ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงที่ Mizuno พยายามอย่างมากที่จะเข็นโปรดักส์หัวไม้ของพวกเขาให้ก้าวขึ้นมามีส่วนแบ่งทางการตลาดมากขึ้น เหมือนเช่นชุดเหล็กที่ต้องบอกว่าขึ้นหิ้งไปแล้ว ทั้งจากยอดขาย และการเลือกใช้ของผู้เล่นในทัวร์

จากที่เคยมีหลายซีรี่ส์ออกมาพยายามให้ครอบคลุมมากที่สุด ปัจจุบัน Mizuno ปรับมาใช้กลยุทธ์มีเพียงซีรี่ส์เดียว แต่มีโมเดลหลากหลายมากขึ้น และกับรุ่นใหม่ล่าสุดนั่นคือ ST200 ที่มีให้เลือกถึง 3 โมเดลคือ ST200, ST200G และ ST200X โดยเฉพาะโมเดล ST200X ที่ถือเป็นโมเดลใหม่เอี่ยมที่ถูกเพิ่มเข้ามาเป็นครั้งแรกด้วย

ST200 ชูโรงมาด้วยวัสดุประสิทธิภาพสูงใหม่ล่าสุดของอุตสาหกรรมกอล์ฟอย่าง Beta rich Titanium ในส่วนของหน้าไม้ มีคุณสมบัติเด่นตรงที่แข็งแกร่งกว่าวัสดุที่ใช้ในการทำหน้าไม้ทั่วไปอย่าง 6-4 Ti ถึง 17% ช่วยให้มีแรงดีดตลอดทั่วทั้งหน้าไม้ อีกทั้งยังรักษาประสิทธิภาพการดีดตัวได้นานกว่าอีกด้วย รวมถึงมีการปรับแต่งร่องที่ติดกับหน้าไม้หรือ WAVE Sole ให้มีการ ขนาดกะทัดรัดขึ้น เสริมด้วยด้วยกระดองกราไฟท์ที่หนาบางต่างจุด ทำให้สามารถนำน้ำหนักไปจัดวางใหม่เพื่อให้ได้คุณสมบัติด้านสปินที่ต้องการ

ขณะที่แต่ละโมเดลของ ST200 ต่างมีความโดดเด่นและแคเรกเตอร์ที่แตกต่างกันไปเฉพาะตัว ST200 ยังเป็นโมเดลที่มีความเสถียรสูง เหมาะกับผู้เล่นที่ต้องการได้ระยะทางที่สูงขึ้น และทิศทางที่ควบคุมได้ ท้องไม้มีการเสริมหมุดถ่วงน้ำหนักด้านหลังขนาด 11.6 กรัม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลดสปินให้ต่ำยิ่งขึ้น และยังช่วยให้สามารถชดเชยความผิดพลาดได้มากขึ้นอีกด้วย

ST200G ได้ถูกดีไซน์มาสำหรับนักกอล์ฟที่มีสวิงสปีดสูง ด้วยบอลสปีดที่ออกหน้าไม้เร็วยิ่งขึ้นกว่ารุ่นก่อน, ให้ความมั่นใจมากขึ้นในช็อตที่ผิดพลาด และอัตราสปินที่สามารถปรับแต่งได้ตั้งแต่ระดับปานกลางไปถึงต่ำมาก มีการใส่เทคโนโลยีรางเลื่อนปรับน้ำหนัก หรือ FAST TRACK เป็นรางคู่ถูกพัฒนาใหม่ให้ยาวขึ้น ทำให้ ST200G มีการปรับแต่งที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยอัตราสปินที่สามารถเลือกได้ระหว่างปานกลาง/ต่ำ-ไปจนถึงต่ำมากเลยทีเดียว

โมเดลสุดท้ายซึ่งเป็นโมเดลใหม่ล่าสุดคือ ST200X เป็นโมเดลตีง่าย ที่เน้นน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ด้วยการใช้ก้านที่ Mizuno เพัฒนาขึ้นเองอย่างก้าน MFUSION ขนาด 39 กรัม เหมาะกับนักกอล์ฟที่สวิงสปีดไม่สูงมาก โดยให้ไฟลท์บอลเหินโด่ง ตีลูกลอยง่าย และติดดรอว์

ไดรเวอร์ Mizuno ST200 วางขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย ST200 และ ST200G มีราคาขายที่ชิ้นละ 23,500 บาท และ ST200X ราคา 21,500 บาท นักกอล์ฟที่ต้องการข้อมูล สามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่บริษัท ไอซีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โทร.02-293-9000 ต่อ 337, 402

Tested by อรรถพล โล่สุวรรณ หัวหน้ากองบรรณาธิการ HotGolf
จากรุ่น ST190 ที่ถือเป็นหนึ่งในไดรเวอร์ที่ผมมีโอกาสได้รีวิวเมื่อปีที่แล้ว และรู้สึกประทับใจกับประสิทธิภาพที่ได้รับ ไม่ว่าจะเป็นจุดเด่นที่ตีลูกลอยง่าย ได้ระยะ แล้วยังตีได้เสียงอิมแพ็คที่เพราะโดยไม่จำเป็นต้องเป็นนักกอล์ฟสปีดสูง จัดเป็นอีกหนึ่งรุ่นไดรเวอร์ที่ตีง่าย ชนิดจับมาใช้ไดร์ฟกันได้เลยโดยไม่จำเป็นทำความรูู้จักอะไรกันมากมาย และหนึ่งในรุ่นไดรเวอร์ที่ผมชอบที่สุดของปี 2019
มาถึงรุ่นใหม่ล่าสุด ST200 ที่ปีนี้แยกย่อยเป็น 3 โมเดล โดยผมมีโอกาสได้ทดสอบทั้ง 3 โมเดล ไล่ตั้งแต่ ST200X โมเดลน้ำหนักเบา ก้านค่อนข้างดีด เป็นโมเดลที่ตีลูกลอยง่ายที่สุด เหมาะกับนักกอล์ฟสปีดกลางๆ ที่ต้องการตัวช่วยทั้งเรื่องน้ำหนักและก้าน ช่วยให้ตีสบายและได้ระยะมากขึ้น โดยยังคงคอนเซ็ปต์เดิมคือตีได้เสียงเพราะชนิดทีไม่จำเป็นต้องสปีดสูง
ต่อมาคือรุ่น ST200 โมเดลสแตนดาร์ด ที่ฟีลลิ่งหลังลองใช้รู้สึกเลยว่า ลูกพุ่งมากขึ้น ลูกดีดตัวออกจากหน้าไม้เร็วขึ้น ด้วยวัสดุหน้าไม้แบบใหม่ที่ Mizuno นำมาใช้ในรุ่นนี้ แถมยังชดเชยความผิดพลาดมากขึ้น ช็อตตีโดนตำแหน่งไม่ดีก็ยังแทบไม่ส่งผล ลูกยังสามารถพุ่งทำระยะได้ดี
โมเดลสุดท้าย ST200G โมเดลนี้ไฟลท์บอลของลูกจะพุ่งมากที่สุดในจำนวน 3 รุ่น และยังให้วิถีที่แน่นอน แถมที่ท้องไม้มีหมุดถ่วงน้ำหนักใส่มาให้ด้วย ทำให้มีลูกเล่นสามารถปรับแต่งไฟลท์บอลได้อีก
เรียกว่า 3 โมเดลแคเรกเตอร์โดดเด่นแตกต่างกันชัดเจน แต่โดยรวมจุดเด่นที่เพิ่มขึ้นมาคือ ไฟลท์บอลให้ความรู้สึกพุ่งมากขึ้น และลูกดีดออกจากหน้าไม้เร็วขึ้น รับประกันว่าได้ระยะเพิ่มขึ้นแน่นอนครับ

ช็อปสินค้ากอล์ฟออนไลน์ได้แล้ววันนี้ที่ HotGolf Shop คลิก www.hotgolfclub.com/hotgolfshop