SHARE

หลังจากการกลับเข้ามาทำตลาดอย่างเต็มตัวอีกครั้งของแบรนด์ Cobra-Puma โดยบริษัท แอคเซอร์ สปอร์ต จำกัด ก็ทำให้ไลน์โปรดักส์ทั้งอุปกรณ์กอล์ฟ และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายมีเข้ามาจำหน่ายให้เลือกหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม

ล่าสุดคือโปรดักส์ใหม่จากทาง Cobra อย่างเวดจ์ King MIM ที่ทางแบรนด์หมายมั่นปั้นมืออย่างยิ่ง ด้วยการชูจุดเด่นว่ามันคือเวดจ์รุ่นที่มีความเที่ยงตรงมากที่สุดของเกมกอล์ฟในเวลานี้เลยทีเดียว

นั่นก็เพราะ King MIM ใช้กระบวนการผลิตแบบพิเศษอย่าง Metal Injection Molding ที่เป็นชื่อย่อของรุ่นนี้นั่นเอง โดยถือเป็นครั้งแรกอุตสาหกรรมกอล์ฟที่มีการใช้กระบวนการดังกล่าวในการผลิตเหล็กหรือเวดจ์แบบทั้งใบ เนื่องจากก่อนหน้านี้จะใช้ผลิตเพียงแค่วัสดุที่ต้องมีความเที่ยงตรงสูงทั้งรูปทรงและน้ำหนัก อาทิ การใช้ผลิตทังสเตนภายในใบเหล็ก ที่ต้องการความแม่นยำสูงเพื่อให้สามารถนำไปวางในจุดที่มีช่องว่างฟิตพอดีแบบ 100% เท่านั้น

Cobra ให้เหตุผลที่พวกเขาเลือกใช้กระบวนการผลิตแบบพิเศษแบบดังกล่าวในเวดจ์รุ่นนี้ นั่นเพราะว่า เวดจ์ถือเป็นอุปกรณ์ที่มีรูปทรงที่ซับซ้อนมาก ไม่ว่าจะเป็นส่วนของการเจียรฐานใบ (sole grind), ขอบล่างหน้าเวดจ์ (leading edge) ตลอดจนมุมเบานซ์ โดยเวดจ์ปกติทั่วไปจะผ่านการขั้นตอนการทำด้วยมือของช่างมากกว่า 90 ครั้ง แต่ด้วยกระบวนการแบบ Metal Injection Molding จะลดขั้นตอนการทำด้วยมือได้มากถึงเกือบ 3 เท่าเลยทีเดียว เสริมด้วยกระบวนการขัดเงาที่ก็ขัดเงาด้วยหุ่นยนต์ทั้งหมด เพื่อให้ได้ความสม่ำเสมอของทั้งรูปทรง, น้ำหนัก, ความหนา-บาง และฐานใบเวดจ์ที่สูงสุด

รวมถึงกระบวนการ Metal Injection Molding ยังมีจุดเด่นอยู่ที่การช่วยให้เวดจ์ให้ความรู้สึกที่นุ่มมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นกระบวนการที่ช่วยให้ได้เนื้อเหล็กที่ละเอียดกว่า ด้วยการใช้ความร้อนที่สูงกว่าถึง 1,340 องศาเซลเซียส สูงกว่า 12% เมื่อเทียบกับขั้นตอนการฟอร์จแบบปกติ

นอกจากกระบวนการผลิตแบบพิเศษที่นำมาใช้แล้ว Cobra ได้ออกแบบเวดจ์รุ่นนี้ให้มีความหลากหลายในการเล่นสูง เจียรฐานลดส่วนปลายใบ ทำให้เป็นเวดจ์เอนกประสงค์ที่เล่นได้ทั้งไลหญ้าเตียน, รัฟหนา และในบังเกอร์ โดยเป็นแบบเดียวกับที่ ริคกี้ ฟาวเลอร์ ใช้ในการแข่งขันด้วย

เวดจ์ King MIM นอกจากจะให้ความสำคัญกับกระบวนการทำใบเวดจ์ ยังให้ความสำคัญมากเช่นกันกระบวนการทำร่องหน้าเวดจ์ ด้วยเครื่อง CNC เพื่อให้ได้ร่องที่มีความคมและแม่นยำ โดยเฉพาะเมื่อเป็นเทคโนโลยีร่องแบบ Progressive ตัวร่องแคบและลึกในเวดจ์องศาต่ำ (50-54 องศา) และร่องกว้างขึ้น รวมถึงตื้นขึ้นในเวดจ์องศาสูง (56-60 องศา) เพื่อให้ได้สปินที่เหมาะสมตามแคเรกเตอร์ของเวดจ์แต่ละองศามากที่สุด

ส่วนสุดท้ายของ King MIM จะยังคงมาพร้อมกับ Cobra Connect ระบบเซ็นเซอร์ท้ายกริพที่ทำงานร่วมกับแอพลิเคชั่น Arccos Caddie บนสมาร์ทโฟน ทำหน้าที่เก็บข้อมูลและประมวลผลของไม้ชิ้นนั้นๆ เพื่อบอกระยะเฉลี่ย และช่วยให้เลือกไม้ให้เหมาะกับระยะที่ต้องตีมากที่สุด

เวดจ์ Cobra KING MIM มีวางจำหน่ายในเมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ติดก้านสต็อกเป็น KBS Hi-Rev 2.0 (Flex S/125g) โดยมีราคาขายชิ้นละ 5,990 บาท นักกอล์ฟที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่บริษัท แอคเซอร์ สปอร์ต จำกัด โทร.02-248-2755