“บรูคส์ เคปก้า” สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟคนแรกในรอบ 29 ปีที่สามารถคว้าแชมป์เมเจอร์ ยูเอส โอเพ่น ได้ 2 สมัยติดต่อกัน หรือนับตั้งแต่ปี 1989 ในการแข่งขันที่ชินเนค็อก ฮิลล์ส ขณะที่ “โปรอาร์ม” กิรเดช อภิบาลรัตน์ จบการแข่งขันที่อันดับ 15 ขยับเข้าใกล้เต็มทีสำหรับการเป็นนักกอล์ฟไทยคนแรกที่ได้ทัวร์การ์ดของพีจีเอทัวร์แบบเต็มตัวในฤดูกาลหน้า ชนิดที่รอแค่การประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ผลการแข่งขันกอล์ฟเมเจอร์ ยูเอส โอเพ่น ครั้งที่ 118 ณ สนามชินเนค็อก ฮิลล์ส กอล์ฟคลับ ชิงเงินรางวัลรวม 12 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กับการแข่งขันซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นการแข่งขันที่ยากที่สุดในบรรดา 4 เมเจอร์ และด้วยการเซ็ตสนามของยูเอสจีเอที่เพิ่มความยากด้วยหญ้าเฟสคิวที่สูงถึงหัวเข่าในส่วนของรัฟ และปักธงยาก ประกอบความยากเดิมกับตัวสนามที่เป็นลิงค์คอร์ส มีลมแรงจัด บังเกอร์มีจำนวนมาก และกรีนแข็ง สปีดเร็ว ส่งผลให้นักกอล์ฟชื่อดังมากมายไม่ผ่านการตัดตัว ก่อนผลแชมป์ตกเป็นของ บรูคส์ เคปก้า ก้านเหล็กชาวสหรัฐฯ วัย 28 ปี แชมป์เก่าจากเมื่อปีที่แล้ว ที่สามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ และทำให้เขาเป็นนักกอล์ฟคนแรกต่อจาก เคอร์ติส สเตรนจ์ เมื่อปี 1989 ที่สามารถคว้าแชมป์ยูเอส โอเพ่นได้ 2 สมัยติดต่อกัน

โดน เคปก้า ออกสตาร์ทวันสุดท้ายตำแหน่งผู้นำร่วมที่ 3 โอเวอร์พาร์ ก่อนเร่งเครื่อง 3 เบอร์ดี้จาก 5 หลุมแรก ก่อนที่สุดท้ายมาจบการแข่งขันที่สกอร์ 1 โอเวอร์พาร์ 281 เฉือนชนะ ทอมมี่ ฟลีทวูด จากอังกฤษที่เร่งเครื่องทำสถิติสกอร์ต่ำสุดของการแข่งขันที่ 7 อันเดอร์พาร์ 63 ไปหนึ่งสโตรก รับเงินรางวัลไป 2.16 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 70 ล้านบาท

ด้าน “โปรอาร์ม” กิรเดช อภิบาลรัตน์ หนึ่งเดียวของไทยในรายการนี้ จบการแข่งขันที่อันดับ 15 หลังผลงานโดดเด่นเป็นนักกอล์ฟเพียง 1 ใน 3 คนที่ตีสกอร์อันเดอร์จากรอบ 3 ก่อนสุดท้ายมาจบการแข่งขันที่สกอร์รวม 9 โอเวอร์พาร์ 289 รับเงินรางวัลไป 190,328 เหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 6.2 ล้านบาท

จากผลงานดังกล่าว ส่งผลให้ “โปรอาร์ม” ขยับเข้าใกล้เป้าหมายเป็นนักกอล์ฟไทยคนแรกที่ได้รับทัวร์การ์ดจากพีจีเอทัวร์ในฤดูกาลหน้าเต็มที เมื่อสามารถสะสมคะแนนเฟดเอ็กซ์คัพในฐานะสมาชิกแบบ Special Temporary Member จากเดิม 340 แต้มเพิ่มเป็น 401 แต้ม ขณะที่เกณฑ์การให้สิทธิ์จะดูจากคะแนนสะสมที่ต้องมากกว่าอันดับ 125 ในเฟดเอ็กซ์คัพแรงกิ้งฤดูกาลนี้ โดยเมื่อพิจารณาจากสถิติเมื่อปีที่แล้วที่นักกอล์ฟอันดับ 125 คือ เจ.เจ. เฮนรี่ สามารถทำคะแนนได้ 365 แต้ม ทำให้โปรอาร์มใกล้เคียงอย่างมากที่จะได้ทัวร์การ์ดในปีหน้า จากที่การแข่งขันเหลือเพียงอีกแค่ 11 รายการเท่านั้นในปีนี้ และมีการคาดการณ์ว่า การมีถึง 380 แต้มก็เพียงพอแล้วสำหรับการได้ทัวร์การ์ด แต่ทั้งนี้ต้องรอการยืนยันอย่างเป็นทางการหลังจบการแข่งขันพีจีเอทัวร์ฤดูกาลปกติรายการสุดท้ายในศึก วินด์แฮม แชมเปี้ยนชิพ อีกครั้ง