการมีการสโตรกพัตต์ที่ไม่แน่นอน ส่งผลให้เกมพัตต์ไม่แม่นยำตามไปด้วย

จาก Stroke Lab รุ่นแรกก็มาถึงรุ่นที่ 2 ที่ครั้งนี้ต้องบอกว่า Odyssey จัดเต็มเทคโนโลยีในทุกส่วน แต่ยังคงให้ความสำคัญกับการจัดวางน้ำหนักเป็นหลัก นำมาโดยเทคโนโลยีก้านแบบผสานหลากวัสดุเข้าด้วยกัน บอดี้หลักเป็นกราไฟท์ และส่วนปลายก้านเป็นเหล็ก ทำให้ก้านมีน้ำหนักเหลือเพียง 75 กรัม ลดน้ำหนักจากก้านพัตเตอร์ปกติไปได้ถึง 40 กรัมเลยทีเดียว

น้ำหนักที่ลดได้จากก้าน ทีม R&D ของ Odyssey นำไปจัดวางใหม่ ไล่ตั้งแต่ทำเป็นหมุดใส่ที่ฐานพัตเตอร์สองหมุดขนาด 10 กรัม และใส่เพิ่มที่ท้ายกริพอีก 30 กรัม โดยการจัดวางน้ำหนักแบบดังกล่าวจะช่วยให้นักกอล์ฟสามารถพัตต์ได้สม่ำเสมอขึ้นในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นจังหวะเวลาในการแบ็คสโตรก, การควบคุมหน้าพัตเตอร์ในจังหวะอิมแพ็ค และสโตรกพัตต์ที่สมูธขึ้น ส่งผลให้ความเร็วลูกและทิศทางในการพัตต์มีความสม่ำเสมอตามไปด้วย

แต่นวัตกรรมก้าน และการจัดวางน้ำหนัก ไม่ใช่เพียงจุดเด่นเดียวในพัตเตอร์ Stroke Lab เมื่อทาง Odyssey หยิบ White Hot Microhinge เทคโนโลยีหน้าพัตเตอร์ตัวเด่นตัวล่าสุดพวกเขาใส่มาด้วย กับการควบรวมสองเทคโนโลยีหน้าพัตเตอร์อย่าง White Hot และ Microhinge เข้าด้วยกัน เพื่อให้ฟีลลิ่งการพัตต์ที่นุ่มนวล และประสิทธิภาพการโรลลูกเกาะไลน์ที่ดีที่สุด

แม้จะเพิ่งเปิดตัว แต่ Odyssey Stroke Lab ได้รับความเชื่อมั่นจากนักกอล์ฟในทัวร์หยิบไปใช้คว้าแชมป์ได้แล้ว ทั้งจากผลงานของ ฟิล มิคเคลสัน ในกอล์ฟรายการพิเศษที่เขาเอาชนะการดวลกับ ไทเกอร์ วูดส์ หรือจาก แดนนี่ วิลเล็ตต์ ที่หยิบไปใช้คว้าแชมป์ดีพี เวิลด์ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ

พัตเตอร์ Odyssey Stroke Lab จะมีให้เลือกทั้งสิ้น 10 รูปทรง ประกอบด้วย #2, #3, #9, #7, Marxman, 2-Ball Fang, R-Ball, Tuttle, V-Line และ Double Wide และมีกริพให้เลือกระหว่างแบบ pistol และ oversize นักกอล์ฟที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่บริษัท ลีโอเนียน (ประเทศไทย) จำกัด โทร.02-056-1880