ถือเป็น “ความเชื่อ” ที่ส่งต่อๆ กันมา สำหรับความนิยมในการใช้ไม้กอล์ฟแบบ Tour Issue ว่า จะต้องดีกว่า ตีได้ไกลกว่า เมื่อเทียบกับไม้กอล์ฟแบบปกติที่วางขายทั่วไปในตลาด ทำให้ไม้กอล์ฟประเภทนี้ แม้ส่วนใหญ่แล้วจะวางขายเฉพาะตัวหัวเท่านั้น แต่ก็กลับมีราคาขายแพงกว่าไม้กอล์ฟแบบทั่วไป

อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้ HotGolf จะมาแนะนำถึง 5 เหตุผลว่า ทำไมคุณถึงไม่ควรซื้อไม้กอล์ฟแบบ Tour Issue…

เป็นไปได้ยากที่ไม้กอล์ฟ Tour Issue จะหลุดมาถึงมือนักกอล์ฟทั่วไป
ความเชื่อที่ว่า ไม้กอล์ฟแบบ Tour Issue นั้นจะต้องดีกว่า และตีได้ไกลกว่า เมื่อเทียบกับไม้กอล์ฟแบบปกติที่วางขายทั่วไปในตลาด เรื่องนี้คงต้องอาศัยข้อพิสูจน์จับมาทดสอบกันจริงๆ ว่ามันต่างกันหรือไม่อย่างไร แต่ตามที่ HotGolf เราได้พูดคุยกับหลากหลายแบรนด์กอล์ฟชั้นนำ อันดับแรกต้องยอมรับว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่ไม้กอล์ฟ Tour Issue จะหลุดมาจาก Tour Van ซึ่งอยู่ในเฉพาะทัวร์ชั้นนำของโลกอย่างพีจีเอทัวร์, ยูโรเปี้ยนทัวร์ หรือเจแปนทัวร์ (แม้แต่นักกอล์ฟระดับแชมป์ออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์ ส่วนใหญ่ก็ใช้ไม้กอล์ฟแบบเดียวกับที่วางขายในตลาด) ด้วยปัจจัยต่างๆ มากมาย ทั้งระยะทาง หรือราคาก็ตาม เกือบทุกแบรนด์ยืนยันกับเราว่า มันเป็นเรื่อง “ยากมาก” หรือแทบจะ “เป็นไปไม่ได้” ที่จะมีไม้กอล์ฟประเภทนี้หลุดออกมาถึงผู้บริโภคได้

อาจเป็นของปลอม
คล้ายๆ กันกับเหตุผลข้อแรก ถึงแม้มันอาจจะเป็นไปได้ที่มีไม้กอล์ฟแบบ Tour Issue หลุดออกมาในตลาด และเป็นของจริง แต่มันก็มีโอกาสไม่น้อยที่จะเป็น “ของปลอม” ด้วยเช่นกัน เนื่องด้วยทุกแบรนด์อุปกรณ์กอล์ฟนั้น ไม่มีนโยบายขายไม้กอล์ฟแบบ Tour Issue อยู่แล้ว และสินค้าที่วางขายในตลาดนั้น จะขายโดยพ่อค้าทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของแบรนด์นั้นๆ ทำให้การซื้อสินค้าเหล่านี้คุณจะไม่ได้ใบรับรองใดๆ เลย
อย่างที่เราบอกครับ มันอาจจะเป็นของจริงก็ได้ แต่คุณจะมั่นใจได้อย่างไรกัน?

อาจเป็นไม้กอล์ฟปกติที่นำอัพราคา
อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้ในการวางขายไม้กอล์ฟแบบ Tour Issue นั่นคือ การทำไม้กอล์ฟแบบปกติที่วางขายทั่วไป แล้วมาสลักรหัสข้อความขึ้นมาเอง เพื่ออัพราคาขายขึ้นมา ทำให้ผู้ซื้อต้องจ่ายในราคาที่แพงกว่า แต่กลับได้ไม้กอล์ฟเหมือนกับที่วางขายทั่วไปกลับมา แล้วเราจะจ่ายแพงกว่าเพื่ออะไรกันล่ะครับ?

ประสิทธิภาพไม่ได้ดีกว่าไม้กอล์ฟที่ขายตามปกติ
อีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ว่าทำไมคุณถึงไม่ควรใช้ไม้กอล์ฟแบบ Tour Issue คือ มันอาจไม่ได้มีประสิทธิภาพที่ดีไปกว่าไม้กอล์ฟแบบปกติ เนื่องจากในทัวร์นั้นจะมีขั้นตอนที่เคร่งครัดมากในการตรวจสอบหัวไม้แต่ละหัวว่า จะต้องมีค่า CT (Characteristic Time) ของหน้าไม้ที่ไม่เกินค่ากำหนดตามที่กฎระบุไว้ โดยปกติแล้วฝ่ายจัดการแข่งขันนั้นจะมีการสุ่มตรวจ รวมถึงนักกอล์ฟที่ได้แชมป์ในรายการใดๆ ก็จำเป็นที่จะต้องส่งไม้กอล์ฟของตัวเองไปตรวจสอบด้วย
เมื่อเทียบกับขั้นตอนในทัวร์แล้ว ขั้นตอนการ QC ของไม้กอล์ฟที่วางขายทั่วไป แม้จะมีมาตรฐานที่สูง แต่ก็เคร่งครัดน้อยกว่า จึงเป็นไปได้ที่ไม้กอล์ฟบางชิ้นอาจจะหลุด QC แล้วทำให้มีค่า CT ที่ทำให้ตีได้ไกลกว่าของนักกอล์ฟในทัวร์ด้วยซ้ำ
แม้ไม้กอล์ฟแบบ Tour Issue จะไม่ได้มีประสิทธิภาพที่ดีกว่า แต่ข้อดีของไม้กอล์ฟแบบนี้ก็มีอยู่บ้างเช่นกัน และเรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากหลายแบรนด์ นั่นคือ การที่ไมักอล์ฟแบบ Tour Issue นั้นจะมีค่าตัวเลขต่างๆ ที่แม่นยำมากกว่าไม้กอล์ฟที่วางขายปกติ เช่น น้ำหนักจะเป๊ะตามสเป็คที่ระบุมา หรือเช่นองศาหน้าไม้ หากระบุไว้ว่าเป็น 9.5 ก็จะต้องเป็น 9.50 จริงๆ ต่างกับไม้กอล์ฟที่ขายในตลาดที่อาจมีความคลาดเคลื่อนอยู่บ้าง เช่น องศาหน้าไม้ระบุไว้เป็น 9.5 แต่จริงๆ แล้ว 9.53 องศา เป็นต้น

ไม่ได้การรับประกันจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
เหตุผลสุดท้ายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าคุณซื้อไม้กอล์ฟแบบ Tour Issue คุณจะไม่ได้รับการประกันใดๆ หลังการขายเลยจากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ต่างจากการซื้อไม้กอล์ฟจากตัวแทนอย่างถูกต้อง ที่ถ้าหากไม้ที่ซื้อไปเกิดการชำรุดเกิดจากการใช้งาน ก็จะสามารถขอเคลมได้ทันที
อีกทั้งปัจจุบันด้วยการแข่งขันที่สูง ทำให้หลายแบรนด์ยังเพิ่มกิจกรรมทางการตลาดเข้ามาช่วยส่งเสริมการขายเพิ่มเติม อาทิ ทัวร์นาเม้นต์สำหรับมือสมัครเล่น หรือกอล์ฟคลินิค เป็นต้น แค่นี้ก็เรียกว่าคุ้มเกินคุ้มแล้วครับ

**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf