ถึงแม้จะยุติแข่งชั่วคราวไปตั้งแต่กลางเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 ตามมาด้วยมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาล แต่ว่าในวงการกอล์ฟของสหรัฐฯ ต้องบอกเลยว่าไม่เงียบเหงาไปเสียทีเดียว เพราะมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะกลับมาจัดการแข่งขันอีกครั้งให้ได้ในเร็วๆ นี้

ดูได้จากสามเมเจอร์ของสหรัฐฯ ที่ขยับตารางแข่งมาไว้ในช่วงปลายปี ด้วยความหวังที่จะยังสามารถจัดการแข่งขันได้ ต่างกันกับเมเจอร์ บริติช โอเพ่น ที่ประกาศยกเลิกแข่งในปีนี้ไปเลย

รวมถึงล่าสุดที่แม้สถานการณ์ของโควิด-19 ในสหรัฐฯ จะยังย่ำแย่ต่อเนื่อง รวมถึงมีผู้ออกมาประท้วงมาตรการล็อกดาวน์ว่า ลิดรอนสิทธิเสรีภาพ แต่ เจย์ โมนาฮาน ประธานคณะกรรมาธิการของพีจีเอทัวร์ กลับสวนกระแสออกมาประกาศตารางแข่งใหม่ที่จะหวนกลับมาเริ่มจัดการแข่งขันในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ ในรายการชาร์ลส์ ชวาบ ชาเล้นจ์ ที่โคโลเนียล คันทรีคลับ ในรัฐเท็กซัส

การกลับมาแข่งขันครั้งนี้จะจัดกันแบบปิดห้ามคนดูเข้าชมข้างสนามใน 4 รายการแรก แต่ก็จะมีถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ตามปกติ โดยคาดว่าจะมีผู้เกี่ยวข้องต่อหนึ่งทัวร์นาเม้นต์ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน, นักกอล์ฟ, แคดดี้ และทีมงานถ่ายทอดสด ราว 700-800 คน

อีกทั้งมีรายงานว่า พีจีเอทัวร์ยังเตรียมทุ่มทุนสั่งซื้อชุดตรวจโรคโควิด-19 ถึงหนึ่งล้านชุด เพื่อตรวจโรคผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในทุกๆ วันของทุกๆ การแข่งขัน รวมถึงจะมีการจัดส่งไปที่บ้านของนักกอล์ฟก่อนแข่งอีกด้วย

ชุดตรวจโควิด-19 หนึ่งล้านชุดนั้น ถูกคาดว่าจะได้รับสนับสนุนเป็นพิเศษจาก โดนัลด์ ทรัมพ์ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ที่เคยประกาศว่าต้องการให้กีฬาเป็นตัวนำให้ประชาชนกลับมามีความมั่นใจในการใช้ชีวิตอย่างปกติอีกครั้ง รวมถึงเพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะกีฬากอล์ฟซึ่งถูกจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นกีฬาโปรดของ ทรัมพ์ และตัวเขาเองก็มีธุรกิจสนามกอล์ฟอยู่หลายแห่งด้วย

โธมัส บอสเวลล์ คอลัมนิสต์ของเดอะ วอชิงตัน โพสต์ ให้ความเห็นเชื่อว่า การกลับมาแข่งขันพีจีเอทัวร์คือเดิมพันที่สำคัญมากของวงการกีฬาอาชีพสหรัฐฯ เนื่องจากถูกมองว่าเป็นกีฬาที่สามารถเล่นได้อย่างปลอดภัยที่สุด หากปฎิบัติตัวตามมาตรการที่ถูกต้องอย่างเคร่งครัด

ถ้าหากกอล์ฟพีจีเอทัวร์กลับมาจัดแข่งขันไม่ได้ หรือจัดแล้วมีปัญหา…กีฬายอดนิยมอื่นๆ ของอเมริกันชนอย่าง อเมริกันฟุตบอล, เบสบอล หรือบาสเก็ตบอล ก็ยากที่จะกลับมาจัดการแข่งขันได้

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญที่นอกเหนือไปจากการจัดแข่งขันแล้ว ยังรวมถึงการโน้มน้าวบรรดาสตาร์ดังอย่าง ไทเกอร์ วูดส์, รอรี่ แม็คอิลรอย, บรูคส์ เคปก้า, ฟิล มิคเคลสัน ฯลฯ ให้กลับมาร่วมการแข่งขันที่จัดขึ้นด้วย ถ้าหากไร้นักกอล์ฟสตาร์ดังเหล่านี้ ความมั่นใจก็จะยิ่งลดต่ำลง

ถ้าเช่นนั้นวงการกีฬาสหรัฐฯ ก็อาจต้องจบลงอย่างว่างเปล่าในปี 2020…

**สมัคร HotGolf Member ฟรี! รับข่าวสารเรื่องเด่นและน่าสนใจส่งตรงถึงอีเมลของคุณทุกสัปดาห์ พร้อมสิทธิประโยชน์เฉพาะสมาชิกเท่านั้น กรอกข้อมูลได้ที่คลิก http://wow.in.th/aHfN