วิกฤตโควิด-19 ต้องบอกว่าแผ่วงกว้างส่งผลกระทบไปยังทุกวงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวงการสนามกอล์ฟ ที่ถึงแม้จะได้รับการผ่อนปรนให้กลับมาเปิดได้เป็นกีฬาแรกๆ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบก็ยังคงอยู่ จนตอนนี้เราได้เห็น “ปรากฎการณ์” ของวงการสนามกอล์ฟที่ไม่เคยมีมาก่อนเลยก็ว่าได้

ปรากฎการณ์ที่ว่า คือ การที่สนามเปิดให้นักกอล์ฟสามารถเข้าไป “ตีฟรี” โดยไม่ต้องเสียค่ากรีนฟีที่ถือเป็นรายได้หลักของสนามกอล์ฟ สนามที่ว่าก็คือ สนามกอล์ฟเจมส์ โบนันซา กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ จ.นครราชสีมา เมื่อประกาศยกเว้นค่ากรีนฟี โดยเก็บค่าบริการแค่ค่ารถกอล์ฟเท่านั้น

นอกจากนี้ ทางสนามกอล์ฟโบนันซ่ายังอนุญาตให้นักกอล์ฟสามารถออกรอบได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้บริการแคดดี้อีกด้วย ทำให้จะลดค่าใช้จ่ายลงไปอีกส่วนหนึ่ง แต่ทั้งนี้มีการเปิดเผยจากทางสนามว่า ส่วนใหญ่เกิน 90% นักกอล์ฟจะเลือกใช้บริการแคดดี้ เพื่อความสะดวก รวมถึงดูการไลน์บนกรีน เนื่องจากตัวสนามเป็นสนามเขา ทำให้ไลน์ค่อนข้างซับยากกว่าสนามกอล์ฟทั่วไป (*สนามยกเว้นค่ากรีนฟีเฉพาะวันธรรมดา แต่ถ้าคุณเป็นสมาชิกกลุ่มไลน์ HotGolf Greenfee Mart จะได้สิทธิ์ยกเว้นค่ากรีนฟีทุกวันรวมวันหยุด เข้าร่วมกลุ่มเพื่อรับสิทธิ์ได้ที่ https://bit.ly/2MnVBYz)

นี่คือปรากฎการณ์แบบ New Normal ของสนามกอล์ฟในยุคหลังโควิด-19 อย่างแท้จริง เมื่อสนามกอล์ฟต้องปรับตัวเพื่ออยู่รอด ซึ่งก็เป็นปัญหาต่อเนื่องมาจากปัญหาเดิมก่อนหน้านี้ นั่นก็คือ ยอดจำนวนนักกอล์ฟคนไทยที่เติบโตลดลง จากปัจจัยต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง, การใช้เวลาในการเล่นนานเกินไป หรือการมาเล่นแล้วเจอก๊วนเจ้าถิ่นทำให้การเล่นติดขัด ซึ่งต่างส่งผลต่อการเติบโตของจำนวนนักกอล์ฟคนไทยทั้งสิ้น

อีกทั้งตัวเลขยังถือว่าสวนทางกับยอดสนามกอล์ฟในไทย ที่แต่ละปีมีสนามกอล์ฟสร้างเสร็จเปิดใหม่แทบทุกปี ส่งผลให้การแข่งขันยิ่งสูงขึ้นอีก

ล่าสุด มีบางสนามเริ่มใช้คำในโปรโมชั่นว่า ยกเว้นค่ากรีนฟี เช่นเดียวกับโบนันซ่า อย่างสนามกอล์ฟปาริชาติ อินเตอร์เนชั่นแนล กอล์ฟลิงค์ ที่มีโปรโมชั่นเก็บแค่ค่าแคดดี้กับรถกอล์ฟเพียง 1,100 บาท อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า โปรโมชั่นยังไม่ค่อยชัดเจน จึงยังไม่เป็นกระแสเท่ากับของโบนันซ่า ที่ถูกพูดถึงอย่างมากในเวลานี้

จากปรากฎการณ์ตีฟรี อีกหนึ่งปรากฎการณ์สนามกอล์ฟที่ต้องพูดถึงเช่นกัน นั่นคือ การที่เราได้เห็นสนามกอล์ฟระดับห้าดาว ลงมาอยู่ใน “สงครามราคา” มากขึ้น โดยเฉพาะล่าสุดที่เล่นเอาฮือฮาไม่น้อย นั่นคือ โปรโมชั่นของ เรด เมาน์เทิน กอล์ฟคลับ หนึ่งในสนามกอล์ฟที่ขึ้นชื่อว่ามีราคากรีนฟีแพงที่สุดในประเทศไทย รวมถึงติดท็อป 10 ที่ HotGolf เคยจัดอันดับมาแล้ว (คลิกดูการจัดอันดับได้ที่ https://bit.ly/2ZREgv4)

จากสนามกอล์ฟที่ต้องใช้เงินเกือบครึ่งหมื่นในการไปออกรอบแต่ละครั้ง แต่ล่าสุด เรด เมาน์เทิน กอล์ฟคลับ จัดโปรโมชั่นในราคาเพียง 2,600 บาท โดยเป็นแพ็คเกจได้ครบทั้งกรีนฟี, แคดดี้, รถกอล์ฟ รวมไปถึงอาหารและเครื่องดื่ม

นั่นก็เพราะต้องยอมรับว่าสนามกอล์ฟในภูเก็ตนั้นปกติพึ่งพายอดนักกอล์ฟต่างชาติมากกว่านักกอล์ฟไทย และผลกระทบจากการไร้นักท่องเที่ยวต่างชาติในเวลานี้ จึงส่งผลกระทบต่อสนามกอล์ฟโดยตรง และสนามระดับห้าดาวในภูเก็ตด้วยกันอย่าง บลูแคนยอน คันทรีคลับ ที่ก็ทำราคามาได้น่าสนใจไม่แพ้กัน โดยเป็นโปรโมชั่นแพ็คเกจก๊วน 5 คนเพียง 7,000 บาท หรือเฉลี่ยคนละ 1,400 บาทเท่านั้น

ถือเป็นช่วงวิกฤตของสนามกอล์ฟที่ต่่างต้องพยายามเอาตัวรวดในช่วงวิกฤตนี้ไปให้ได้ แต่ขณะเดียวกันก็ถือเป็นช่วงโอกาสของนักกอล์ฟชาวไทยอย่างแท้จริง ที่จะได้เล่นกอล์ฟด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าปกติชนิดเป็นประวัติการณ์ หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นช่วง “ตักตวง” สำหรับนักกอล์ฟอย่างแท้จริง

ไม่ว่าอย่างไรในอนาคตเมื่อถึงเวลา วิกฤตนี้ก็จะต้องผ่านพ้นไป ก็ได้แต่หวังว่าบางสนามจะเห็นใจนักกอล์ฟชาวไทย ด้วยการทำราคาที่จับต้องได้มากขึ้น และที่สำคัญคือ เพื่อกระตุ้นให้คนหันมาเล่นกอล์ฟมากขึ้นอีกด้วย หรือไม่เช่นนั้นยอดนักกอล์ฟไทยอาจจะยิ่งลดลง และสงครามราคาอาจจะยิ่ง “ดุเดือด” กว่านี้ก็เป็นได้