หลายคนอาจจะติดภาพกีฬากอล์ฟว่า ไม่ค่อยเหมือนกีฬาสักเท่าไหร่ เนื่องจากอาจจะไม่ใช่กีฬาที่ต้องวิ่ง หรือใช้พละกำลังอะไรมากมาย อย่างไรก็ตามที่จริงแล้ว กอล์ฟถือเป็นกีฬาที่ต้องใช้พลังงานสูงไม่แพ้กีฬาชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะถ้าเทียบกับแล้ว ใช้พลังงานใกล้เคียงกับกีฬาที่ต้องเคลื่อนไหวตลอดอย่างวอลเลย์บอลเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม การเล่นกอล์ฟยังแบ่งออกเป็นได้อีกหลายรูปแบบ ทั้งแบบเดินแบกถุงเอง, ใช้รถเข็น และการใช้รถกอล์ฟ โดยนักกอล์ฟส่วนใหญ่มักจะติดภาพว่า การเล่นกอล์ฟให้ได้ใช้พลังงานสูงสุด คือ ต้องเดินเท่านั้น ถือเป็นการออกกำลังกาย และลดความอ้วนไปในตัว

ครั้งนี้ HotGolf เลยไปหาข้อมูลมากันครับว่า ระหว่างเดินตีกอล์ฟ กับใช้รถ ใช้แคลอรี่ต่างกันมากน้อยแค่ไหน อย่างแรกต้องแจ้งก่อนว่า แคลอรี่ที่ใช้ในการตีกอล์ฟ รวมถึงทำกิจกรรมทุกรูปแบบนั้นผันแปรตามน้ำหนักตัวของแต่ละคน และแน่นอนว่าผู้ที่มีน้ำหนักเยอะกว่า ก็จะใช้พลังงานมากกว่าผู้ที่มีน้ำหนักน้อยกว่า

รวมถึงค่าสำคัญที่นำมาใช้ในการวัดแคลอรี่ นั่นคือค่า MET (Metabolic Equivalent) โดยเป็นค่าของจำนวนเท่าในการใช้พลังงานทำกิจกรรมต่างๆ เมื่อเทียบกับเวลาที่เราอยู่เฉยๆ

เดินตีกอล์ฟ
สำหรับนักกอล์ฟที่มีน้ำหนักราว 70 กิโลกรัม การเดินตีกอล์ฟโดยมีแคดดี้ลากถุงกอล์ฟให้ จะใช้พลังงานอยู่ที่ 250-300 กิโลแคลอรี่ต่อหนึ่งชั่วโมง นั่นหมายความว่า นักกอล์ฟที่มีน้ำหนักตัวเยอะกว่า 70 กิโลกรัม ก็จะใช้พลังงานที่เยอะกว่านี้เช่น นักกอล์ฟที่มีน้ำหนักตัวราว 90 กิโลกรัม จะใช้พลังงานในการเดินตีกอล์ฟมากกว่าอยู่ที่ราว 300-350 กิโลแคลอรี่ต่อหนึ่งชั่วโมง
ดังนั้น เราตีกอล์ฟกันครั้งหนึ่งที่ราว 4 ชั่วโมง (ยกเว้นว่าคุณจะเล่นได้เร็วกว่านี้) การใช้พลังงานในการตีกอล์ฟครั้งหนึ่งจะอยู่ที่ราวๆ 1,000-1,2000 กิโลแคลอรี่เลยทีเดียว

ใช้รถกอล์ฟ
ถ้าเทียบกับการตีกอล์ฟต่างประเทศที่มีหลายรูปแบบมาก ทั้งเดินแบกถุงเอง หรือใช้รถเข็นถุงกอล์ฟ ต้องยอมรับว่าบ้านเรามีรูปแบบน้อยกว่ามากคือ ระหว่างเดินตีกอล์ฟ กับใช้รถกอล์ฟเท่านั้น
สำหรับการใช้รถกอล์ฟสำหรับนักกอล์ฟที่มีน้ำหนักราว 70 กิโลกรัม จะใช้พลังงานเล่นกอล์ฟที่ราว 150-200 กิโลแคลอรี่ หรือตีกอล์ฟ 4 ชั่วโมงใช้พลังงานอยู่ที่ราว 600-800 กิโลแคลอรี่ ถือว่าน้อยอยู่กว่าการเดินตีกอล์ฟอยู่พอสมควร

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยในการพิจารณาระหว่างการเล่นกอล์ฟแบบเดิน หรือใช้รถกอล์ฟ อาจไม่ขึ้นอยู่กับการใช้พลังงานแต่เพียงเดียว เมื่อมีทั้งเรื่องของค่าใช้จ่าย, ระยะเวลา, สุขภาพ ดังนั้น การรูปแบบทั้งสองจึงเหมาะกับนักกอล์ฟที่มีรูปแบบการตีกอล์ฟที่แตกต่างกัน เช่น ถ้าคุณต้องทำเวลาในการเล่นกอล์ฟ เพราะมีธุระอย่างอื่นต่อ หรือเป็นนักกอล์ฟซีเนียร์ ถ้าเช่นนั้นการใช้รถกอล์ฟก็จะเหมาะมากกว่า แต่ถ้าคุณมีเวลาเหลือเฟือ ต้องการออกกำลังกาย และดื่มด่ำไปกับธรรมชาติของสนามกอล์ฟ การเดินเล่นกอล์ฟคือสิ่งที่เหมาะกับคุณมากที่สุด

**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf