SHARE

ทีมยุโรปโชว์ฟอร์มสุดยอด เมื่อไล่ต้อนเอาชนะทีมคู่ปรับสหรัฐฯ ในการแข่งขันไรเดอร์คัพ 2018 ที่ฝรั่งเศส ขาดลอย 17.5-10.5 คะแนน คว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 11 ขณะที่ “เซอร์จิโอ การ์เซีย” สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟที่ทำแต้มได้มากที่สุดที่ 25.5 แต้ม

ศึกกอล์ฟแห่งศักดิ์ศรี “ไรเดอร์คัพ” ครั้งที่ 42 ณ สนามเลอ กอล์ฟ เนชั่นแนล ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยผลปรากฎว่า ทีมเจ้าภาพยุโรปโชว์ฟอร์มสุดยอดลบคำสบประมาทที่ถูกมองว่าตัวผู้เล่นเป็นรอง ด้วยการไล่ต้อนทีมคู่ปรับสหรัฐฯ ไปขาดลอย 17.5-10.5 คะแนน

ทีมยุโรปที่นำโดยกัปตันทีม โธมัส บียอห์น นำลูกทีมโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่วันแรก แม้ประเภทโฟร์บอลวันแรกจะถูกสหรัฐฯ ของ จิม ฟิวริค ขึ้นนำได้ก่อน 3-1 แต้ม แต่ยุโรปมาไล่คืนได้ด้วยการเอาชนะทั้ง 4 คู่จากโฟร์ซัมส์ช่วงบ่าย พลิกนำ 5-3 แต้ม รวมถึงมาทิ้งห่างในวันที่สองจากโฟร์บอลช่วงเช้าเป็น 8-4 แต้ม ขณะที่โฟร์ซัมส์ช่วงบ่ายวันที่ 2 แบ่งกันไปทีมละ 2 แต้ม แต่สถานการณ์ยังเป็นยุโรปกุมความได้เปรียบ 10-6 แต้ม

การแข่งขันช่วงไคลแม็กช์คือ การเล่นแบบซิงเกิ้ลแมตช์วันสุดท้าย ทีมสหรัฐฯ พยายามมามีฮึดในคู่แรก โดย 5 คู่แรกเป็นลูกทีมของ ฟิวริค เอาชนะได้ถึง 3 คู่ เสมอ 1 คู่ และพลิกพ่าย 1 คู่จาก ไทเกอร์ วูดส์ ที่พลาดท่าแพ้ จอห์น ราห์ม อย่างไรก็ตามอีก 7 คู่ที่เหลือกลายเป็นทีมยุโรปไล่ต้อนอยู่ฝ่ายเดียว ชนะไปถึง 6 คู่ แพ้เพียงคู่เดียวเท่านั้น ส่งผลให้ทีมยุโรปยังคงรักษาสถิติแกร่งในบ้าน คว้าแชมป์ไรเดอร์คัพครั้งที่ 42 ไปครองเป็นสมัยที่ 11 ได้สำเร็จ ด้วยคะแนนรวมที่ชนะขาดลอย 17.5-10.5 แต้ม

นอกจากนี้ในชัยชนะของทีมยุโรป ยังคงมีสถิติให้จดบันทึกอีกมากมาย โดยเฉพาะการที่ เซอร์จิโอ การ์เซีย ที่ถูก บียอห์น เลือกเข้ามาในฐานะไวลด์การ์ด สามารถทำคะแนนรวมแซงหน้า นิค ฟัลโด้ กลายเป็นผู้เล่นที่ทำแต้มรวมได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของไรเดอร์คัพที่ 25.5 แต้ม รวมถึงการที่ ฟรานเชสโก้ โมลินารี กลายเป็นนักกอล์ฟคนแรกต่อจาก แลร์รี่ เนลสัน เมื่อปี 1979 ที่ชนะทุกแมตช์ที่ลงแข่งขันในครั้งนี้ ทำแต้มให้กับทีมได้ถึง 5 แต้มเลยทีเดียว