วันนี้ (3 มิ.ย. 64) จะเป็นวันแรกของการแข่งขันกอล์ฟเมเจอร์สตรี “ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น 2021” ณ สนามกอล์ฟโอลิมปิก คลับ เลคคอร์ส ในเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย

ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น ถือเป็นรายการเมเจอร์ที่เก่าแก่ที่สุด ในบรรดา 5 เมเจอร์ของนักกอล์ฟสตรี โดยเริ่มการแข่งขันมาตั้งแต่ปี 1946 หรือเมื่อ 75 ปีที่แล้ว

อีกทั้งยังเป็นการแข่งขันที่มีเงินรางวัลรวมให้มากที่สุด ถึง 5.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ผู้ชนะจะรับเงินไปทันที 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 31 ล้านบาท

การแข่งขันในปีนี้ มีนักกอล์ฟสาวไทยเข้าร่วมทั้งสิ้น 7 คน ประกอบด้วย “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล แชมป์เก่าเมื่อปี 2018, “โปรโม” โมรียา จุฑานุกาล, “โปรเหมียว” ปภังกร ธวัชธนกิจ, “โปรจัสมิน” ธิฎาภา สุวัณณะปุระ, “โปรแหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ, “โปรเมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ และ “โปรแจน” วิชาณี มีชัย

ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น นักกอล์ฟสาวไทยทุกคนให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า สนามแข่งขันครั้งนี้ยากมาก ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เสมอมาของการแข่งขัน ยูเอส โอเพ่น ที่จะเซ็ตสนามไว้ยากมาก โดยเฉพาะจุดเด่นคือ “รัฟ” ที่หนา ยาว และแน่น เพื่อท้าทายยอดฝีมือระดับโลกเหล่านี้

สนามกอล์ฟโอลิมปิก คลับ เลคคอร์ส เป็นสนามสไตล์ภูเขา ที่เอื้ออย่างยิ่งสำหรับยูเอสจีเอ ที่จะเซ็ตสนามให้ยากยิ่งขึ้น ไล่ตั้งแต่แฟร์เวย์ที่แคบมาก บางหลุมมีจุดวางตัวกว้างแค่ 23-25 หลาเท่านั้น บีบให้นักกอล์ฟไม่ให้ใช้ไดรเวอร์ เพราะถ้าหลุดจากแฟร์เวย์ก็จะเจอกับรัฟทันที และนอกจากรัฟแล้ว ยังรวมถึงต้นไม้รอบข้างที่วางไว้ค่อนข้างกระจายตัว ทำให้การแก้ไขกลับมาอาจจะทำไม่ถนัดนัก

หรือเป็นสนามที่อาจทำให้นักกอล์ฟเสียแต้มทันที ถ้าตีหลุดแฟร์เวย์

ความน่าสนใจของโอลิมปิก คลับ คือ เป็นสนามที่แฟร์เวย์บริเวณจุดวางตัวในช็อตไดร์ฟนั้น ไม่มีบังเกอร์เลย (มีเพียงหลุมเดียวคือหลุม 6) เพราะใช้รัฟมาเป็นอุปสรรคหลักแทน แต่บังเกอร์จะไปอยู่หนาแน่นรอบกรีนแทน ขณะที่บังเกอร์ข้างกรีนหลายหลุมลึกมาก เป็นอุปสรรคที่ยากมากอีกเช่นกัน

หลายหลุมพาร์ 4 ของโอลิมปิก คลับ เป็นพาร์ 4 ยาวที่มีระยะ 400 ขึ้นไป แต่จะเห็นแล้วว่า นักกอล์ฟที่ไดร์ฟไกลอาจจะไม่ได้เปรียบเสียทีเดียว หากไม่แม่นแฟร์เวย์ อีกทั้งด้วยความเป็นสนามเขา หลายแฟร์เวย์มีสโลปเท ถึงแม้ไดร์ฟมาดีๆ ลูกก็อาจกลิ้งไหลเข้าหารัฟได้เช่นกัน นอกจากนี้หลุมส่วนใหญ่เป็นด็อกเลก จึงต้องเลือกจุดวางตัวให้แม่นยำ ไม่งั้นก็จะเจอกับอุปสรรคเล่นงานทั้งที

โดยรวมแล้วนี่คือ สนามที่ยากมาก ยากสมกับเป็นการแข่งขันยูเอส โอเพ่น

สำหรับ ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น นี่เป็นครั้งแรกที่จะมาแข่งขันกันที่สนามนี้ แต่กับ ยูเอส โอเพ่น ฝั่งผู้ชายมาใช้แข่งขันแล้ว 5 ครั้ง ล่าสุดคือปี 2012 ที่ เว็บบ์ ซิมพ์สัน ได้แชมป์ไปครอง ด้วยสกอร์ 1 โอเวอร์พาร์ ที่เรียกว่าการันตีความยากของสนามได้เป็นอย่างดี

เอรียา แชมป์เก่าปี 2018 พูดถึงการแข่งขันครั้งนี้ว่า “ทุกคนทราบดีว่ายูเอส วีเมนส์ โอเพ่น เป็นรายการเมเจอร์ที่ยากที่สุด รวมถึงการเซ็ตอัพสนามก็ยาก ในแต่ละปีสนามจะปรับเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม ยิ่งสร้างความท้าทายมาก และเป็นความท้าทายใหม่ๆ ทุกครั้งที่ได้เล่น ดังนั้นเราต้องเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด เพื่อจะรับมือกับความท้าทายเที่จะเกิดขึ้น และเมเองก็พร้อม และจะทำให้ดีที่สุดค่ะ”

ส่วน ปภังกร ที่ประเดิมแชมป์เมเจอร์แรกของตัวเองไปแล้วในปีนี้ เผยว่า “ต้องยอมรับว่ายูเอส วีเมนส์ โอเพ่น เป็นรายการที่สนามยากมาก และยังมีอุปสรรคเกี่ยวกับสภาพอากาศที่ต้องต่อสู้อีกด้วย จากที่ซ้อมช่วง 9 หลุมหลังอาจต้องใช้ไดรเวอร์บ้าง และสนามนี้อุปสรรคที่ยากอีกอย่างคือรัฟที่ยาว หากพลาดแฟร์เวย์จะทำให้แก้ไขยาก และอีกอย่างก็ต้องมีโอกาสต้องตีไปหน้ากรีนเพื่อให้ไหลเข้ากรีน หรือเข้าหาธงเลย”

ปาจรีย์ เป็นนักกอล์ฟที่ทำผลงานได้โดดเด่นมากในระยะหลัง พูดถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันครั้งนี้ว่า “รายการนี้เป็นรายการเมเจอร์ใหญ่และเก่าแก่ที่สุด ที่สำคัญรายการนี้จุดเด่นคือสนามที่ยากและท้าทายมาก จึงจะพยายามมุ่งมั่นกับเกมของตัวเอง แต่ด้วยรายการนี้สนามยากจึงเน้นการซ้อมลูกชิพ และพัตต์ให้มากเป็นพิเศษ และอยากให้แฟนๆ ส่งกำลังใจเชียร์นักกอล์ฟไทยกันด้วยนะคะ และพวกเราจะทำให้ดีที่สุดค่ะ”

อย่างที่เห็นแล้วว่า แทบทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น ครั้งนี้ “ยากแน่นอน”…ดังนั้นอย่าลืมเป็นกำลังใจให้สาวๆ ทั้ง 7 คนนี้ด้วย ไม่แน่ว่าสาวไทยเราอาจจะเหมาแชมป์เมเจอร์ 2 ติดต่อกันก็เป็นได้…

**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf

Advertisement