SHARE

ในฤดูกาลพีจีเอทัวร์ 2018-2019 ถือเป็นปีที่ทัวร์มีนักกอล์ฟหน้าใหม่แจ้งเกิดเยอะมากที่สุดปีหนึ่ง ช่วยเพิ่มการแข่งขันให้มีความเข้มข้นมากกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา รวมถึงหนึ่งในผู้เล่นที่เพิ่งแจ้งเกิดสดๆ ร้อนๆ และคว้าแชมป์ทั้งที่เพิ่งเทิร์นโปรลงแข่งขันเพียง 6 รายการเท่านั้นก็คือ “คอลลิน โมริกาวะ”

โมริกาวะ วัยเพียง 22 ปี ฉายแววอนาคตไกลมาตั้งแต่สมัยเป็นผู้เล่นเยาวชน เมื่อเคยขึ้นถึงตำแหน่งนักกอล์ฟมือสมัครเล่นอันดับ 1 ของโลก รวมถึงผลงานในการเล่นให้กับทีมมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน ด้วยการสามารถคว้าแชมป์ PAC-12 ที่สู้กันระหว่าง 12 มหาวิทยาลัยดังของสหรัฐฯ มาแล้ว

จากนั้น โมริกาวะ ตัดสินใจเทิร์นโปรในเดือนมิ.ย. และได้รับการเซ็นสัญญาโดย TaylorMade เป็นผู้สนับสนุนด้านอุปกรณ์กอล์ฟ เช่นเดียวกับ แม็ทธิว โวลฟฟ์ และทั้งคู่ไม่ทำให้ผู้สนับสนุนต้องผิดหวัง เมื่อสามารถประเดิมแชมป์พีจีเอทัวร์ได้อย่างรวดเร็วทั้งคู่

โมริกาวะ คว้าแชมป์พีจีเอทัวร์ รายการบาร์ราคูด้า แชมเปี้ยนชิพ ณ สนามกอล์ฟมอนเตรซ์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ ในเมืองเรโน่ รัฐเนวาด้า โดยเป็นรายการที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนรายการใด ด้วยการแข่งขันแบบสเตเบิ้ลฟอร์ด เพื่อเร้าให้นักกอล์ฟเล่นเกมบุกกันอย่างเต็มที่ โดยนักกอล์ฟจะได้ถึง 5 แต้มสำหรับทำอีเกิ้ลส์, 2 แต้มสำหรับเบอร์ดี้, พาร์ 0 แต้ม, โบกี้เสีย 1 แต้ม และมากกว่านั้นเสีย 3 แต้ม

ในวันสุดท้าย โมริกาวะ เริ่มต้นด้วยตามหลังถึง 4 แต้ม ก่อนเร่งเครื่องอย่างหนัก โดยเฉพาะการเหมาทำ 4 เบอร์ดี้ใน 5 หลุมสุดท้าย ปาดหน้าคว้าแชมป์ไปครองด้วยแต้มรวม 47 แต้ม รับถ้วยแชมป์ไปพร้อมกับเงินรางวัล 630,000 เหรียญสหรัฐฯ และทำเงินสะสมในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนที่เทิร์นโปรแตะหลัก 1.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โมริกาวะ ถือเป็นการเซ็นสัญญาที่เฉียบคมของ TaylorMade อีกครั้ง เช่นเดียวกับ แม็ทธิว โวลฟฟ์ ขณะเดียวกันเจ้าตัวเองก็เผยว่า เขาใช้อุปกรณ์ TaylorMade อยู่แล้ว จึงแทบไม่ต้องคิดมากในการเซ็นสัญญาครั้งนี้

อุปกรณ์ภายในถุงของ โมริกาวะ นำมาโดยไดรเวอร์ TaylorMade M5 ที่ช่วยให้เขามีสถิติไดร์ฟเข้าแฟร์เวย์อย่างแม่นยำคิดเป็น 86% ช่วยเอื้อให้เล่นเกมบุกทำแต้มได้ง่ายขึ้น

ขณะที่อุปกรณ์ที่ดูเหมือน โมริกาวะ จะโปรดปรานเป็นพิเศษ นั่นคือ เหล็กยูทิลิตี้ TaylorMade GAPR Lo เนื่องจากเล่นได้ดีทั้งจากแท่นทีในช็อตที่เน้นการคอนโทรล เช่นเดียวกันกับช็อตขึ้นกรีนในหลุมพาร์ 4 ยาว หรือการบุกทำแต้มในหลุมพาร์ 5 ที่ต้องการทั้งความแม่นยำ และพลังในการตกหยุด

แต่การบุกทำแต้มจะไม่ประสบความสำเร็จ ถ้าไม่มีเกมเหล็กที่แน่นอนที่เจ้าตัวเลือกใช้ TaylorMade P-730 เหล็กเบลดหลังตัน โดย โมริกาวะ เผยว่าเป็นเหล็กที่เขาใช้เวลาในการปรับให้เข้ามือเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น และมันมีจุดเด่นที่เขาช่วยให้คอนโทรลช็อตการเล่น และเวิร์คบอลได้ตามต้องการอย่างง่ายดาย และอย่างยิ่งกับช็อตการเล่นแบบเฟด อีกทั้งยังเผยว่าการเปลี่ยนมาใช้เหล็กรุ่นดังกล่าวเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดของเขาเลยทีเดียว

การแจ้งเกิดของ “คอลลิน โมริกาวะ” เป็นอีกหนึ่งสัญญานที่แสดงให้เห็นว่า พีจีเอทัวร์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ แล้วมารอดูกันอีกครั้งครับว่า ผู้เล่นหน้าใหม่เหล่านี้จะรักษามาตรฐานการเล่นได้ดีแค่ไหนกัน…

What’s in Bag / Collin Morikawa
Driver: TaylorMade M5 (9 degrees), Mitsubishi Tensei CK Pro White 70TX
3 Wood: TaylorMade M5 (Rocket 3, 14 degrees), Mitsubishi Diamana D+ 80TX
Driving Iron: TaylorMade GAPR Lo (2 iron), Mitsubishi Tensei CK 100HY TX-Flex
Irons: Callaway Apex Pro (4 iron), TaylorMade P-730 (5-PW), True Temper Dynamic Gold Tour Issue X100
Wedges: Titleist Vokey SM7 (52, 56 and 60 degrees), True Temper Dynamic Gold Tour Issue S400
Putter: Bettinardi Carbon 3-Step Jam prototype
Ball: Titleist Pro V1x