SHARE

เปิดฉากขึ้นในวันนี้แล้ว สำหรับ “พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ” ที่ถูกขยับขึ้นมาให้เร็วขึ้นเป็นกอล์ฟเมเจอร์รายการที่ 2 ของปี พร้อมกับยังคงรักษาบัลลังก์เป็นกอล์ฟเมเจอร์ที่มีการชิงเงินรางวัลรวมมากที่สุดถึง 11 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และแชมป์จะรับเหนาะๆ เข้ากระเป๋าไป 1.98 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

และ HotGolf ขอบอกถึง 3 เหตุผลว่า ทำไมคุณถึงไม่ควรพลาดการแข่งขันในครั้งนี้

“เบธเพจ แบล็ก” สนามแข่งสุดหิน
การแข่งขันในปีนี้จะแข่งขันกันที่สนามเบธเพจ แบล็ค ในลองไอส์แลนด์, นิวยอร์ค สนามที่้ขึ้นชื่อว่ายากสุดๆ จนถึงขั้นมีป้ายเตือนอยู่หน้าสนามว่า เหมาะกับผู้เล่นมือดีเท่านั้น จนหลายคนคิดว่ามันน่าจะเป็นสนามแข่งขันของเมเจอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความยากในการเซ็ตสนามอย่างยูเอส โอเพ่น
ความน่าสนใจคือ แคเรกเตอร์ของ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ คือ เมเจอร์ที่มีสกอร์ต่ำมาก เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้เล่นเกมบุกอย่างเต็มที่ พิสูจน์ได้จากสถิติผลงานของ บรูคส์ เคปก้า ที่คว้าแชมป์ในปี 2018 ด้วยสกอร์ -16 แต่ที่เบธเพจ แบล็ก คงสกอร์ไม่ต่ำเช่นนั้นแน่ เมื่อนักกอล์ฟจะต้องเจอกับความยากของสนาม ทั้งระยะยาว, แฟร์เวย์แคบ, รัฟเหนียว, บังเกอร์โหด ครั้งสุดท้ายที่สนามแห่งนี้จัดกอล์ฟเมเจอร์คือ ยูเอส โอเพ่น เมื่อปี 2009 ซึ่งแชมป์คือ ลูคัส โกลเวอร์ คว้าแชมป์ด้วยสกอร์ -4 เท่านั้น

ลุ้น “ไทเกอร์” เพิ่มสถิติแชมป์เมเจอร์ที่ 16
ต้องบอกว่าเป็นไฮไลท์ที่แฟนกอล์ฟทั่วโลกจับตามองอย่างแท้จริง สำหรับเป้าหมายลุ้นแชมป์เมเจอร์รายการที่ 16 ของ ไทเกอร์ วูดส์ เจ้าของแชมป์เดอะมาสเตอร์สสดๆ ร้อนๆ โดยหลังจากคว้ากรีนแจ็คเกตที่ออกัสตา ไทเกอร์ ได้พักเก็บแรงเก็บความสดเอาไว้เต็มที่ ด้วยการไม่ลงแข่งขันรายการใดๆ จนมาถึงพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ
ความน่าสนใจคือ นอกจากฟอร์มและความมั่นใจของ ไทเกอร์ ที่กลับมาอีกครั้งแล้ว เขาก็เคยสามารถมาคว้าแชมป์เมเจอร์ที่เบธเพจ แบล็ก มาแล้วได้ด้วย ในยูเอส โอเพ่น ปี 2002 ด้วยสกอร์ -3 และมาดูกันว่าครั้งนี้ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่

สถิติผู้ชนะหลายครั้งมักเป็นแชมป์เมเจอร์หน้าใหม่
หลายคนอาจมองว่า พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ นั้นมีศักดิ์ศรีน้อยกว่าเมเจอร์รายการอื่นๆ แต่ความน่าสนใจของรายการนี้มักเป็นโอกาสให้นักกอล์ฟที่ไม่เคยได้สัมผัสแชมป์เมเจอร์มาก่อน สามารถปลดล็อกแชมป์เมเจอร์แรกของตัวเองได้สำเร็จที่รายการนี้ พิสูจน์ได้จากสถิติแชมป์ 3 จาก 4 ปีหลังสุด ที่ปลดล็อกเมเจอร์แรกได้ที่พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ รายการนี้นี่เอง
หรือถ้าย้อนไปนานกว่านั้นในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ผู้เล่นอย่าง ยาง ยอง-อึน, คีแกน แบรด์ลีย์, เจสัน ดัฟเนอร์, เจสัน เดย์, จิมมี่ วอล์คเกอร์ และ จัสติน โธมัส นักกอล์ฟเหล่านี้มีสถิติเคยคว้าแชมป์เมเจอร์ได้เพียงคนละหนึ่งรายการเท่านั้น และนั่นอาจมีลุ้นว่าแชมป์ในปีนี้อาจเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ที่ก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์เมเจอร์ครั้งแรกก็เป็นได้ โดยเฉพาะเมื่อมีผู้เล่นหลายคนที่ฟอร์มน่าจับตามองมาก ไม่ว่าจะเป็น ไบรสัน เดอแชมโบ หรือ ซานเดอร์ ชอฟเฟล เป็นต้น

นักกอล์ฟที่ต้องการตามเชียร์ “พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ 2019” สามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ทาง Fox Sports HD 1 และทรูวิชั่นส์ 680 สองวันแรกถ่ายทอดสดระหว่างเวลา 00.00-06.00 น. และสองวันสุดท้ายถ่ายทอดสดระหว่างเวลา 01.00-06.00 น.

ไม่ควรพลาดครับ!!