SHARE

ทยอยเปิดตัวกันจนพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว สำหรับไลน์อุปกรณ์ของปี 2019 ที่ปีนี้ยังคงคึกคัก และน่าตื่นตาตื่นใจกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทุกแบรนด์ต่างคิดค้น และไปพัฒนากันมา

โดยเฉพาะปี 2019 นี้ยิ่งต้องบอกว่าคึกคักเป็นพิเศษ เพราะเป็นการกลับมาของ Titleist และ PING ที่ลูปเวลาการลอนช์อุปกรณ์ใหม่นั้นๆ มีความเป็นเฉพาะตัวสูง และปีนี้ทั้งสองแบรนด์ก็กลับมาอีกครั้ง โดยเฉพาะในส่วนของไดรเวอร์ที่น่าจับตามอง เรียกว่าไม่มีใครยอมใครเลยทีเดียว

และคงไม่มีเวลาไหนที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว สำหรับการรวบรวมสุดยอดไดรเวอร์ของปี 2019 ที่ทีมงาน HotGolf เรารวบรวมทุกแบรนด์ดังมาประชันกัน พร้อมสรุปจุดเด่นว่า รุ่นไหนของแบรนด์ใดมีทีเด็ดอย่างไรบ้าง และนั่นอาจเป็นสิ่งที่คุณกำลังมองหาเพื่อเข้ามาสร้างสร้างประสิทธิภาพให้เกมไดร์ฟของคุณก็เป็นได้!…

Callaway Epic Flash
Callaway Epic Flash เป็นไดรเวอร์โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีหน้าไม้แบบใหม่ Flash Face ซึ่งถูกออกแบบด้วยระบบ Artificial Intelligence (A.I.) หรือเทคโนโลยีสมองกลอัจฉริยะ ที่นำมาใช้ในการออกแบบอุปกรณ์กอล์ฟเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม ร่วมด้วยระบบ Machine Learning ที่ใช้เครื่องซูเปอร์คอมพิวเตอร์เรียนรู้และประมวลผลจากข้อมูลรูปแบบหน้าไม้กว่า 15,000 รูปแบบ กระทั่งได้รูปแบบดีไซน์หน้าไม้หนึ่งเดียวที่ดีที่สุด และกลายเป็นหน้าไม้ Flash Face ที่นำมาใช้ในไดรเวอร์ Epic Flash รุ่นนี้
นอกจากนี้ Epic Flash รุ่นใหม่ยังคงมาพร้อมกับเทคโนโลยีเด่นของ Callaway ในระยะหลังอย่าง Jailbreak เสาไทเทเนียมภายในหลังหน้าไม้ ลดการสูญเสียพลังงานของกระดองและท้องไม้ เพื่อให้หน้าไม้ยังกักเก็บพลังงานได้อย่างเต็มที่ และปลดปล่อยพลังเป็นระยะทางได้สูงสุด รวมถึงส่วนกระดองเป็นวัสดุ triaxial carbon ใหม่อย่าง T2C ที่มีการถักทอของเส้นใยคาร์บอนที่หนาแน่นกว่าเดิม ช่วยให้ออกแบบได้น้ำหนักเบา และเอื้อต่อการใช้ระบบร่องเลื่อนถ่วงน้ำหนักที่บริเวณกระดองขนาด 16 กรัมให้สามารถปรุงแต่งไฟลท์บอลได้ง่ายยิ่งขึ้น
จุดเด่น : หน้าไม้ประสิทธิภาพสูงจากสมองกลอัจฉริยะ เกินกว่าที่มนุษย์จะคิดค้นได้

Honma T//World TW747
T//World TW747 เป็นรุ่นที่ Honma ที่หมายมั่นปั้นมือในการบุกตลาดอเมริกาเต็มตัว ด้วยการเซ็นสัญญากับ จัสติน โรส ให้ใช้ไดรเวอร์รุ่นนี้ นอกจากนี้ก็มาพร้อมกับกลิ่นอายของความไดรเวอร์ฝั่งตะวันตกมากขึ้น ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูทันสมัย และฟีลลิ่งเสียงที่ให้ความเป็นไดรเวอร์สมัยใหม่ แต่ยังแฝงไว้ด้วยความปราณีต และพรีเมี่ยม แปะป้าย “Made in Sakata” ตามแบบฉบับของ Honma เหมือนอย่างที่เคยเป็นเสมอมา
Honma T//World TW747 ชูโรงมาด้วยเทคโนโลยี P-Sat (Precision Spine Alignment Technology) จัดเรียงแนวสไปน์ก้านมาจากโรงงานไว้ในตำแหน่ง 6 นาฬิกาอย่างแม่นยำ เสริมด้วย Non-Rotating System กับครั้งแรกของอุตสาหกรรมที่พัฒนาระบบปรับแต่งองศา Loft และ Lie ที่คอไม้ให้ยังคงสามารถรักษาแนวสไปน์ของก้านเอาไว้ ทำให้สามารถรักษาประสิทธิภาพการทำงานของก้านที่ติดมาเป็นก้านพรีเมี่ยมของ Honma ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเอาไว้
ส่วนเทคโนโลยีภายในหัวเป็น Fang Technology ดีไซน์หน้าไม้เพิ่มแกนภายใน 4 จุด ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและสร้างพลังงานให้กับหน้าไม้ และขยายสวีทสปอตให้กว้างขึ้น เพื่อให้ดีดลูกออกจากหน้าไม้ได้รุนแรงมากขึ้น และนำมาสู่ระยะทางที่ไกลยิ่งขึ้น เสริมด้วย Ribbed Carbon Crown กระดองจากวัสดุ ET40 carbon ที่เพิ่มริ้วภายใน ช่วยลดน้ำหนัก แต่ยังคงความแข็งแกร่ง ทำให้สามารถจัดวางน้ำหนักเพื่อดึงจุดศูนย์ถ่วงให้อยู่ต่ำ และสร้างการชดเชยความผิดพลาดได้มากยิ่งขึ้น
จุดเด่น : สไปน์ก้านที่ถูกตั้งมาอย่างแม่นยำ และระบบปรับคอไม้ที่ยังคงตำแหน่งที่ดีที่สุดของสไปน์ก้านไว้

Titleist TS
เป็นธรรมเนียมของ Titleist และเกือบทุกแบรนด์ที่จะออกแบบไดรเวอร์ 2 โมเดลให้มีความแตกต่างตามรูปแบบและความต้องการของใช้งาน แต่ Titleist TS นับเป็นการออกแบบที่มีแคเรกเตอร์ที่ชัดเจนมากที่สุดอีกครั้งหนึ่ง ระหว่างรุ่น TS2 ที่ตีง่าย และมีการชดเชยความผิดพลาดสูงสุดจากทั่วทั้งหน้าไม้ ในขณะที่ TS3 ออกแบบให้สามารถปรับแต่ง CG ได้ จาก SureFit CG เพื่อให้ตีได้ไกล และปรับไฟลท์บอลให้เหมาะกับนักกอล์ฟแต่ละคนมากที่สุุด
แต่ทั้ง 2 โมเดลก็มาพร้อมกับเทคโนโลยีหลักของซีรี่ส์นี้ นั่นคือ โครงสร้าง Titleist Speed Chassis ซึ่งประกอบฝาด้านบนทำจากไททาเนียมบางเป็นพิเศษ ที่ทำให้จัดวางน้ำหนักดึงจุดศูนย์ถ่วงไปอยู่ด้านล่างได้มากขึ้น, หน้าไม้ที่บางขึ้น ช่วยสร้างความเร็วสูงขึ้น และและชดเชยความผิดพลาดมากขึ้น, รูปทรงแบบใหม่ที่ลู่ลม เพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์ ลดแรงต้านได้ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ทำให้นักกอล์ฟสวิงได้เร็วขึ้น ความเร็วหัวไม้เพิ่มขึ้น ช่วยให้ตีได้ไกลขึ้น และสุดท้ายการกระจายน้ำหนักอย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้ MOI สูงสุด ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ Titleist TS เป็นไดรเวอร์ที่ให้ประสิทธิภาพที่ครบทุกด้านที่นักกอล์ฟนั้นต้องการ
จุดเด่น : สองโมเดลที่ครบทุกความต้องการ และสร้างความเร็วได้สูงสุด

Mizuno ST190
ST190 เป็นรุ่นไดรเวอร์ที่ Mizuno หมายมั่นปั้นมือเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการนำสองเทคโนโลยีเด่นจากสองรุ่นเข้ามาผสานกันครั้งแรกอย่างเทคโนโลยีปริงที่ท้องไม้ WAVE technology และระบบปรับแต่งน้ำหนัก FAST TRACK รวมถึงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น โดยสปริงที่ท้องไม้ของ ST190 ถูกออกแบบให้มีความ Aggressive ยิ่งขึ้น ทั้งกว้างและลึกขึ้น เพื่อสร้างพลังในการดีดตัวของหัวไม้ได้ทรงพลังมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในโมเดลย่อยอย่าง ST190G จะถูกเสริม FAST TRACK เข้ามาเพิ่มเติม สำหรับทั้งการปรับแต่งเพื่อลดสปิน ตลอดจนปรับน้ำหนักเพื่อเอื้อต่อการแต่งช็อตไฟลท์บอลให้เฟดหรือดรอว์อีกด้วย
นอกจากนี้ใน ST190 ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีในทุกส่วน ทั้งหน้าไม้ Forged SP700 Ti face ที่แข็งแกร่งกว่าวัสดุที่ใช้ในหัวไม้ทั่วไปกว่า 10% นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่เนื้อเหล็กนั้นมีความหนาแน่นกว่า ยืดหยุ่นสูง ให้เสียงที่คมชัด และเอื้อต่อการดีไซน์โครงสร้างหน้าไม้แบบ CORTECH ที่ใช้ในรุ่นนี้ ซึ่งค่อนข้างมีความซับซ้อนมาก นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นอยู่ที่การให้ค่า COR ที่สูงกว่าในความเร็วหัวไม้ที่ความเร็ว 90, 100 และ 110 ไมล์ต่อชั่วโมง ยิ่งทำให้นักกอล์ฟที่ตีได้สปีดอยู่แล้ว สามารถตีได้ระยะทางมากกว่าเดิม
จุดเด่น : ไดรเวอร์ติดสปริงที่สร้างแรงดีดให้ลูกพุ่งทำระยะได้สูงสุด

Cobra King F9 Speedback
เปิดตัวมาด้วยรูปลักษณ์ที่มีสีสัน ทันสมัย และปราดเปรียว เหมือนกับรถซูเปอร์คาร์ สำหรับ Cobra King F9 “Speedback” ที่ทีเด็ดไม่ได้อยู่แค่แต่เพียงรูปลักษณ์อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคอนเซ็ปต์ในการพัฒนาและออกแบบเพื่อให้โดดเด่นด้านแอโรไดนามิกส์มากที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเป็นการผสมผสานของสามคีย์หลักคือ รูปทรงที่พุ่งแหวกอากาศได้เร็วที่สุด, จุดศูนย์ถ่วงที่อยู่ลึกและต่ำเพื่อสร้างมุมเหินได้ดีที่สุด รวมถึงหน้าไม้ที่สร้างแรงดีดได้มากที่สุดจากทั่วทุกบริเวณ
King F9 Speedback ให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียดปลีกย่อย ไล่ตั้งแต่ดีไซน์แบบ Speedback Aero Design ด้วยการออกแบบหัวไม้ให้มีความลู่ลมมากที่สุด เสริมด้วย 360 Aero Technology สันโพลีเมอร์บริเวณกระดองติดกับหน้าไม้เพื่อรีดอากาศ รวมถึงจุดต่อมาคือ การดึงจุดศูนย์ให้อยู่ต่ำและลึกที่สุด ด้วยกระดอง Carbon Wrap Crown ที่ออกแบบกระดองวัสดุคาร์บอนให้ครอบตัวหัวไม้มากขึ้น เพื่อลดน้ำหนักของหัว และเอื้อให้จัดวางน้ำหนักและจุดศูนย์ถ่วงได้ง่ายขึ้น
และหนึ่งในจุดเด่นของ King F9 หน้าไม้ CNC Milled Face ที่ใช้การกลึง CNC ทื่มีจุดเด่นอยู่ที่ความแม่นยำในการผลิตที่มากกว่าการผลิตหน้าไม้แบบทั่วไปถึง 5 เท่า เพื่อให้การดีไซน์หน้าไม้ทั้งในส่วนของการเซาะร่อง และความหนา-บางมีความคงที่ตามที่ทีมพัฒนาออกแบบมามากที่สุด เพื่อให้ทำงานทั้งการสร้างระยะทาง และการชดเชยความผิดพลาดได้อย่างสูงสุด
จุดเด่น : ไดรเวอร์ที่ครบเครื่อง ทั้งสร้างความเร็ว และการชดเชยความผิดพลาด

PRGR RS
ตระกูล RS ถือเป็นตระกูลชูโรงของ PRGR ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยกลุ่มผู้ใช้งานค่อนข้างกว้าง ทั้งระดับมือดี และฝีมือปานกลาง รวมถึงรุ่นล่าสุด PRGR RS (2018) ที่ยังคงมาพร้อมเทคโนโลยีที่คุ้นเคย ซึ่งถูกพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นอย่าง W Crown ด้วยการออกแบบส่วนกระดองให้มีความบางอย่างมาก รวมถึงในรุ่นใหม่นี้จะมีการเพิ่มซี่ภายในบริเวณส่วนบนของหน้าไม้กับกระดอง เพื่อหันเหพลังงาน ให้หน้าไม้สามารถแรงดีดได้สูงสุด
อีกหนึ่งเทคโนโลยีเด่นใน RS รุ่นใหม่คือ W moment design ที่สามารถกระจายน้ำหนักภายในหัวไม้ได้กว้างที่สุดสี่ทิศทาง ช่วยชดเชยความผิดพลาดจากทุกบริเวณของหน้าไม้ที่กระทบลูก ไม่ว่าด้านบนหรือด้านล่าง ด้านโคนหรือด้านปลาย ทำงานร่วมกับหน้าไม้ Nabla face แบบไม้ที่ดีไซน์ความหนา-บางใหม่ ตรงส่วนหนากลางหน้าไม้มีขนาดเล็กลง เมื่อเทียบรุ่นปี 2017 และเพิ่มส่วนที่บางให้มากยิ่งขึ้น ช่วยขยายขนาดของสวีทสปอต รวมถึงจากการทดสอบพบว่า ช่วยให้หน้าไม้ดีดส่งพลังไปยังลูกได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย
สำหรับแต่ละโมเดลของ RS จะมีแคเรกเตอร์ที่ต่างกัน RS 2018 เหมาะสำหรับนักกอล์ฟที่ตีบอล slice ด้วยการเสริมคุณสมบัติชดเชยความผิดพลาดสูงสุด ส่วน RS F 2018 เหมาะนักกอล์ฟมือดี ที่ตีได้ทิศทาง หรือไฟลท์บอลดรอว์ เพื่อให้สร้างระยะได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับฟีลลิ่งเสียงที่นักกอล์ฟคุ้นเคยตามแบบฉบับไม้กอล์ฟญี่ปุ่น คือ ดัง และเพราะ ในแบบที่ทุกคนต้องมอง
จุดเด่น : ไดรเวอร์ตามแบบฉบับไม้ญี่ปุ่น เน้นตีไกล เสียงเพราะ

TaylorMade M5 & M6
TaylorMade M5 และ M6 นั้น ยังคงชูโรงมาด้วยเทคโนโลยี Twist Face จากรุ่น M3 และ M4 ของปี 2018 ด้วยการออกแบบหน้าไม้ที่ช่วยชดเชยความผิดพลาดในการตีโดนตามบริเวณต่างๆ ของหน้าไม้ ทำให้ไฟลท์บอลที่เสียหายและไม่ได้ทิศทาง กลับมาได้ระยะและทิศทางที่เหมาะสม ขณะที่ในรุ่นใหม่นี้ได้มีการพัฒนาหน้าไม้ Twist Face เพิ่มเติม ให้มีประสิทธิภาพขึ้นไปอีกขึ้นหนึ่งด้วยเทคโนโลยี Speed Injected Twist Face โดยใช้หน้าไม้ไทเทเนียมที่บางเฉียบและยืดหยุ่นจนเกินค่ากำหนดตามกฎ ก่อนที่จะได้รับการปรับแต่งด้วยการฉีดเรซิ่นเข้าไปที่จุดสองจุดตรงหน้าไม้เพื่อไม่ให้หน้าไม้บางเกินขีดกำหนดแต่ยังคงมีความเร็วที่สูงสุด รวมถึงมีวิเคราะห์ด้วยคอมพิวเตอร์ในทุกหัวๆ ที่ผลิตออกมา เพื่อให้ได้หัวไม้ที่ถูกตามกฎ และสร้างความเร็วสูงสุดในทุกหัวที่วางขาย
และตามคอนเซ็ปต์ของ TaylorMade คือ การแบ่งสองโมเดลเพื่อให้เลือกตามการใช้งานได้อย่างเหมาะ M5 มีระบบปรับแต่งหมุดน้ำหนัก INVERSE T-TRACK เพื่อสามารถปรับทั้ง MOI, มุมเหิน และรูปแบบไฟลท์บอลให้เหมาะกับนักกอล์ฟแต่ละคนได้อย่างเหมาะสมที่สุด ส่วน M6 เน้นตีง่าย และชดเชยความผิดพลาดได้สูงสุด
จุดเด่น : หน้าไม้ที่ชดเชยความผิดพลาดได้สูงสุด และสร้างความเร็วได้สูงขึ้น

PING G410
G410 ถือเป็นรุ่นที่น่าจับตามองอย่างมากของ PING กับการเปิดตัวใช้เทคโนโลยีปรับแต่งไฟลท์บอลเป็นครั้งแรกของแบรนด์ ด้วยระบบ Movable Weight เพื่อปรับแต่ง CG และไฟลท์บอล จากผลสำรวจของผู้เล่นในทัวร์ที่หลายคนต้องใช้ hot melt แทน พวกเขาจึงเลือกใส่มันมาในรุ่นนี้ แต่มาทีหลังก็ย่อมต้องไม่ธรรมดา ด้วยการวางตำแหน่งช่องใส่หมุดน้ำหนักไว้ที่ส่วนท้ายของไดรเวอร์ เพื่อให้ปรับเฟด หรือดรอว์ได้ตามต้องการ ขณะที่ตำแหน่งดังกล่าวจะยังช่วยให้หัวไม้รักษาค่า MOI เอาไว้ได้สูงสุด ไม่ว่าจะปรับน้ำหนักไปในรูปแบบใดก็ตาม
PING G410 ยังมาพร้อมเทคโนโลยีที่คุ้นหน้าคุ้นตา แต่ได้ถูกพัฒนาได้ยิ่้งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น turbulator สันครีบบนกระดองที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมาใช้เป็นเจ้าแรกๆ แต่ปรับตำแหน่งให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น หรือโครงสร้างกระดองไทเทเนียม Dragon Fly ที่ออกแบบให้บาง แต่ยังแข็งแกร่ง จุดบางที่สุดบางเพียง 0.017 นิ้วเท่านั้น ส่วนตัวหน้าไม้เป็น Fast Forged Face หน้าไม้ฟอร์จความเร็วสูงจากวัสดุ T9S+ ที่กระบวนการผลิตค่อนข้างพิถีพิถัน เพื่อทำให้ได้เสียงและความรู้สึกที่อันทรงพลังในขณะอิมแพ็ค
G410 มีให้เลือก 2 โมเดล ระหว่าง G410 Plus ที่สามารถปรับหมุดน้ำหนัก เน้นแต่ไฟลท์บอล และโมเดล G410 SFT เน้นตีตรง และชดเชยความผิดพลาดสูงเป็นหลัก
จุดเด่น : ไดรเวอร์ประสิทธิภาพสูงจาก PING ที่ถูกยกระดับไปอีกขั้น