ทำไมถึงต้องหน้าไม้คาร์บอน? ใน TaylorMade Stealth

เป็นที่จับจ้องของทุกสายตาทันที นับตั้งแต่ “ไทเกอร์ วูดส์” หยิบใช้ลงแข่งขันในกอล์ฟรายการ PNC Championship 2022 กับหัวไม้รุ่นใหม่ล่าสุดของ TaylorMade ที่มีชื่อรุ่นว่า “Stealth”

แต่ TaylorMade ไม่ปล่อยให้นักกอล์ฟต้องคอยนาน เมื่อล่าสุดได้เปิดเผยรายละเอียดของหัวไม้ Stealth ออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว โดยเฉพาะเทคโนโลยีไฮไลท์ของรุ่นนี้เลยคือ การเปลี่ยนมาใช้วัสดุหน้าไม้เป็นคาร์บอนไฟเบอร์ แทนที่จะเป็นวัสดุไทเทเนียมเหมือนหัวไม้ทั่วไปในท้องตลาด

พวกเขาใช้สโลแกนว่า Welcome to the Carbonwood age อยู่บนหน้าเว็บไซต์ www.taylormadegolf.com ซึ่งผมชอบตรงที่ถ้าเราอยากจะกดเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติม ต้องคลิกบนปุ่มคำว่า “Enter A New Era” หรือคือการก้าวไปสู่ยุคใหม่อย่างแท้จริง

ตามข้อมูลบอกว่า TaylorMade Stealth เกิดขึ้นจากโครงการลับที่เริ่มมาตั้งแต่ช่วงปี 2000 (เป็นที่มาของชื่อ Stealth) นับตั้งแต่พวกเขาพบว่าวัสดุคาร์บอนคอมโพสิทนั้นให้ประสิทธิภาพที่ดีมาก เมื่อถูกนำมาประกอบเป็นส่วนหนึ่งในโครงสร้างของหัวไม้ จนถึงขั้นแยกทีมวิจัยและพัฒนาหนึ่งทีมออกมาโดยเฉพาะ เพื่อพัฒนามัน โดยเฉพาะเป้าหมายในการนำมาใช้เป็นวัสดุหน้าไม้

หลายปีผ่านไป วัสดุตัวต้นแบบถูกพัฒนาออกมารุ่นแล้วรุ่นเล่า และถูกนำไปทดสอบอย่างนับครั้งไม่ถ้วน กระทั่งปี 2022 ที่พวกเขาสามารถสร้างหน้าไม้คาร์บอนที่ผ่านการทดสอบแล้วว่า สามารถสร้างบอลสปีดได้เหนือกว่าไทเทเนียม จนกลายเป็นหน้าไม้ของ TaylorMade Stealth ในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกสุดของหน้าไม้คาร์บอนในอุตสาหกรรมไม้กอล์ฟ ไม่ได้เป็นแม้แต่รุ่นแรกของ TaylorMade ด้วยซ้ำ เมื่อพวกเขาเคยนำมาใช้มาก่อนหน้านี้แล้วในรุ่น Gloire เมื่อปี 2013

แต่นี่จะเป็นครั้งแรกที่ TaylorMade นำเทคโนโลยีหน้าไม้คาร์บอนไฟเบอร์มาใช้ในซีรี่ส์หลัก ที่ทั้งวางขายทั่วโลก และจะถูกนำไปให้ทีมทัวร์สตาฟฟ์อย่าง รอรี่ แม็คอิลรอย, ดัสติน จอห์นสัน, คอลลิน โมริคาวะ ฯลฯ และอีกหลายคนใช้ในการแข่งขัน

แน่นอนว่าการเปลี่ยนมาใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์นั้นน่าสนใจมาก ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยคำถามเช่นเดียวกันว่า ทำไม? รวมถึงข้อสงสัยถึงความทนทาน, ประสิทธิภาพในการสร้างระยะ ไปจนถึงเสียงการปะทะลูก ซึ่งอาจจะเปลี่ยนไปเลยจากที่นักกอล์ฟอย่างเราเคยคุ้นชินกันมา

เรียกว่ามีหลายคำถามที่ TaylorMade ต้องตอบเลยทีเดียว….

คาร์บอนไฟเบอร์ดีกว่ายังไง? ทีมพัฒนาของ TaylorMade อธิบายว่าข้อดีแรกสุดของการเปลี่ยนมาใช้หน้าไม้คาร์บอนไฟเบอร์คือ น้ำหนักที่เบากว่า เทียบกันแล้วเบาถึงกว่า 40% ในขนาดที่เท่ากันกับไทเทเนียม ทำให้พวกเขาสามารถลดน้ำหนักจากหน้าไม้ ในขณะที่กลับทำให้หน้าไม้สามารถใหญ่ขึ้น โดยใหญ่กว่า 11% เมื่อเทียบกับ SIM2 กับ SIM2 Max และใหญ่กว่าถึง 20% เมื่อเทียบกับรุ่น SIM

หน้าไม้ขนาดใหญ่นั้นย่อมดีกว่าอยู่แล้ว ในการเข้าลูก ช่วยให้นักกอล์ฟมีโอกาสตีโดนกลางหน้าไม้ได้มากขึ้น ขณะเดียวกันด้วยหน้าไม้ที่ใหญ่ขึ้น ก็ตามมาด้วยขนาดของสวีทสปอตที่กว้างขึ้น ส่งผลให้คุณภาพของปะทะลูกออกมาดียิ่งขึ้น

โดยเฉพาะการสามารถลดน้ำหนักลงได้ TaylorMade เปรียบเทียบว่ามันเหมือนกับการขุดเจอทองยังไงยังงั้น เพราะทำให้พวกเขาสามารถนำไปจัดวางน้ำหนักให้หัวไม้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ทั้งกระจายน้ำหนักให้หัวไม้สามารถเคลื่อนที่ได้สเถียรกว่าเดิม รวมถึงดึงจุดศูนย์ถ่วงให้อยู่ต่ำลง ทำให้นักกอล์ฟมีมุมเข้าปะทะลูกที่ดียิ่งขึ้น

ทำไมต้องเปลี่ยนจากไทเทเนียม? ไม่มีใครปฏิเสธกว่าหน้าไม้ไทเทเนียมนั้นประสบความสำเร็จอย่างมากในอุตสาหกรรมไม้กอล์ฟตลอด 20 ปีที่ผ่านมา มันได้ถูกรีดเค้นประสิทธิภาพออกมาจนแทบจะหยดสุดท้าย กระทั่ง TaylorMade พบข้อจำกัดว่าพวกเขาไม่สามารถพัฒนาไทเทเนียมให้ดียิ่งขึ้นจนสร้างความแตกต่างได้อีกต่อไป และนี่ถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยน

อีกหนึ่งจุดเด่นของหน้าคาร์บอนไฟเบอร์ที่เหนือกว่าไทเทเนียม นั่นคือในจังหวะที่หน้าไม้ปะทะลูก เมื่อลูกกอล์ฟถูกบีบอัด และเตรียมที่จะพุ่งตัวทะยานออกจากหน้าไม้ ด้วยหน้าไม้คาร์บอนที่มีน้ำหนักเบากว่า พลังงานที่สูญเสียไปจากการบีบอัดลูกกอล์ฟจะน้อยกว่า และทำให้พลังงานที่ถูกนำไปบีบอัดลูกกอล์ฟมีมากขึ้น นำมาสู่บอลสปีดที่สูงขึ้น หรือหมายถึงการถ่ายทอดพลังงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่า นั่นคือสิ่งที่ Stealth ต่างจากทุกหัวไม้ในตลาดตอนนี้

มันจะทนทานแค่ไหน? อันที่จริงแล้ว วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์นั้นพิสูจน์ตัวเองมาแล้วในหลายต่อหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่วงการรถแข่ง ไปจนถึงการผลิตอากาศยาน แต่ก็ยังมีนักกอล์ฟหลายคนกังวลว่า คาร์บอนไฟเบอร์จะไม่ทนทานเท่ากับไทเทเนียม โดยเฉพาะเมื่อต้องรองรับแรงปะทะของนักกอล์ฟสวิงสปีดสูงๆ

ตัวหน้าไม้ของ TaylorMade Stealth นั้นเป็น 60X Carbon หรือคือการซ้อนทับกันของชั้นคาร์บอนมากถึง 60 ชั้น แต่อย่างไรก็ตาม กว่าจะมาถึงจุดนั้น TaylorMade ได้คิดค้นรูปแบบทิศทางของการถักทอเส้นใยคาร์บอน นับหลายร้อยรูปแบบ กระทั่งพบรูปแบบที่ดีที่สุด และถักทอมันชั้นแล้วชั้นเล่าจนครบ 60 ชั้น เพื่อให้แน่ใจว่าหน้าไม้คาร์บอนนี้จะสามารถรองรับทุกความแรงจากทุกทิศทางในการปะทะลูกได้ ขณะเดียวกันมันก็จะให้ความสม่ำเสมอในแบบเดียวกันกับที่นักกอล์ฟได้รับจากไทเทเนียมด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หน้าไม้คาร์บอนก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อเสียเลยทีเดียว จุดอ่อนของมันคือ พื้นผิวสัมผัสที่ลื่นกว่า เมื่อเทียบกับไทเทเนียม ซึ่งอาจทำให้พื้นผิวถลอกได้ง่าย อีกทั้งยังอาจทำให้เกิดสปินที่ไม่ต้องการด้วย โดยเฉพาะเมื่อใช้ในสภาพอากาศที่ชื้่น หรือฝนตก

นั่นจึงเป็นที่มาของหน้าไม้สีแดง หรือจริงๆ คือเทคโนโลยีนาโนเท็กซ์เจอร์ ที่ช่วยเพิ่มแรงเสียดทาน พวกเขาเคลือบหน้าไม้ด้วยวัสดุโพลียูรีเทนที่พัฒนาร่วมกับทีมพัฒนาลูกกอล์ฟ TP5 และ TP5x เพื่อให้หน้าไม้ให้มุมเหินของลูก และสร้างสปินได้อย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอในทุกสภาพอากาศ

เสียงของหน้าไม้คาร์บอนจะเป็นอย่างไร? “ฟีลลิ่ง” เป็นเรื่องสำคัญของนักกอล์ฟหลายคน TaylorMade รู้ดีว่าพวกเขาต้องสร้างเสียงปะทะที่ “สมบูรณ์แบบ” ถึงจะเอาชนะใจของนักกอล์ฟกลุ่มนี้ได้

TaylorMade ให้คำจำกัดความเสียงในการปะทะลูกของ Stealth ว่าเป็นเสียงที่ “พรีเมียม” ด้วยการปรับทั้งรูปทรง, ความโค้งมน และโครงสร้างร่องภายในหัวไม้ เพื่อให้ได้เสียงที่ดีที่สุด จนกลายเป็นเสียงที่ทั้งใส และ “ทรงพลัง” ไปพร้อมกัน เฉกเช่นกับเสียงไดรเวอร์ของ TaylorMade ในหลายรุ่นที่ผ่านมา

ทั้งหมดนี้คือ คำตอบของ TaylorMade ถึงข้อสงสัยของหน้าไม้คาร์บอนในรุ่น Stealth ที่หลายคนน่าจะอยากทราบ และเชื่อว่าหลายคนแทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้วที่จะได้เปลี่ยนอุปกรณ์ในถุงกอล์ฟของคุณเข้าสู่ยุคสมัยของ Carbonwood ในเร็วๆ นี้

**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf