ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบัน “สมาร์ทโฟน” เข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวันของคนเรา จนแทบจะกลายเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งไปแล้ว ด้วยความเอนกประสงค์ที่ทำได้แทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะติดต่อสื่อสาร ทำงาน จ่ายเงิน หรือใช้เพื่อความบันเทิง จนเราแทบจะขาดมันไปไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว

แต่การที่เราขาดมันแทบไม่ได้นี่ล่ะ ทำให้เราเผลอหรือตั้งใจใช้สมาร์ทโฟนในเวลาที่ไม่ควรใช้ ไม่ว่าจะตอนขับรถ, ตอนทำงาน รวมถึงหนึ่งในเวลาที่คุณไม่ควรใช้เลย นั่นก็คือ “ตอนตีกอล์ฟ”

ถึงแม้ปัจจุบันคุณจะสามารถใช้สมาร์ทโฟนเข้ามาช่วยเหลือตอนตีกอล์ฟได้ด้วยเช่น ใช้ฟีเจอร์กอล์ฟจีพีเอสสำหรับดูระยะ และดูเลย์เอ้าท์ของหลุม รวมถึงช่วยให้คุณไม่พลาดให้การติดต่อ

แต่มันเป็นเรื่องที่ดีกว่าแน่ๆ ถ้าคุณจะไม่ใช้สมาร์ทโฟนตอนตีกอล์ฟ แถมถ้าคุณทำได้ มันจะช่วยให้ตีกอล์ฟ “มีความสุขขึ้น” ซึ่งเรื่องนี้มีผลวิจัยมายืนยันด้วย

บทความจากเว็บไซต์ Golf.com รายงานโดยอ้างผลการศึกษาจากกรณีผลกระทบจากการล็อคดาวน์ที่ประเทศอังกฤษ ด้วยการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 286 คนเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนเต็ม

การเก็บข้อมูลทำโดยให้กลุ่มตัวอย่างทั้ง 286 คน กักตัวอยู่แต่ในที่พัก และอนุญาตให้ออกจากที่พักเฉพาะเหตุจำเป็นเท่านั้น โดยต้องบันทึกข้อมูลระดับการรู้สึกมีความสุขของตัวเองเป็นเวลา 3 ครั้งต่อหนึ่งวัน

ผลการเก็บข้อมูลเผยว่า ส่วนมากของกลุ่มตัวอย่างรู้สึกมีความสุขมากที่สุด เมื่อพวกเขาได้ออกนอกบ้าน ซึ่งเป็นไปตามคาดเนื่องจากการที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดไปกับการกักตัวอยู่แต่ในบ้าน การได้ออกนอกบ้านทำให้พวกเขารู้สึกมีความสุขขึ้น อีกทั้งยังเป็นเพราะได้ใช้เวลาออกห่างจากหน้าจอของสมาร์ทโฟน ที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญของการเพิ่มความสุขของกลุ่มตัวอย่างอย่างแท้จริง

ผลการเก็บข้อมูลครั้งนี้สรุปได้ว่า ยิ่งมนุษย์ได้ใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านมากเท่าไหร่ และอยู่ห่างสมาร์ทโฟนมากเท่าไหร่ พวกเขาจะยิ่งมีความสุขขึ้น และรู้สึกเหงาน้อยลง เมื่อเทียบกับผู้คนที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่แต่กับหน้าจอสมาร์ทโฟนเป็นหลัก

บทความดังกล่าวอิงผลวิจัยนี้ว่า ก็น่าจะช่วยนักกอล์ฟให้ตีกอล์ฟมีความสุขได้มากขึ้นเช่นกัน ถ้าใช้สมาร์ทโฟนน้อยลงระหว่างการออกรอบ

เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่นักกอล์ฟน่าจะสัมผัสได้เหมือนกันว่า การใช้สมาร์ทโฟนระหว่างออกรอบเพื่อทำงาน ส่งผลให้คุณมีสมาธิและสนุกกับกอล์ฟน้อยลงกว่าที่คุณควรจะเป็น หรือแม้แต่การใช้เล่นโซเชียลมีเดียก็ทำให้พลาดโอกาสที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมก๊วน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วน่าจะคือเพื่อนสนิทของคุณ

ดังนั้น การใช้น้อยลง หรือไม่ใช้เลย ก็น่าจะสรุปได้ว่า สามารถช่วยให้คุณเล่นกอล์ฟได้สนุกและมีความสุขมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ถ้าหักดิบไม่ใช้สมาร์ทโฟนเลยตลอดการออกรอบ 18 หลุม ที่กินเวลาราว 3.5-5 ชั่วโมง ต้องยอมรับว่าเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะนักกอล์ฟบางคนที่ยังต้องทำงาน หรือเช็คข้อความอยู่เป็นระยะๆ ไปด้วย ดังนั้น บทความดังกล่าวจึงเสนอแนะทางออกให้นักกอล์ฟจำกัดการใช้สมาร์ทโฟนให้น้อยที่สุด ตามแนวทางดังนี้

1. ถ้าคุณต้องใช้มันดูเพื่อเป็นกอล์ฟจีพีเอส เพื่อดูระยะและเลย์เอ้าท์สนาม ก็ขอให้ใช้แค่นั้นจริงๆ อย่าพยายามออกนอกลู่นอกทางไปใช้แอพลิเคชั่นอื่น เช่น เช็คข้อความ เช็คอีเมล ถ้าใช้ดูระยะเสร็จแล้วให้เก็บทันที

2. ถ้าคุณอยากใช้กอล์ฟจีพีเอส แต่ไม่อยากหยิบสมาร์ทโฟนมาใช้ ก็ให้หาอุปกรณ์อื่นมาใช้แทนเช่น นาฬิกากอล์ฟจีพีเอส หรืออุปกรณ์อื่นที่คุณสมบัติพอใช้ทดแทนได้เช่น กล้องวัดระยะ

3. ถ้าไม่เห็น ก็ไม่อยาก…พยายามเก็บสมาร์ทโฟนของคุณเอาไว้ในช่องเก็บถุงกอล์ฟช่องลึกๆ แทนที่จะเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง หรือเก๊ะของรถกอล์ฟ ซึ่งจะช่วยให้คุณลืมมันไปได้พักใหญ่เลยล่ะ

4. ถ้าหวั่นใจว่าจะมีเรื่องด่วนหรือธุระเข้ามา ให้ประกาศทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของคุณก่อนออกรอบไปเลยว่า คุณจะหายหน้าหายตาไปสัก 4-5 ชั่วโมง ถ้ามีอะไรให้ฝากข้อความไว้ แล้วจะติดต่อกลับ

5. วิธีที่ 4 อาจจะหักดิบไปนิด ถ้านักกอล์ฟคนไหนที่ธุรกิจรัดตัวจริงๆ แนะนำให้วางแผนการใช้งานสมาร์ทโฟนแทนดีกว่า เช่น เช็คสมาร์ทโฟนของคุณทุกหลังเล่นเสร็จ 6 หลุม หรือ 9 หลุม ซึ่งน่าจะเพียงพอช่วยให้คุณไม่พลาดการติดต่อ หรือพลาดเรื่องเร่งด่วนสำคัญๆ ได้

ทั้ง 5 วิธีนี้ แนะนำให้ไปลองปรับใช้ดู แล้วมารอดูกันครับว่า มันจะช่วยให้คุณตีกอล์ฟ “มีความสุขขึ้น” ได้มากน้อยแค่ไหน….