SHARE

แม้จะเพิ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ราวแค่ 6 เดือน แต่ ณ วินาทีนี้คงไม่มีสนามกอล์ฟถูกพูดถึงมากที่สุดเท่ากับ “ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท” อีกแล้ว

ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท เป็นสนามกอล์ฟที่มีกระแสถูกพูดถึงตั้งแต่ในช่วงของการก่อสร้าง ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ถูกวางไว้ให้เป็นสุดยอดสนามกอล์ฟ 5 ดาวแห่งใหม่ และยังเป็นสนามกอล์ฟที่มีเอกลักษณ์ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้กับบริเวณของพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ กระทั่งหลังจากการเฝ้ารอคอยมาพักใหญ่ ล่าสุด สนามชีจรรย์ก็ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา

และคงไม่มีใครที่จะพาเราไปทำความรู้จักกับสนามแห่งนี้ได้ดีกว่าเจ้าของสนามคือ คุณณฤทธิ์ เจียอาภา อีกแล้ว และ HotGolf มีโอกาสได้สัมภาษณ์พูดคุย คุณณฤทธิ์ กับแนวคิดและที่มาในการสร้างสนามกอล์ฟที่ใช้ทั้งเงินและ “หัวใจ” ในสร้างมันขึ้นมา และ คุณณฤทธิ์ ยืนยันกับเราเชื่อมั่นว่านักกอล์ฟที่มาเยือนสนามกอล์ฟแห่งนี้ทุกคนจะได้ความรู้สึกประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน

HG : แนวคิดในการตัดสินใจทำธุรกิจสนามกอล์ฟเริ่มต้นมาจากอะไร
คุณณฤทธิ์ : ผมใฝ่ฝันว่าอยากจะเป็นเจ้าของสนามกอล์ฟมาตลอด ตั้งแต่เริ่มหัดตีกอล์ฟเมื่อตั้งแต่ 30 ปีก่อน ที่ผ่านมาก็ได้แต่ใฝ่ฝันว่า อยากจะมีสนามกอล์ฟที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง เป็นสนามกอล์ฟในแบบที่เราชอบ กระทั่งมาถึงอายุ 60 ปีที่ตัวผมเองเริ่มมีเวลา ประกอบกับลูกชาย (คุณชินทัต เจียอาภา) สามารถที่จะก้าวขึ้นมาช่วยดูแลธุรกิจได้แล้ว จึงตัดสินใจจริงจังที่จะมีธุรกิจสนามกอล์ฟของตัวเอง ขณะที่ตอนแรกที่ยังไม่มีที่ดิน ก็บังเอิญที่มาได้ที่ดินบริเวณเขาชีจรรย์ ที่ใช้เวลาประมาณ 5 ปี ทยอยซื้อเก็บจนรวบรวมได้เป็นที่ดินผืนใหญ่ราว 1,000 ไร่ ก่อนจะตัดสินใจนำที่ดินผืนดังกล่าวมาสร้างเป็นสนามกอล์ฟ ต้องยอมรับว่าที่ดินผืนนี้ซื้อมาในราคาที่สูงมาก และอาจไม่คุ้มในการนำมาทำสนามกอล์ฟ แต่ด้วยตัวผมเองที่อายุค่อนข้างเยอะแล้ว และยังฝัน รวมถึงเป็นแพสชั่นมาตลอดที่จะมีสนามกอล์ฟเป็นของตัวเอง จึงตัดสินใจว่าจะทำสนามกอล์ฟแห่งนี้ขึ้นมา

HG : วางคอนเซ็ปต์ในการทำสนามกอล์ฟไว้อย่างไร
คุณณฤทธิ์ : ด้วยความที่ตัวผมเองเล่นกอล์ฟมานานกว่า 30 ปี และคิดว่าด้วยทำเลของสนามที่พัทยา ควรต้องเป็นสนามแบบรีสอร์ทเท่านั้น บรรยากาศต้องเป็นแบบรีสอร์ท มีความผ่อนคลาย นักกอล์ฟสามารถใส่กางเกงขาสั้นมาตีกอล์ฟได้ แม้เราจะตั้งใจให้เป็นสนาม 5 ดาว แต่ก็ไม่ต้องการให้นักกอล์ฟที่เข้ามาใช้บริการรู้สึกอึดอัด โดยเฉพาะการออกแบบที่เราเน้นบรรยากาศเปิดโล่งเป็นหลัก เพื่อให้นักกอล์ฟรู้สึกสบายใจและผ่อนคลายมากที่สุด
เราเลือกวางสนามไว้ให้อยู่ในระดับไฮเอนด์ แต่ต่างจากสนามกลุ่มบนทั่วไป ด้วยการให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายมากกว่า เราให้ความสำคัญกระทั่งสีเลือกใช้บนคลับเฮ้าส์ หรือการออกแบบให้คลับเฮ้าส์มีความรู้สึกที่เปิดโล่ง แต่แน่นอนว่าวัสดุที่เลือกใช้ทุกอย่างเป็นวัสดุระดับคุณภาพทั้งหมด

หลุม 1

HG : คอนเซ็ปต์ในส่วนของเลย์เอ้าท์
คุณณฤทธิ์ : มีหลายรายละเอียดปลีกย่อยที่ผมให้ความสำคัญ แต่สิ่่งที่ผมไม่ชอบที่สุดในการเล่นกอล์ฟคือ การที่เราทำสกอร์ได้ไม่ดีตั้งแต่หลุมแรก ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบดับเบิ้ลหรือทริปเปิ้ล แล้วหลังจากนั้นเราก็มักจะเล่นได้ไม่ดีเลยตลอดทั้งวัน ผมจึงย้ำกับผู้ออกแบบสนามกอล์ฟว่า อยากให้นักกอล์ฟเริ่มต้นวันด้วยสกอร์ที่ดี เพื่อที่จะได้อารมณ์ดีตลอดทั้งวันตามไปด้วย หลุมแรกจึงไม่ควรมีอุปสรรคที่ยากจนเกินไป เพื่อให้นักกอล์ฟรู้สึกสนุกกับการเล่นมากที่สุด
ส่วนต่อมาคือ แฟร์เวย์ที่ผมแจ้งกับผู้ออกแบบว่า ไม่ต้องการให้แฟร์เวย์ยากจนเกินไป ประกอบกับเรามีการใช้หญ้าแบบพิเศษที่ให้ความฟูมาก เพื่อให้รู้สึกว่าลูกลอยอยู่บนแฟร์เวย์ ขณะที่กรีนอยากให้มีความท้าทาย แม้จะออนง่าย แต่พัตต์ไม่ง่าย และกรีนต้องทำสปีดได้เร็ว ส่วนของบังเกอร์ต้องมีเอกลักษณ์พิเศษ แต่ก็ต้องไม่ตีออกจากบังเกอร์ยากจนเกินไป เพื่อให้นักกอล์ฟไม่เสียเวลาในการเล่น ทรายที่ใส่ต้องไม่นิ่มจนตียาก และไม่แข็งจนตีไม่ได้
ผมเองทุ่มกับด้านแลนด์สเคปพอสมควร โดยจ้างนักออกแบบแลนด์สเคปที่เชี่ยวชาญด้านสนามกอล์ฟมาจัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้นักกอล์ฟที่มาที่นี่ได้เห็นวิวสวย และได้ถ่ายรูปในหลากหลายมุม ขณะที่ด้วยความที่เป็นกอล์ฟรีสอร์ท เราไม่ต้องการให้นักกอล์ฟที่มาเล่นที่นี่ใช้กว่าถึง 5 ชั่วโมงกว่าจะเล่นจบ โดยอยากให้นักกอล์ฟใช้เวลาแค่ราว 4 ชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้นจึงให้รถกอล์ฟสามารถเข้าถึงลูกได้เลย ซึ่งเรื่องความเร็วในการเล่นผมค่อนข้างให้ความสำคัญมาก สนามต้องสามารถซัพพอร์ทผู้เล่นด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่าง กรณีฝนตก ต้องสามารถระบายน้ำแล้วสามารถกลับมาเล่นต่อได้ภายใน 10 นาที

HG : มีส่วนกับการออกแบบเลย์เอ้าท์ของแต่ละหลุมมากน้อยแค่ไหน
คุณณฤทธิ์ : จริงๆ แล้วแทบจะไม่มีเลย ผมให้อิสระกับผู้ออกแบบอย่างเต็มที่ แต่ก็ได้บอกถึงความต้องการของตัวเองบ้าง เช่น ไม่ต้องการให้มี Blind Shot เพราะตัวผมเองไม่ชอบสนามกอล์ฟที่มีช็อตการเล่นที่ต้องตีแบบ Blind Shot เท่านั้น หรือลักษณะที่ไม่แฟร์กับผู้เล่นก็ไม่ให้มีเด็ดขาด แต่โดยรวมแล้วผมแทบไม่ได้แก้แบบตามที่ผู้ออกแบบได้ออกแบบมาเลย

HG : มีสนามกอล์ฟในดวงใจที่นำแนวทางมาปรับใช้ที่สนามชีจรรย์บ้างหรือไม่
คุณณฤทธิ์ : สนามกอล์ฟเดียวที่ผมมีโอกาสได้ไปเล่นครั้งแรก แล้วตัดสินใจซื้อเมมเบอร์ของสนามเลยคือ อโยธยา ลิงค์ส เพราะประทับใจทั้งแฟร์เวย์ที่มีความสวยงาม และกรีนที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ผมเองมีโอกาสพาผู้ออกแบบไปเล่นกอล์ฟที่นี่ด้วย ตลอดจนสนามอื่นๆ อย่าง สยาม คันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์ส และ แพลนเทชั่น ฯลฯ และได้บอกถึงจุดเด่นของสนามแบบไหนที่ต้องการ หรือจุดไหนที่ไม่ต้องการ โดยเฉพาะจุดที่ผมมองว่านักกอล์ฟส่วนใหญ่มักไม่ค่อยชอบ
สิ่งที่ผมชอบที่สุดของสนามอโยธยา ลิงค์ส ไม่ใช่เลย์เอ้าท์ แต่คือมาตรฐานในการรักษาสภาพของสนามเอาไว้ได้มีความสมบูรณ์มากที่้สุด ตลอดจนการบริหารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเวลาของก๊วนนักกอล์ฟในการเล่น ไม่ค่อยมีการติดขัด เป็นต้น

HG : อะไรจุดเด่นของสนามชีจรรย์ในมุมมองของ คุณณฤทธิ์
คุณณฤทธิ์ : จุดเด่นของสนามผมมองว่าอยู่ที่แท่นทีออฟ, แฟร์เวย์ และกรีน หรือก็คืออยู่ที่ตัวสนามในทุกส่วน ทีออฟเราสร้างให้มีมาตรฐาน มีขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถเลื่อนตำแหน่งทีออฟได้ทุกวัน ทำให้หญ้าไม่เครียด หรือการที่ถ้าทีออฟอยู่ในตำแหน่งเดิมซ้ำกันมากเกินไปก็อาจจะทำให้สภาพทีออฟไม่สมบูรณ์ ขณะที่แฟร์เวย์ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของเรา ด้วยการใช้หญ้าที่ความฟู ทำให้ลูกลอย และตีง่าย ส่วนกรีนก็ถือว่าเป็นกรีนที่ท้าทายที่สุดสนามหนึ่งของสนามกอล์ฟเมืองไทย แม้แต่โปรที่มาเล่นที่นี่ก็สามารถอ่านไลน์ผิดพลาดได้เหมือนกัน
นอกจากนี้สิ่งที่เป็นจุดเด่นของสนามชีจรรย์คือ ทำเล ด้วยความอยู่ใกล้เมืองพัทยา และเสริมด้วยวิวทิวทัศน์รอบข้าง โดยเฉพาะเขาชีจรรย์ที่สามารถมองเห็นได้จากทุกหลุม ผมเชื่อว่านักกอล์ฟที่มาเล่นที่นี่ทุกคนย่อมต้องอยากถ่ายรูปเก็บเอาไว้ ในส่วนนี้เราจึงให้ความสำคัญมาก และไม่ใช่แค่จากมุมมองในสนาม ผมเชื่อว่านักกอล์ฟเกือบ 100% ที่เดินขึ้นคลับเฮ้าส์จะต้องเดินมายังจุดชมวิวที่เปิดโล่งเห็นสนามทั้ง 18 หลุม รวมถึงวิวเขาชีจรรย์ และถ่ายภาพเก็บเอาไว้ แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะนักกอล์ฟยังจะประทับใจต่อกับวิวของหลุม 1 ที่ผมย้ำกับผู้ออกแบบว่า จะต้องมี First Impression กับตัวสนาม ด้วยเลย์เอ้าท์ที่ตีเข้าหาเขาชีจรรย์ และตรงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่เชื่อว่าทุกคนต้องไม่พลาดที่จะเก็บภาพเอาไว้

HG : ทำไมถึงเลือกนำหญ้า Zoysia พันธ์ Zemet มาใช้ปูแฟร์เวย์
คุณณฤทธิ์ : ผมรู้สึกว่าสนามกอล์ฟของเราควรจะต้องมีอะไรที่แตกต่างไปจากที่อื่น ผมมีโอกาสได้เจอหญ้า Soyzia หรือหญ้านวลน้อยพันธ์นี้ก่อนที่จะมาทำสนามกอล์ฟแล้วรู้สึกชอบ ด้วยทั้งความสีเขียวเข้มของหญ้าที่เข้มต่างจากหญ้านวลน้อยปกติ ตัวใบไม่ได้ใหญ่มาก และมีความแข็งกว่าเมื่อเทียบหญ้าที่ใช้ในแฟร์เวย์สนามทั่วไปอย่างพาสพาลั่ม ทำให้ลูกลอย นอกจากนี้คุณสมบัติในการบำรุงรักษาก็ง่ายกว่า ใช้น้ำน้อยกว่า รวมถึงหญ้านวลน้อยยังเป็นหญ้าพันธ์ของประเทศไทยที่ผมมีบริษัทของผมเพาะขึ้นมาเองด้วย ทำให้มองว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้โปรโมทหญ้าพันธ์นี้กับการนำมาใช้ปูแฟร์เวย์เป็นสนามแรกของโลก และผลลัพธ์ที่ออกมาก็ไม่ผิดหวังเลย

HG : ฟีดแบ็คของนักกอล์ฟที่มีต่อหญ้า Zoysia Zemet เป็นอย่างไรบ้าง
คุณณฤทธิ์ : ผมว่านักกอล์ฟทุกคนที่มีโอกาสมาสัมผัสชอบทุกคน ด้วยคุณสมบัติที่ทำให้ลูกลอย และตีง่ายกว่าเดิม ยิ่งด้วยคอนเซ็ปต์ที่เราวางไว้ของสนามให้เป็นกอล์ฟรีสอร์ท มาเล่นกอล์ฟที่นี่แล้วผ่อนคลาย เล่นแล้วสนุก มีความสุขกลับไป ถ้าได้หญ้าที่ลูกลอยแบบนี้ผมเชื่อว่าทุกคนชอบแน่นอน

HG : หลังจากเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ถึงตอนนี้พอใจกับตัวสนามมากน้อยแค่ไหน
คุณณฤทธิ์ : ผมพอใจมาก ด้วยจากฟีดแบ็คที่นักกอล์ฟตอบรับมา ทั้งในด้านการบริการ, สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ รวมถึงตัวสนาม อาจจะมีแค่เรื่องแคดดี้ที่ยังต้องพัฒนากันต่อ ล่าสุดเรามีการทำ Green Map ให้กับแคดดี้ทุกคน เป็นตัวช่วยให้กับทั้งนักกอล์ฟและแคดดี้ เนื่องจากต้องยอมรับว่า ทั้งตัวสนามและแคดดี้ของเรายังใหม่ทั้งคู่ แต่ภาพรวมทั้งหมดของสนามถือว่าน่าพอใจมาก เราได้รับฟีดแบ็คที่ดี มีการให้เรตติ้งจากนักกอล์ฟในระดับที่สูงมาก และผมได้ย้ำกับทีมงานของสนามว่า ให้พยายามรักษามาตรฐานที่ดีเช่นนี้เอาไว้ให้ได้ ทั้งด้านบริการ และสภาพความสมบูรณ์ของสนาม

HG : มีหลุมไหนของสนามชีจรรย์ที่เป็นหลุมโปรดเป็นพิเศษ
คุณณฤทธิ์ : จริงๆ มีหลายหลุมที่ผมชอบ ถ้าจะให้เล่าทุกหลุมเลยก็ได้ แต่ที่ชอบที่สุดคือ หลุม 1 ที่ผมเป็นคนเลือกเอง เนื่องจากในทีแรกทีมออกแบบได้วางไว้เป็นหลุม 10 แต่ผมขอเปลี่ยนมาเป็นหลุม 1 ด้วยความเป็น First Impression ที่เรามอบให้กับนักกอล์ฟ จากมุมเราที่ทีออฟเข้าหาเขาชีจรรย์ นอกจากนี้ยังเป็นหลุมที่เปิดโอกาสให้เก็บพาร์ได้ค่อนข้างง่าย และอีกหลุมหนึ่งที่มีเสน่ห์ที่ผมชอบคือ หลุม 16 พาร์ 5 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหลุมที่ได้มองเห็นเขาชีจรรย์เต็มๆ อีกทั้งยังเป็นหลุมที่มีความท้าทาย มีอุปสรรคพอสมควร แต่ขณะเดียวกันนักกอล์ฟที่ตีไกลก็มีโอกาสที่จะเก็บเบอร์ดี้หรืออีเกิ้ลได้ หรืออีกหลุมหนึ่งคือ หลุม 3 พาร์ 3 ที่จะต้องตีเข้าหาเขาชีโอน และหลุม 12 พาร์ 3 ที่จะได้เห็นวิวของเมืองพัทยา

HG : หลุมซิกเนอร์คือ หลุม 14 พาร์ 5
คุณณฤทธิ์ : หลุม 14 คือ หลุมที่เราทุ่มกำลังในการสร้างมาก และถูกวางให้เป็นหลุมซิกเนเจอร์ของสนาม ด้วยตัวน้ำตกที่ไหลมาตั้งแต่ข้างกรีนจนถึงหน้าแท่นทีออฟ เป็นหลุมที่ค่อนข้างเป็นมิตรกับนักกอล์ฟ ด้วยแฟร์เวย์กว้าง มีบังเกอร์เล็กน้อย นักกอล์ฟมักจะเก็บพาร์ได้ในหลุมนี้

HG : การพัฒนาตัวสนามหลังจากนี้
คุณณฤทธิ์ : อาจจะยังเหลือการปรับอีกเล็กน้อย แต่หลักๆ คือ การรักษามาตรฐานสภาพความสมบูรณ์ของสนามเอาไว้ แม้สนามจะเสร็จแล้ว แต่เรายังต้องมีงานบำรุงรักษาต่อ นักกอล์ฟหลายคนอาจจะมองว่าค่ากรีนฟีของสนามค่อนข้างสูง แต่ผมต้องย้ำว่าการรักษาคอนดิชั่นของสนามไว้ให้มีความสมบูรณ์สูงสุด และมีความสม่ำเสมอนั้น มีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง ผมแทบไม่ได้มองถึงการทำกำไรจากสนามกอล์ฟ แถมยอมรับว่าที่ทำมาอาจจะไม่คุ้มทุนด้วยซ้ำ แต่เป้าหมายคือการทำให้สนามกอล์ฟให้มีมาตรฐานที่สูงที่สุด และเลี้ยงตัวเองได้ ตลอดจนเป็นสนามกอล์ฟที่สามารถส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นเดสติเนชั่นกอล์ฟของภูมิภาคนี้
ตั้งแต่เปิดให้บริการสนาม ผู้บริหารสนามเคยถามผมว่า อะไรสำคัญกว่ากัน ระหว่างรายได้ หรือคุณภาพของตัวสนาม ซึ่งผมย้ำทุกครั้งว่าคือคุณภาพที่เราวางไว้ว่าสนามต้องเป็นระดับ 5 ดาว ที่สนามเราเว้นระยะเวลาระหว่างก๊วนไว้ที่ 10 นาที ทั้งที่เราสามารถทำเงินจากการอัดก๊วนกอล์ฟเป็นทุกๆ 6 นาทีก็ได้ แต่เราไม่ทำ เพราะนั่นทำให้คุณภาพของสนามลดลง นักกอล์ฟก็จะสนุกกับการเล่นน้อยลง และทำให้เราไม่สามารถรักษาฟีดแบ็คที่ยอดเยี่ยมอย่างที่เคยได้รับเอาไว้ โดยเฉพาะเรื่องการเล่นช้ำที่ผมให้ความสำคัญมาก ถ้าก๊วนไหนเล่นช้าเราจะมีมาร์แชลเข้าไปเตือนทันที เพราะเราจำเป็นต้องรักษามาตรฐานเอาไว้ ประกอบกับ 10 นาทีที่เราเว้นระหว่างก๊วนก็ถือว่าค่อนข้างมากแล้ว หรือก๊วนวอล์คอินที่มาแทรกระหว่างเวลาเราก็ไม่รับ เพราะเราต้องการสร้างมาตรฐานของสนามไว้ตั้งแต่วันแรกที่เปิด และเชื่อว่าเมื่อผ่านไปอีก 5 หรือ 10 ปีข้างหน้า นักกอล์ฟก็ยังจะรับรู้ได้ถึงมาตรฐานของสนามแห่งนี้ และไม่รู้สึกผิดหวังที่มาแน่นอน
จริงๆ ผมเข้าใจความรู้สึกของนักกอล์ฟที่คิดว่ากรีนฟีที่นี่แพง แต่ผมมั่นใจว่าเมื่อได้มาตีกอล์ฟที่นี่จริงๆ แล้ว ความรู้สึกนั้นจะหมดไป นักกอล์ฟจะรู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

HG : แผนการพัฒนาส่วนอื่นๆ เพิ่มเติม
คุณณฤทธิ์ : เรามีแผนการที่จะสร้างโรมแรมเพิ่มเติม กำหนดเริ่มก่อสร้างช่วงเดือนมี.ค.นี้ก็เริ่มลงเสาเข็มแล้ว ภายใต้แบรนด์ Andaz ซึ่งเป็นเชนของ Hyatt โดยเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ทำเลติดชายหาด และห่างจากสนามกอล์ฟแค่ราว 6 กิโลเมตรเท่านั้น เป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่เราทำควบคู่กับสนามกอล์ฟ และมีกำหนดแล้วเสร็จภายในไม่เกินอีก 2 ปีข้างหน้านี้

HG : ถึงตอนนี้สนามสมบูรณ์แล้ว 100% ตามที่ตั้งใจแล้วหรือยัง
คุณณฤทธิ์ : สำหรับผทตอนนี้สนามถือว่าสมบูรณ์พร้อม 90% เหลือแค่ปรับปรุงอีกเล็กน้อย มีรายละเอียดบางส่วนที่ผมยังต้องการออกมาให้ดีที่สุด เพราะเราให้ความสำคัญกับทุกจุด เรานำสิ่งที่ดีที่สุดมาใช้ นำมืออาชีพที่เชี่ยวชาญมาจัดการ ผมใช้ทั้งเงินและหัวใจในการสร้างสนามกอล์ฟ บนคลับเฮ้าส์ของเรามีคลับเมเนเจอร์โดยเฉพาะมาบริหารจัดการ แม้แต่แม่บ้านทุกคนก็เอาใจใส่ในการทำงานอย่างเต็มที่ โชคดีอย่างหนึ่งคือ ธุรกิจของผมเองเป็นสายงานบริหารมาก่อน ผมก็นำประสบการณ์ส่วนนี้เข้ามาเสริมได้ค่อนข้างเยอะ และอย่างที่เรียนข้างต้นว่า ผมตีกอล์ฟมานานกว่า 30 ปีเต็ม เวลาไปเล่นที่สนามกอล์ฟไหนก็จะคอยศึกษาตลอดว่า จุดไหนดีหรือไม่ดี เพื่อนำมาปรับใช้

HG : ทิ้งท้ายฝากถึงนักกอล์ฟที่กำลังรอโอกาสได้มาสัมผัส ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท
คุณณฤทธิ์ : ผมอยากขอให้นักกอล์ฟทุกคนให้โอกาสกับ ชีจรรย์ กอล์ฟ รีสอร์ท สักครั้งหนึ่ง มาลองสัมผัสสนามของเราดูว่า คุ้มค่ากับสิ่งที่ตอนนี้ผู้คนพูดถึงกันหรือไม่ แต่ผมเชื่อว่านักกอล์ฟทุกคนจะพอใจเมื่อได้มาเยือนสนามของเราอย่างแน่นอนมื่อได้มาเยือนสนามของเราอย่างแน่นอน