SHARE

ในยุคที่เกมกีฬากอล์ฟมีอุปกรณ์หลากหลายรูปแบบให้เลือกสรร ทำให้บางครั้งไม่ใช่เรื่องง่ายที่นักกอล์ฟจะเจอกับสิ่งที่ใช่สำหรับตัวเอง

แต่อย่างน้อยโชคดีที่ปัจจุบันเรามีกิจกรรมเดโมให้ได้ลองไม้กอล์ฟกันจริงๆ เพื่อประกอบการพิจารณาก่อนซื้อ หรือหากซื้อมาแล้วไม่ถูกใจก็ยังสามารถเข้ารับบริการฟิตติ้งเพื่อปรับแต่งอุปกรณ์กอล์ฟให้เหมาะกับท่านมากที่สุด หนึ่งในสิ่งที่มีให้เลือกมากที่สุดและไม่ง่ายเลยที่จะหาของที่ใช่กับตัวเองนั่นคือ “ลูกกอล์ฟ” ที่มีให้เลือกกันหลากหลายรูปแบบมากในปัจจุบัน แตกต่างกันไปตั้งแต่วัสดุที่ใช้, โครงสร้างและค่าที่วัดได้จากเครื่องมือต่างๆ แม้บางครั้งท่านนักกอล์ฟอาจเลือกรุ่นที่ดีที่สุดของแบรนด์นั้นๆ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าจะตอบโจทย์ให้คุณได้ลูกกอล์ฟที่เหมาะกับคุณที่สุดเสมอไป

ครั้งนี้ทีมงาน HotGolf มีแนวทางเบื้องต้นกับการพิจารณาและค้นหาลูกกอล์ฟในแบบที่ใช่สำหรับคุณ และเชื่อว่าหากคุณค้นพบมันเมื่อไหร่ สกอร์จะต้องออกมาดีขึ้นไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน!

เบื้องต้นง่ายๆ เลือกจากระดับฝีมือ-แฮนดิแคป
ระดับฝีมือและแฮนดิแคปถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่สามารถช่วยให้คุณเลือกลูกกอล์ฟที่เหมาะสำหรับคุณได้อย่างง่ายๆ ยกตัวอย่าง ถ้าคุณเป็นผู้เล่นมือใหม่ หรือแฮนดิแคปยังสูงอยู่ คุณควรพิจารณาลูกกอล์ฟที่ใช้เปลือกเป็น ionomer เนื่องจากจะช่วยลูกกอล์ฟให้เหินโด่งได้ง่าย อีกทั้งช่วยชดเชยความผิดพลาดได้ดี โดยเฉพาะลูกกอล์ฟเปลือก ionomer แบบ 2 ชั้นที่มีให้เลือกหลากหลายรุ่น และส่วนใหญ่จะเน้นการเพิ่มระยะเป็นหลัก
ขณะที่ถ้าคุณเป็นผู้เล่นฝีมือดี ลูกกอล์ฟเปลือก urethane แบบโครงสร้าง 3-5 ชั้นจะเป็นตัวเลือกที่คุณชื่นชอบอย่างแน่นอน เพราะนอกจากจะช่วยให้ตีทีช็อตได้ไกลขึ้นแล้ว ประสิทธิภาพเรื่องเกมสั้นก็ยอดเยี่ยมด้วยเช่นกัน

ionomer หรือ urethane?
เป็นประเด็นคำถามต่อเนื่องกันว่า วัสดุที่ใช้ทำเปลือกลูกกอล์ฟ ionomer กับ urethane นั้นแตกต่างกันอย่างไร? สามารถอธิบายได้ดังนี้คือ ionomer นั้นเป็นวัสดุประเภทพลาสติกชนิดหนึ่ง ขณะที่ urethane เป็นวัสดุประเภทยาง โดยทั้งสองชนิดมีข้อดีที่แตกต่างกันไป โดย urethane จะโดดเด่นเรื่องความนุ่ม และช่วยเรื่องการเล่นลูกสั้นข้างกรีนที่ให้สปินมากกว่า แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่แพงกว่า มักถูกนำมาใช้ในลูกกอล์ฟรุ่นระดับพรีเมี่ยม ขณะที่ ionomer นั้นถูกกว่า และแข็งกว่าด้วย เบื้องต้นมีจุดเด่นอยู่ที่ความทนทานกว่า แต่ส่วนใหญ่จะลดความทนทานลงเมื่อถูกดีไซน์ให้มีความนุ่ม อย่างไรก็ตามด้วยความแข็งทำให้ลูกกอล์ฟเปลือก ionomer จะได้สปินน้อยจากช็อตไดร์ฟ โดยเฉพาะไซด์สปินที่ทำให้ลูกฮุคหรือสไลซ์

Compression สำคัญอย่างไร?
ค่า Compression หรือค่าแรงบีบอัดของลูกกอล์ฟ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นักกอล์ฟ ควรคำนึกถึงในการเลือกลูกกอล์ฟให้กับตัวเอง โดยค่า Compression ของลูกกอล์ฟปัจจุบันจะมีตัวเลขตั้งแต่ 70-110 โดยตัวเลขน้อยจะยิ่งนุ่มและเบา เหมาะกับผู้ที่มีสวิงสปีดต่ำ เนื่องจากจะให้ระยะได้มากกว่า ขณะที่ตัวเลขที่สูงเหมาะกับผู้เล่นที่มีสวิงสปีดสูง จะเด่นเรื่องการคอนโทรล ยกตัวอย่างนักกอล์ฟที่มีค่าสวิงสปีดสูงกว่า 100 ไมล์ต่อชั่วโมง ควรเลือกลูกกอล์ฟที่มีค่า Compression 100 ส่วนผู้เล่นที่มีสวิงสปีดต่ำกว่า 100 ก็ควรเลือกลูกกอล์ฟที่มี Compression
90 เป็นต้น

ลูกกอล์ฟรุ่นแพงย่อมดีกว่ารุ่นถูก
มีคำถามว่าลูกกอล์ฟรุ่นที่แพงย่อมดีกว่าลูกกอล์ฟรุ่นที่ถูกกว่าเสมอไปหรือไม่? คำตอบ คือ ใช่ ยกตัวอย่างวัสดุที่ใช้ อาทิ เปลือก urethane ที่มีคุณภาพดีกว่าเปลือกแบบอื่นๆ และให้สปินจากช็อตเวดจ์ได้ดี ขณะที่ช็อตไดร์ฟจากแท่นทีก็ทำได้ดีไม่แพ้เปลือกแบบแข็งๆ อย่าง Surlyn ขณะที่คำถามต่อเนื่องคือ ลูกกอล์ฟที่แพงจะช่วยให้นักกอล์ฟไดร์ฟได้ตรงกว่าลูกกอล์ฟแบบถูกหรือไม่? คำตอบคือ มีส่วน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักกอล์ฟทั่วไปนั้นให้ความสำคัญที่สุด คงต้องเป็นเรื่องสปิน, ฟีลลิ่ง และการคอนโทรล ซึ่งต้องยอมรับลูกกอล์ฟรุ่นที่แพงกว่ามักจะทำได้ดีกว่าอย่างแน่นอน

คำถามยอดฮิต มือสองดีไหม?
หนึ่งในคำถามยอดฮิตเรื่องลูกกอล์ฟคือ ลูกกอล์ฟมือ 2 ที่วางขายอยู่ตามท้องตลาด และมีหลายเกรดให้เลือกสรร ตั้งแต่สภาพเก่าดำเขรอะ จนใหม่สะอาดชนิดเกือบเหมือนของมือ 1 นั้น สมควรใช้หรือไม่? แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่ลูกมือ 2 นั้นจะมีประสิทธิภาพดีเท่ากับของใหม่ โดยเฉพาะเมื่อต้องยอมรับว่าลูกกอล์ฟมือ 2 นั้นส่วนใหญ่เป็นลูกกอล์ฟที่ถูกเก็บได้จากการตกน้ำ ขณะที่จากผลการทดสอบยืนยันว่า น้ำนั้นมีผลต่อลูกกอล์ฟโดยตรง ทำให้ระยะทางลดลง ยกตัวอย่าง ลูกกอล์ฟที่แช่น้ำนาน 8 วันจะเสียระยะจากการไดร์ฟไปอย่างน้อย 6 หลา ขณะที่ถ้าแช่น้ำนาน 3 เดือนจะเสียระยะไป 12 หลา และถ้าแช่น้ำนานถึง 6 เดือนก็จะเสียระยะไปประมาณ 15 หลาเป็นอย่างต่ำ โดยตัวเลขการเสียระยะดังกล่าวอาจมากน้อยไม่เท่ากันในความรู้สึกของนักกอล์ฟแต่ละท่าน

รอยบุ๋มไม่เท่ากัน ต่างกันอย่างไร?
ก่อนจะเข้าเรื่องว่าการที่รอยบุ๋มบนลูกกอล์ฟที่ไม่เท่ากันในแต่ละรุ่นแต่ละแบรนด์นั้นแตกต่างกันอย่างไร ก็จำเป็นที่จะต้องเข้าใจหน้าที่ของรอยบุ๋มนี้เสียก่อน โดยรอยบุ๋มบนลูกกอล์ฟนั้นเป็นตัวช่วยทำให้อากาศที่ลูกพุ่งผ่านเกาะติดกับผิวลูกกอล์ฟได้ดีขึ้นและนานขึ้น ลดกระแสลมหลุมที่ตามหลังลูกกอล์ฟซึ่งดูดพลังจากลูกกอล์ฟและทำให้ลูกวิ่งช้าลง ทำให้ลูกลอยนานและไปได้ไกลขึ้นเมื่อเทียบกับลูกที่ไม่มีรอยบุ๋ม
ขณะที่รูปแบบรอยบุ๋มบนลูกกอล์ฟที่แตกต่างกัน ก็ส่งผลให้ประสิทธิภาพที่แตกต่างกันด้วย ลูกกอล์ฟที่มีรอยบุ๋มน้อย ทำให้รอยบุ๋มจะค่อนข้างใหญ่จะตื้นกว่า ส่งผลให้ไฟลท์บอลที่ได้มีความเหินโด่งกว่า อย่างไรก็ตามต้องระวังด้วยว่า ถ้าเหินโด่งมากเกินไป นั่นหมายถึงการเสียระยะด้วยเช่นกัน ส่วนรอยบุ๋มแบบที่ลึกกว่าจะเด่นเรื่องการช่วยลดสปิน และให้ไฟลท์บอลที่พุ่งกว่า

ฟีลลิ่งของคุณคือสิ่งสำคัญ
การเลือกลูกกอล์ฟมีหลายปัจจัยในการหาลูกกอล์ฟที่ใช่และเหมาะสมสำหรับนักกอล์ฟแต่ละท่าน แต่อีกปัจจัยที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุดคือ ความชอบและฟีลลิ่งของตัวท่านนักกอล์ฟเอง โดยค่าย Titleist ผู้ผลิตลูกกอล์ฟอันดับ 1 ของโลกได้ให้แนวทางในการฟิตติ้งเลือกลูกกอล์ฟว่า ควรจะต้องเป็นรูปแบบ “green-to-tee” หรือหมายความว่า ให้ความสำคคัญกับฟีลลิ่งในการพัตต์และเกมข้างกรีนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะสปินจากช็อตเวดจ์ หรือช็อตที่ต่ำกว่า 100 หลาลงมา จากนั้นจึงทดสอบด้วยการตีจากเหล็กและไดรเวอร์เป็นลำดับต่อมา เพื่อค้นหาว่าลูกกอล์ฟแบบใดรุ่นใดที่ท่านนักกอล์ฟชื่นชอบที่สุด