ถ้ามีนักกีฬาสักคนถูกตั้งฉายาว่า “กัปตันอเมริกา” มันคงดูเหมือนว่านักกีฬาคนนั้นคงจะต้องเป็นที่รักของแฟนกีฬาชาวสหรัฐฯ อย่างแน่นอน

แต่กัปตันอเมริกาในกีฬากอล์ฟนั้นตรงข้ามกันเลย เพราะเจ้าของฉายาคนนี้คือ “แพทริค รีด” ที่แฟนกีฬากอล์ฟชาวสหรัฐฯ ไม่ค่อยชอบเขากันสักเท่าไหร่นัก

รีด วัย 30 ปี ได้ฉายากัปตันทีมอเมริกา จากครั้งที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับทีมไรเดอร์คัพของสหรัฐฯ ในการแข่งขันปี 2016 ครั้งนั้นทีมสหรัฐฯ ไล่ต้อนคู่ปรับทีมยุโรปไปขาดลอย 17-11 แต้ม โดยที่ รีด ทำผลงานได้ถึง 3.5 แต้ม โดยเฉพาะการเอาชนะ รอรี่ แม็คอิลรอย ในประเภทซิงเกิ้ลแมตช์

อันที่จริงก่อนหน้าการแข่งขันในปี 2016 แฟนกอล์ฟของยุโรปไม่ค่อยชอบ รีด สักเท่าไหร่อยู่แล้ว ตั้งแต่ทำท่า “จุ๊ปาก” ใส่กองเชียร์ยุโรปในการแข่งขันปี 2014 และหลังจากนั้นเขาก็โดนแฟนกอล์ฟยุโรปคอยไล่โห่แทบทุกครั้งที่สบโอกาส

เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ถ้า รีด จะถูกแฟนกอล์ฟฝ่ายตรงข้ามไม่ชอบ แต่ปัญหาคืออย่างที่เราเล่าข้างต้นว่า แฟนกอล์ฟชาวสหรัฐฯ เองส่วนใหญ่แล้วก็ไม่ค่อยชอบ รีด ด้วยเหมือนกัน

รีด ถูกมองว่าเป็นผู้เล่นที่ชอบสร้างปัญหามาตั้งแต่สมัยเล่นระดับมหาวิทยาลัย เขาถูกทีมกอล์ฟมหาวิทยาลัยจอร์เจียปลดออกจากทีม หลังถูกตำรวจจับเนื่องจากคดีดื่มสุราทั้งที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ รวมถึงการปลอมบัตรประชาชน จนต้องลาออกจากมหาวิทยาลัย

แม้แต่กับครอบครัวของตัวเอง รีด ก็มีปัญหาด้วยเช่นกัน เขาไม่ได้คุยกับพ่อแม่และน้องสาว มาตั้งแต่ปี 2012 นับตั้งแต่แต่งงานกับภรรยา จัสติน คาเรน ไม่แม้แต่เชิญพ่อแม่มางานแต่งงานของตัวเอง และเคยถึงขั้นร้องขอให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไปเชิญตัวพ่อแม่ของตัวเองออกจากสนาม ขณะมาตามเชียร์เขาลงแข่งในยูเอสโอเพ่นปี 2014 มาแล้ว

ดูเหมือน รีด พร้อมจะทะเลาะกับทุกคน จากครอบครัวของเขา หรือแม้แต่เพื่อนร่วมทีมไรเดอร์คัพ จากครั้งที่เจ้าตัวเปิดปากจวก จิม ฟิวริค กัปตันทีมในการแข่งขันเมื่อปี 2018 ที่ไม่ยอมให้เขาเล่นคู่กับ จอร์แดน สปีธ ที่ทำผลงานจับคู่เล่นกันมาได้ค่อนข้างดีก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันก็อ้างด้วยว่า สปีธ ไม่อยากเล่นคู่กับเขา

แต่สิ่งที่ทำให้ รีด ไม่เป็นที่ชื่นชอบของแฟนกอล์ฟคือ เขาถูกมักมองว่าเป็นพวก “ขี้โกง”

รีด มักมีปัญหากับกฎกติกามาตั้งแต่สมัยเขายังเป็นผู้เล่นระดับมหาวิทยาลัย จนมาถึงช็อตสร้างชื่อ (เสีย) ในรายการฮีโร่เวิลด์ชาเลนจ์ปี 2019 ที่เขาถูกกล้องจับได้ว่าพยายามเกลี่ยทรายเพื่อให้ตีลูกได้ง่ายขึ้น แม้จะอ้างว่าไม่ได้ตั้งใจ แต่หลังจากนั้นเขาก็ถูกแฟนๆ ตะโกนใส่ว่าเป็นคนขี้โกงมาตลอด

ภาพลักษณ์ของ รีด ในสายตากองเชียร์ยากจะกู้คืนกลับมา พิสูจน์ได้จากกรณีล่าสุดที่เขาคว้าแชมป์พีจีเอทัวร์ รายการฟาร์เมอร์ส อินซัวแรนซ์ โอเพ่น ที่ทอร์รีย์ไพนส์ ที่แม้จะเป็นการชนะด้วยการทิ้งห่างคู่แข่งถึง 5 สโตรก แต่เหมือนว่าตำแหน่งแชมป์ของเขาต้องมีรอยด่างพร้อยอีกแล้ว

ระหว่างการเล่นในรอบที่ 3 หลุมที่ 10 รีด ตีช็อตแอพโพรชจากบังเกอร์ ลูกไปตกอยู่ในรัฟ แม้ลูกจะกระเด้งพื้นก่อนหนึ่งที แต่ รีด อ้างว่าลูกของเขาฝังอยู่ในดิน เขาหยิบลูกขึ้นมาก่อนที่กรรมการจะมาถึง และแจ้งกับกรรมการว่าลูกกอล์ฟของเขาฝัง ก่อนที่จะได้รับคำตัดสินว่าให้สามารถฟรีดร็อปได้ เนื่องจากระหว่างแข่งขันมีฝนตกลงมาก่อนหน้านี้

ฟรีดร็อปดังกล่าวช่วยให้ รีด เซฟพาร์ในหลุมดังกล่าว และยังรักษาสถานะผู้นำร่วม ก่อนจะกรุยทางไปคว้าแชมป์ได้ในท้ายที่สุด

ช็อตนี้กลายเป็นปัญหาทันที ผู้ชมส่วนใหญ่มองว่าลูกกอล์ฟไม่น่าฝังกับดินได้ เพราะลูกกระเด้งพื้นก่อนหนึ่งครั้ง (รีด ถามเจ้าหน้าที่ในสนามแล้วว่า ลูกกระเด้งก่อนหรือไม่ แต่ได้คำตอบว่า ไม่) หรือยังไง รีด ก็ไม่ควรหยิบลูกออกมาจนกว่ากรรมการจะมาดูหน้างานเสียก่อน

แต่ในภายหลังคณะกรรมการได้ออกมายืนยันว่า รีด ทำถูกต้องแล้ว เช่นเดียวกับกรณีแบบเดียวกันเลยของ รอรี่ แม็คอิลรอย ที่ไม่ได้ถูกตำหนิเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่กรณีฝ่ายหลังไม่ได้เรียกกรรมการมาตรวจสอบเลยด้วย โดยคณะกรรมการยืนยันว่าทั้งคู่มีสิทธิ์ตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ด้วยการอิงจากสภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่

ต้องยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้บดบังความจริงที่ว่า แพทริค รีด ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และเขาชนะด้วยการทิ้งห่างคู่แข่งคนอื่นถึง 5 สโตรก

แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือ รีด ไม่ยอมให้เสียงวิจารณ์ต่างๆ นานา มาส่งผลกระทบต่อการเล่นของเขา ทั้งที่ถูกตำหนิขนาดนี้ ถูกวิจารณ์ขนาดนี้ แต่เขายังคว้าแชมป์ได้ด้วยผลงาน 1 อีเกิ้ลส์ 3 เบอร์ดี้ เสีย 1 โบกี้ในวันสุดท้าย

ไม่ว่าคุณจะชอบเขาหรือไม่ แต่ต้องยอมรับหัวจิตหัวใจของ รีด ไม่ธรรมดาจริงๆ

**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf

Advertisement