SHARE

หลังจากคอลัมน์ Signature Hole ของฉบับปักษ์แรกของเดือนพฤศจิกายน 2560 ทีมงาน HotGolf ได้รีวิวสนามกอล์ฟ Ichinomiya Country Club หนึ่งในสนามที่ทาง เจแปน นิวเวฟ ทราเวล บริษัทชั้นนำด้านจัดทัวร์ญี่ปุ่น ที่ล่าสุดเสริมบริการใหม่จัดทัวร์ไปตีกอล์ฟที่ญี่ปุ่น ได้จัดให้เป็น 1 ใน 2 สนามหลักของแพ็คเกจ และครั้งนี้เราจะมารีวิวกันอีกหนึ่งสนาม นั่นคือ Boso Country Club

สำหรับทั้ง Boso Country Club และ Ichinomiya Country Club แม้จะมีแคเรกเตอร์หลักเป็นสนามภูเขาเหมือนกัน แต่ให้อารมณ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ เพราะทางผู้จัดทัวร์ต้องการให้นักกอล์ฟสัมผัสอารมณ์การตีกอล์ฟที่แตกต่าง แม้จะเป็นการตีกอล์ฟที่ญี่ปุ่นเหมือนกันก็ตาม โดยใน Ichinomiya Country Club จะให้ความเป็นสนามภูเขาชัดเจน และพยายามคงสภาพแวดล้อมของป่าไม้ไว้มากที่สุด ขณะที่ Boso Country Club จะให้อารมณ์ของความเป็นสนามที่ถูกเซ็ตอัพมาเพื่อแข่งขัน คล้ายกับรูปแบบประเภทสนาม Tournament Players Club หรือ TPC และเหตุผลนี้เองที่ทำให้สนาม Boso Country Club ได้ถูกรับเลือกเป็นเจ้าภาพสำหรับทัวร์นาเม้นต์เมเจอร์ของเจแปนทัวร์ รายการ PGA CHAMPIONSHIP 2018 ทำให้ล่าสุดสนามอยู่ในสภาพเนี้ยบมาก และได้รับความสนใจจากนักกอล์ฟญี่ปุ่นเองมาใช้บริการกันเป็นจำนวน

โอกาสที่นักกอล์ฟไทยจะได้สัมผัสหนึ่งในสนามกอล์ฟที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น และที่สำคัญราคาไม่แพงอีกด้วย ถ้าสนใจติดต่อ เจแปน นิวเวฟ ทราเวล 02-235-4120-1

Course Condition and Layout
Boso Country Club เป็นสนามกอล์ฟแชมเปี้ยนชิพคอร์สชั้นนำของญี่ปุ่น ที่มีให้เลือกเล่นมากถึง 2 คอร์ส 36 หลุม ตัวสนามเป็นแคเรกเตอร์ภูเขาที่ให้ความรู้สึกเป็นสนามที่ถูกเซ็ตอัพมาเพื่อท้าทายฝีมือของนักกอล์ฟโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นอุปสรรคต่างๆ ทั้งรัฟ หรือบังเกอร์ ที่ดักระยะค่อนข้างดี ตัวรอบข้างยังเต็มไปด้วยความสมบูรณ์ของต้นไม้ที่ถ้าตีหลุดเข้าไป ต้องวางแผนเคาะออกมากันเหนื่อยน่าดู หรือบางจุดก็จะเป็นโอบีไปเลย ตัวแฟร์เวย์จะไม่ได้ลาดเอียงมาก แต่หลายหลุมกรีนยกสูง รวมถึงไลน์ค่อนข้างเจ้าเล่ห์ โดยครั้งนี้ทีมงาน HotGolf ได้ทดสอบลงเล่นกันในคอร์ส East ที่เป็นคอร์สสำหรับใช้จัดแข่งทัวร์นาเม้นต์ PGA CHAMPIONSHIP 2018 ทำให้สภาพความเนี้ยบของสนามแทบไม่ต้องพูดถึงครับ ช่วงนี้เนียนทุกตารางนิ้ว เพราะเตรียมไว้แข่งกอล์ฟรายการใหญ่ในปีหน้า

สำหรับ Boso Country Club มีอีกหนึ่งจุดเด่นก็คือ รถกอล์ฟของที่นี่จะติดระบบจีพีเอสมาไว้ให้ด้วย ทำให้สามารถเล็งระยะจากรถได้เลย ถือว่าช่วยได้มากครับกับการตีกอล์ฟที่ญี่ปุ่นที่ไม่มีแคดดี้เช่นนี้

Signature Hole
#14 Par 3 Hcp.16 Dist. 138, 136, 118, 103 yards
ด้วยการที่ Boso Country Club เป็นสนามเขา จึงไม่ค่อยมีอุปสรรคน้ำเข้ามาเกี่ยวข้องมากนัก โดยส่วนใหญ่อุปสรรคหลักจะเป็นเขตโอบีต่างๆ มากกว่า แต่เชื่อว่าผู้ออกแบบยังต้องการให้นักกอล์ฟที่มาใช้บริการได้ฟีลลิ่งของการตีข้ามอุปสรรคน้ำอยู่บ้าง จึงมีการเซ็ตบ่อน้ำเข้ามาใส่ในบางหลุม รวมถึงหลุม Signature Hole ของคอร์ส East นั่นคือหลุมที่ 14 แม้ระยะจะไม่ไกลมาก แต่ก็ใส่ความยากมาเต็มที่ด้วยทรายซ้าย-น้ำขวาที่ล้อมกรีนเอาไว้ หลุมนี้ระยะไม่ยาว แต่ถ้าไม่แม่นกรีนก็จะเจอกับอุปสรรคทันที ตัวกรีนยกสูงเป็นหลังเต่านิดๆ ถ้าขึ้นจากทรายก็จะยากกว่าปกติเล็กน้อย จัดเป็นหลุมที่แฝงความยากความท้าทายเอาไว้ ถ้าจะยิงธงก็ต้องยอมเสี่ยงกันละครับงานนี้

Recommend Hole
#6 Par 5 Hcp.15 Dist. 553, 527, 497, 473 yards
หลุมที่ทีมงาน HotGolf แนะนำเป็นหลุม 6 พาร์ 5 ที่ตัวเลย์เอ้าท์คดเคี้ยวเหมือนตัว S ยังไงยังงั้น จากช็อตแรกจะเป็นด็อกเลกขวาที่ตัวแฟร์เวย์ขึ้นเนินนิดๆ ก่อนจะเลี้ยวกลับมาซ้ายในช็อตขึ้นกรีน จัดเป็นหลุมที่โอกาสบุกทำสองออน หรือแม้แต่สามออนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ด้วยเพราะความคดเคี้ยวของเลย์เอ้าท์และยังเป็นทางขึ้นอีกด้วย อีกทั้งการจะตัดด็อกเลกก็จะมีบังเกอร์ทรายมาดักไว้ตลอด รวมถึงช็อตขึ้นกรีนที่ถ้าขึ้นกรีนไกลก็มีความเสี่ยงสูงกับบังเกอร์หน้าทั้งซ้าย-ขวา หลุมนี้เล่นยากครับ ต้องวางแผนเล็งระยะกันดีๆ แถมที่สำคัญไม่มีแคดดี้ให้ปรึกษาด้วย งานนี้พึ่งตัวเองล้วนๆ ครับ

Signature Dish
หลังจากที่เราเคยแจ้งกันไปแล้วในครั้งก่อนว่า การตีกอล์ฟที่ญี่ปุ่นจะไม่เหมือนบ้านเราตรงที่ที่นี่จะมีการพักกินข้าวเสร็จหลังเสร็จเล่นจบ 9 หลุมด้วย ดังนั้นทุกคนจะได้ลิ้มลองอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ บนคลับเฮ้าส์แน่นอน เมนูของ Boso Country Club มีน่าทานหลายเมนูครับ อาทิ ข้าวหน้าสเต็กหมู ที่หมูชิ้นใหญ่หมักมานุ่มอร่อยรสชาติเข้าถึงเนื้อมาก ทานกับข้าวญี่ปุ่นพร้อมเครื่องเคียงอย่างถั่วงอกและกิมจิ ส่วนอีกหนึ่งเมนูแนะนำเป็นข้าวหมูทอด ที่ทอดหมูมากรอบนอกนุ่มใน อร่อยไม่แพ้กันเลยครับ