SHARE

สร้างตำนานกันมาจนถึงเจเนเรชั่นที่ 5 แล้ว สำหรับซีรี่ส์ Mack Daddy ผลงานชิ้นเอกของ โรเจอร์ คลีฟแลนด์ กูรูด้านเวดจ์ของ Callaway (แคลลาเวย์) กับ MD5 ที่ครั้งนี้พิเศษมากเพราะมีชื่อรุ่นด้วยว่า “JAWS” ที่เป็นการนำชื่อของรุ่น X-Series กลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง

คลีฟแลนด์ ได้ให้คอนเซ็ปต์ผลงานชิ้นใหม่ของเขาว่า เป็นเวดจ์ที่มีรูปทรงแบบพรีเมี่ยม, การทำสีที่สะดุดตา, ให้ฟีลลิ่งที่โดดเด่น, เล่นได้อย่างหลากหลาย และสปินที่เหนือชั้น โดยเฉพาะคุณสมบัติหลังสุดที่เกิดจากร่องที่มีการการันตีเลยว่าเป็นร่องที่ Aggressive หรือดุดันที่สุดเท่าที่เคยทำมากันเลยทีเดียว

ไฮไลท์สำคัญที่สุดของเวดจ์ MD5 คงต้องยกให้กับเทคโนโลยีร่องที่เป็นที่มาของชื่อรุ่นนี้ กับร่องแบบ JAWS Groove Design ที่ถูกออกแบบให้ขอบมีความคมเป็นพิเศษ พร้อมปรับดีไซน์องศาผนังในร่องเป็น 37 องศา จากเดิมในรุ่น MD4 ที่ 5 องศา เพื่อให้ประสิทธิภาพในการเกาะลูก และเพิ่มสปินในการเล่นลูกทุกรูปแบบ

ร่อง JAWS Groove Design ถือเป็นสิ่งที่ทีมงาน Callaway ให้ความพิถีพิถันในการผลิตเป็นอย่างมาก ด้วยรูปแบบของร่องที่ถูกออกแบบมาให้ยากต่อการผลิต ส่งผลให้ขั้นตอนการมิลล์หน้าเวดจ์ต่อหนึ่งชิ้นนั้นจะใช้เวลาถึง 10 นาทีเลยทีเดียว อีกทั้งในการผลิตทุกๆ 15 ชิ้นจะต้องมีการเปลี่ยนตัวคัตเตอร์ในการมิลล์หน้าเวดจ์ใหม่ เพื่อควบคุมการผลิตให้มีความสม่ำเสมอมากที่สุด โดย Callaway การันตีว่ามากที่สุดเท่าที่เคยมีการผลิตมาเลยทีเดียว

นอกจากร่องแบบใหม่ที่ช่วยสร้างประสิทธิภาพด้านการสปินแล้ว บนหน้าเวดจ์ยังเสริมด้วยร่องแบบไมโคร หรือเป็น Groove-in-Groove technology ที่ต่อยอดมาจากรุ่น MD4 โดยเสริมสันร่องขนาดจิ๋วขึ้นมาอีก 4 สันระหว่างร่องหลักแต่ละร่อง เพื่อเพิ่มจุดเสียดทานระหว่างหน้าเวดจ์กับลูกกอล์ฟรวมแล้วถึง 84 จุดเลยทีเดียว เพื่อให้สปินมากที่สุดจากทุกช็อตที่เล่น

ขณะที่วัสดุที่ใช้ทำใบเวดจ์รุ่นนี้ คลีฟแลนด์ เลือกใช้ 8620 Mild Carbon Steel ด้วยจุดเด่นที่ให้รูปลักษณ์พรีเมี่ยม อีกทั้งยังโดดเด่นเรื่องการให้ฟีลลิ่งสัมผัสที่นุ่มนวลอีกด้วย

อีกหนึ่งจุดเด่น MD5 คือ การเป็นเวดจ์ที่มีออปชั่นให้เลือกครอบคลุมมากที่สุดเท่าที่ Callaway และ คลีฟแลนด์ เคยทำมา โดยมีถึง 23 ออปชั่นทั้งองศาและเบานซ์ให้เลือก ผ่านรูปแบบการเจียรฐาน 5 แบบ ไล่ตั้งแต่ C-Grind ที่เพิ่มส่วนโคนและปลาย มีมุมเบานซ์ 8 องศา เพื่อให้เล่นได้หลากหลาย โดยเฉพาะการเล่นแบบเปิดหน้าไม้ เหมาะกับตีแบบกวาด และไดวอทบาง, Low Bounce W-Grind มีมุมเบานซ์ 8 องศาเช่นกัน เจียรฐานส่วนโคนและปลายแบบไล่ระดับ เหมาะกับแนวตีแบบกวาด และมีไดวอทปานกลาง

ต่อมาคือ S-Grind มุมเบานซ์ 10 องศา ฐานกว้างปานกลาง มีสันด้านหลังเล็กน้อย เล่นได้หลากหลายทุกแนวสวิง, X-Grind มุมเบานซ์สูง 12 องศา ฐานแคบ เหมาะกับแนวตีที่ชัน และนักกอล์ฟที่มีไดวอทขุดลึก และฐานแบบสุดท้ายคือ W-Grind ฐานกว้างที่สุด มุมเบานซ์สูง 12 องศา เหมาะกับแนวตีที่ชัน และมีไดวอทที่ขุดลึกเช่นกัน

เวดจ์ Callaway “JAWS” MD5 รุ่นที่วางขายในไทย เสียบก้าน DG S200 และมีองศาให้เลือกตั้งแต่ 48-60 องศา โดยมีราคาขายชิ้นละ 6,900 บาท รายละเอียดอื่นๆ เพิ่มเติม สามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่บริษัท ลีโอเนียน (ประเทศไทย) จำกัด โทร.02-056-1880

**สมัคร HotGolf E-News ฟรี! เราพร้อมคัดสรรเรื่องเด่นและน่าสนใจส่งตรงถึงอีเมลของคุณทุกสัปดาห์ กรอกข้อมูลได้ที่คลิก http://wow.in.th/aHfN