ครั้งนี้ HotGolf เราได้ทดสอบอุปกรณ์รุ่นใหม่จาก Titleist ที่เปิดตัวมาเคียงข้างชุดเหล็ก นั่นคือไฮบริด Titleist TS ที่ยังคงมีให้เลือกสองรุ่นย่อย ระหว่าง TS2 และ TS3

หลายปีหลังมานี้ Titleist มักจะเปิดตัวไม้ไฮบริดมาพร้อมกับชุดเหล็ก เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ต้องทำฟิตติ้งมาแทนเหล็กยาว เพื่อให้ทำงานได้สองคล้องเข้ากับชุดเหล็กมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามในไม้ไฮบริดรุ่นนี้จะเป็นการกลับมาเข้าอยู่ในซีรี่ส์เดียวกับไดรเวอร์ และหัวไม้แฟร์เวย์อีกครั้ง นั่นคืออยู่ในตระกูล TS เนื่องจากจะใช้เทคโนโลยีหลักเดียวกันอย่างโครงสร้าง Speed Chassis

โครงสร้าง Titleist Speed Chassis ในไฮบริดประกอบด้วย หน้าไม้ที่บางลง และสร้างความเร็วได้สูงขึ้น เช่นเดียวกับส่วนกระดองที่บางลงเช่นกัน ทำให้กระจายน้ำหนักได้ดีขึ้น ช่วยให้จุด CG ต่ำลง ทำให้ตีแล้วได้มุมเหินที่สูงขึ้น และสปินต่ำลง

ไฮบริด Titleist TS ยังคงมีให้เลือกสองโมเดลระหว่าง TS2 และ TS3 โดย TS2 เป็นไม้ไฮบริดที่ตีง่าย ชดเชยความผิดพลาดสูงมาก เหมาะสำหรับนักกอล์ฟที่ตีเข้าหาลูกในมุมกวาด ให้มุมเหินสูง ตีง่าย และไกล รูปทรงขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับนักกอล์ฟที่ชอบไม้ไฮบริดที่มีรูปทรงคล้ายหัวไม้แฟร์เวย์

ส่วน TS3 เป็นไม้ไฮบริดตีได้ไกล เหมาะสำหรับนักกอล์ฟที่ตีเข้าหาลูกในมุมชัน ให้มุมเหินปานกลาง ตีได้ระยะแม่นยำ และให้ประสิทธิภาพในการควบคุมลูกแบบเหล็ก รูปทรงกะทัดรัด รูปทรงด้านปลายไม้เหลี่ยม ออกแบบสำหรับนักกอล์ฟที่ชอบไม้ไฮบริด ที่มีรูปทรงคล้ายเหล็ก

ก้านรุ่นสต็อกของไม้ไฮบริด TS เป็นก้านโมดิฟายที่มีให้เลือก 3 รุ่นระหว่างก้าน KURO KAGE Dual Core Black 60 (มุมเหินสูง สปินปานกลาง), ก้าน TENSEI AV Series Blue 70 (มุมเหินและสปินปานกลาง) และก้าน HZRDUS Smoke Black 80 (มุมเหินและสปิน ต่ำถึงปานกลาง)

ไม้ไฮบริด Titleist TS มีราคาขายที่ชิ้นละ 10,400 บาท นักกอล์ฟที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่บริษัท แอคูชเน็ท (ประเทศไทย) จำกัด โทร.02-751-4082-5

Tested By อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf
ขอยอมรับว่าครั้งแรกที่เห็นไฮบริด Titleist TS แอบหวั่นใจเล็กน้อยครับ เพราะหน้าไม้ค่อนข้างสแควร์ และไม่มีออฟเซ็ตเลย ซึ่งก็เป็นสไตล์ของไฮบริดค่ายนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่หลังจากที่ได้ลองใช้จริงๆ บอกได้เลยว่าเป็นไฮบริดที่ตีลูกลอยง่าย และโด่งมาก ฟีลลิ่งการเข้าปะทะค่อนข้างหนักแน่น ให้ความเป็น Titleist สูงมาก สำหรับผลงานที่ได้ถือว่าเยี่ยมครับ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับตอนจรดลูกในครั้งแรก ทำให้กล้าหยิบมาใช้แทนเหล็กยาวขึ้นเยอะ หรือแม้แต่ในช็อตที่ต้องการความแน่นอนกว่าเมื่อเทียบกับการใช้แทนหัวไม้แฟร์เวย์ ขณะที่ความต่างของ TS2 และ TS3 จากที่ทดสอบ TS2 จะให้ไฟลท์บอลโด่งกว่าเล็กน้อย ส่วน TS3 จะพุ่งและทะลุทะลวงมากกว่าเล็กน้อย รวมถึงรูปทรงหัวไม้จะมีความเหลี่ยมคมมากกว่า
Titleist TS ถือเป็นตัวแทนของไฮบริดสมัยใหม่ได้เป็นอย่างดีครับ เป็นอาวุธสำคัญให้กับนักกอล์ฟในการสู้กับพาร์ 4 ยาว และพาร์ 3 ยาว ช่วยให้มีโอกาสตีลูกตกหยุดบนกรีนมากขึ้น และที่สำคัญคือตีง่ายกว่าเหล็กยาวแน่นอน หรือแม้แต่การพิชิตพาร์ 5 ก็ตาม ถ้านักกอล์ฟถ้าตีเหล็กยาวไม่ดี ไม่แน่นอน หรือแม้แต่เหล็ก 5 ก็ตาม ผมคิดว่าไฮบริด Titleist TS เป็นอุปกรณ์ที่นักกอล์ฟควรพิจารณาทดสอบดูครับ มันอาจจะเป็นคำตอบที่คุณเฝ้าหาอยู่ก็เป็นได้ครับ