นับเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2000 จนถึงตอนนี้เป็นเจเนเรชั่นที่ 10 ของลูกกอล์ฟ Titleist Pro V1 และ Pro V1x เข้าไปแล้ว หลังจากเผยโฉมรุ่นใหม่ประจำปี 2021 ออกมาอย่างเป็นทางการ โดยมีกำหนดวางขายวันแรกในวันที่ 28 มกราคมนี้

ประวัติศาสตร์ของ Titleist Pro V1 และ Pro V1x ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ในช่วงกลางทศวรรษที่ 90 ในช่วงนั้นถึงแม้ Titleist จะยังคงเป็นอันดับ 1 ในด้านลูกกอล์ฟ ด้วยรุ่น Tour Balata และรุ่น Professional ที่ถูกเลือกใช้มากที่สุดในทัวร์ แต่ด้วยการแข่งขันที่นับวันยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และมีคู่แข่งหน้าใหม่ถูกเสริมเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้พวกเขารู้ดีว่าไม่สามารถอยู่เฉยได้ และจำเป็นต้องพัฒนาลูกกอล์ฟในแบบที่จะสามารถปฏิวัติวงการเพื่อรักษาระยะห่างเอาไว้

ว่ากันว่าในช่วงนั้น ทีมพัฒนาและวิจัยลูกกอล์ฟของ Titleist สร้างลูกกอล์ฟตัวต้นแบบมากกว่า 1,000 รุ่น สำหรับนำมาให้หุ่นยนต์ที่ศูนย์ทดสอบแมนเชสเตอร์ เลน ได้ทดสอบ จากรุ่นแล้วรุ่นเล่า กระทั่งมีรุ่นหนึ่งที่เหมือนว่าส่วนผสมทุกอย่างจะลงตัว ไล่ตั้งแต่แกนกลางแบบแข็ง, หุ้มแกนกลางด้วย Surlyn, ส่วนเปลือกเป็น urethane ที่มี 392 รอยบุ๋ม โดยจุดเด่นของมันคือ สัมผัสที่นุ่มมือขึ้น ขณะเดียวกันก็ให้สปินที่มากขึ้น

ลูกกอล์ฟรุ่นดังกล่าวถูกตั้งชื่อว่า Pro V1 โดยเป็นการด้นสดของ บิล มอร์แกน, รองประธานฝ่ายพัฒนาลูกกอล์ฟ ที่จำเป็นจะต้องตั้งชื่อรุ่นให้ทันเดดไลน์คอนฟอร์มมิ่งลิสต์ของ USGA โดย Pro มาจากคำว่า Professional, V มาจาก Veneer Project ชื่อโครงการพัฒนาลูกกอล์ฟ ก่อนต่อท้ายด้วยเลข 1

ความจริงแล้วชื่อ Pro V1 ดังกล่าว ถูกวางไว้เป็นชื่อแบบชั่วคราวเท่านั้น และพวกเขาตั้งใจจะตั้งชื่ออย่างเป็นทางการอีกครั้ง แต่ด้วยฟีดแบ็คจากเหล่าผู้เล่นที่ชอบชื่อดังกล่าว มันก็ทำให้ชื่อนี้กลายเป็นชื่ออย่างเป็นทางการไปในที่สุด

จากการพัฒนาเกือบ 5 ปีเต็ม กระทั่งเดือนตุลาคมปี 2000 ในการแข่งขันพีจีเอทัวร์ รายการอินเวนซีย์ส คลาสสิค ถือเป็นครั้งแรกที่ Titleist ได้นำลูกกอล์ฟ Pro V1 ไปให้ผู้เล่นอาชีพได้ทดสอบใช้ที่สนามไดร์ฟ และมีผู้เล่น 47 คนที่เลือกใช้มันลงแข่งทันที รวมถึง 1 ใน 47 คนคือ บิลลี่ อันดราเด้ ที่สามารถใช้มันคว้าแชมป์ได้ตั้งแต่รายการแรกที่เปิดตัวเลยอีกด้วย และประวัติศาสตร์ความสำเร็จของลูกกอล์ฟ Pro V1 ก็เริ่มจากจุดนั้น

ช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ลูกกอล์ฟ Titleist Pro V1 และ Pro V1x คือลูกกอล์ฟอันดับ 1 ของเกมกอล์ฟ ด้วยยอดถูกเลือกใช้โดยนักกอล์ฟอาชีพมากที่สุด และยังถูกหยิบใช้ไปคว้าแชมป์มากที่สุด จากแชมป์แรกของ อันดราเด้ จนถึงตอนนี้นับรวมมากกว่า 3,000 รายการทั่วโลกเลยทีเดียว

แม้จะเป็นอันดับ 1 ของเกมกอล์ฟเสมอมา แต่ Titleist รู้ดีว่าสถานการณ์ของพวกเขากลับมาใกล้เคียงกับจุดเริ่มต้นอีกครั้ง นั่นคือ การถูกคู่แข่งพยายามไล่จี้ติดขึ้นมา ทำให้ Titleist Pro V1 และ Pro V1x รุ่นใหม่ล่าสุดของปี 2021 คือการพัฒนาครั้งสำคัญครั้งใหญ่ ด้วยการพัฒนาในทุกส่วนประกอบ ตั้งแต่แกนในจนถึงเปลือกนอก ด้วยเป้าหมายคือ การสร้างมาตรฐานของลูกกอล์ฟขึ้นมาใหม่

ลูกกอล์ฟ Titleist Pro V1 และ Pro V1x รุ่นใหม่ ถูกพัฒนาเพื่อให้ตีได้ไกล พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมลูกให้ตกแล้วหยุดบนกรีน อีกทั้งยังให้ความรู้สึกนุ่ม และทนทานสูง ด้วยการพัฒนาใหม่ในทุกส่วน ไล่ตั้งแต่แกนในผลิตโดยกระบวนการ 2.0 ZG สูตรใหม่ ช่วยเพิ่มระยะให้ทั้ง Pro V1 ที่มีแกนในแบบชั้นเดียว และแกนในแบบสองชั้นของ Pro V1x

ชั้นกลางลูกกอล์ฟเป็นเปลือกหุ้มแกนในความเร็วสูง ดีดตัวสูง เพิ่มความเร็ว และให้สปินต่ำลงในการเล่นช็อตยาว ทำจาก ionomer ความเร็วสูง และให้การดีดตัวสูง ขณะที่เปลือกนอกทำจากยูรีเทนสูตรใหม่ ผลิตด้วยกระบวนการแคส เป็นเปลือกนอกที่นุ่มที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน Pro V1 และ Pro V1x ช่วยเพิ่มสปินในการเล่นรอบกรีน ให้ประสิทธิภาพในการควบคุมลูกที่ดีขึ้นในการเล่นลูกสั้น

ส่วนเสริมของเปลือกนอกคือ รอยบุ๋มแบบ Spherically-tiled Tetrahedral ที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ให้มีประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์มากยิ่งขึ้น โดยเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2011 อันมาจากการพัฒนาและการวิจัยอย่างหนัก จากมากกว่า 60 รูปแบบที่มีคิดค้นขึ้นมาใหม่เพื่อนำมาใส่ในรุ่นนี้ ทดสอบจนได้รูปแบบรอยบุ๋มที่ดีที่สุด สำหรับ Pro V1 ที่มี 388 รอยบุ๋ม และ Pro V1x มี 348 รอยบุ๋ม เพื่อให้แคเรกเตอร์ที่มีความแตกต่างกัน ขณะเดียวกันทั้งสองรุ่นก็ตีได้ไกลที่สุด และได้วิถีลูกที่สม่ำเสมอที่สุด

ความต่างระหว่าง Pro V1 และ Pro V1x ยังคงเป็นในแบบที่นักกอล์ฟคุ้นเคย แต่ด้วยประสิทธิภาพที่ดีขึ้น Pro V1 ลงตัวทั้งความเร็ว สปิน และความรู้สึก ให้วิถีลูกพุ่งอย่างทรงพลัง พร้อมความรู้สึกนุ่มมาก นุ่มกว่าเมื่อเทียบกัน ในขณะที่ Pro V1x ให้วิถีลูกที่สูงกว่า และสปินที่สูงกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับ Pro V1 และความรู้สึกที่แข็งกว่าเล็กน้อย

อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นจุดเด่นของ Pro V1 และ Pro V1x มาตลอดคือ ความสม่ำเสมอในกระบวนการผลิต ด้วยการใช้เทคโนโลยีชั้นสูง และระบบควบคุมคุณภาพที่ดีที่สุด เรื่องนี้สามารถการันตีได้เป็นอย่างดีจากแชมป์เมเจอร์ ดิ โอเพ่น ที่คาร์นูสตี้ เมื่อปี 2007 ของ เปแดร็ก แฮร์ริงตัน ครั้งนั้น แฮร์ริงตัน จะต้องเล่นเพลย์ออฟกับ เซอร์จิโอ การ์เซีย แต่เนื่องจากลูกกอล์ฟที่เตรียมไว้ไม่พอ (แคดดี้เอาไปไว้ฝากกับพ่อของตัวเอง เพราะต้องการลดน้ำหนักถุงกอล์ฟ) แฮร์ริงตัน จึงต้องให้ผู้จัดการของเขาวิ่งไปซื้อลูกกอล์ฟที่โปรช็อปให้ และสุดท้ายเขาก็ชนะเพลย์ออฟด้วยลูกกอล์ฟที่มีโลโก้ของสนามปั๊มอยู่ที่ผู้จัดการวิ่งไปซื้อมาให้นั่นเอง และนั่นก็เป็นข้อพิสูจน์ของคุณภาพและมาตรฐานลูกกอล์ฟของ Titleist ได้เป็นอย่างดี

ลูกกอล์ฟ Titleist Pro V1 และ Pro V1x รุ่นใหม่ มีกำหนดวางตลาดอย่างเป็นทางการในประเทศไทย วันที่ 28 มกราคมนี้ โดยมีราคาขายทั่วไปที่โหล 1,920 บาท

จากจุดเริ่มต้นเมื่อ 20 ปีที่แล้ว พูดได้เต็มปากว่า Titleist Pro V1 และ Pro V1x ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาในทุกรุ่นทุกเจเนเรชั่น มันจึงยังสามารถครองใจนักกอล์ฟได้มากที่สุดเป็นอันดับ 1 เสมอมา แต่คงจะไม่มีครั้งใดที่ลูกกอล์ฟอันดับ 1 ของวงการจะมีการพัฒนามากที่สุดเท่าครั้งนี้อีกแล้ว

และนี่คือบทใหม่ของลูกกอล์ฟ Titleist Pro V1 และ Pro V1x อย่างแท้จริง…

**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf

Advertisement