SHARE

เป็นกระแสที่พูดถึงอย่างมากในแวดวงอุปกรณ์กอล์ฟตลอดช่วงครึ่งปีหลังที่ผ่านมา กับชุดเหล็กแบบความยาวก้านขนาดเดียวกันทั้งเซ็ต หลัง “ไบรสัน เดอแชมโบ” เป็นคนจุดกระแสใช้ชุดเหล็กขนาดความยาว 37.5 นิ้ว หรือเท่ากับเหล็ก 7 ทั้งหมด สร้างชื่อในระดับอเมเจอร์ รวมถึงกับผลงานน่าประทับใจคว้าอันดับ 21 ร่วมในศึกเมเจอร์ เดอะมาสเตอร์ส 2016

เดอแชมโบ ได้รับการพูดถึงอย่างมาก ทั้งจากผลงานการเล่น, การเลือกใช้เหล็กก้านขนาดเดียวกันทั้งหมด รวมถึงรูปลักษณ์ที่สวมหมวกทรงโบราณลงแข่งขัน กระทั่งเจ้าตัวมาพิสูจน์ฝีมืออีกครั้งด้วยผลงานการคว้าแชมป์ DAP Championship หนึ่งในสี่รายการส่งท้ายของทัวร์เว็บดอทคอม 2016 และเป็นกลายเป็นผู้เล่นประวัติศาสตร์คนแรกของทัวร์ที่คว้าแชมป์ได้ด้วยการใช้
เหล็กก้านขนาดเดียวกันทั้งหมด

ในทีแรก เดอแชมโบ ทำงานร่วมกับ Edel Golf ในการคัสตอมเหล็กชุดพิเศษนี้ขึ้นมา เนื่องจากต้องการให้สวิงเพลนเหล็กของเขาเป็นระนาบเดียวกันทั้งหมด นอกจากนี้ lie และ bounce ของใบเหล็กก็จะเท่ากันทั้งหมดด้วย

จากความร้อนแรงของ เดอแชมโบ ทำให้ Cobra แบรนด์อุปกรณ์ผู้สนับสนุนของเขาไม่รอช้า จัดทำเหล็กรุ่น Cobra King “One Length” ออกมาเป็นโมเดลพิเศษแยกจากรุ่นปกติ King F7 และ King Forged โดยให้เหตุผลเชื่อว่าเหล็กก้านขนาดเดียวกันทั้งหมดนี้ที่ถือเป็นรุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ด้วย สามารถใช้เป็นประโยชน์กับนักกอล์ฟทั่วไปได้เช่นกัน

สำหรับ King F7 One Length และ King Forged One Length ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ด้วยสวิงเวท D0 โดย King F7 One Length ถูกวางไว้ให้เหมาะกับนักกอล์ฟมือระดับปานกลาง รวมถึงแฮนดิแคปสูงด้วยดีไซน์เหล็กแบบ cavity back รวมถึงในเหล็กแต่ละเบอร์ก็จะมีการดีไซน์รายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปอีกเล็กน้อย ด้วยแคเรกเตอร์ของเหล็กที่แตกต่างกัน อาทิ ตั้งแต่ในเหล็กยาว 3-5 เป็นดีไซน์แบบโพรงเต็มใบ เพื่อเพิ่มบอลสปีดและสร้างระยะทางได้มากที่สุด, เหล็กกลาง 6-7 เป็นโพรงครึ่งใบเพื่อเพิ่มความแม่นยำให้มากขึ้น และเหล็กสั้น 8-PW เป็นโพรงกลวง เหมาะสำาหรับช็อตทำคะแนน และการเล่นรอบกรีน

นอกจากนี้ King F7 One Length ยังมีอีกหลายเทคโนโลยีที่ถูกปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นจาก F6 ไม่ว่าจะเป็น PWRSHELL technology ที่ทำให้หน้าเหล็กและโครงสร้างฐานใบบางยิ่งขึ้น ช่วยขยายจุดสวีทสปอต, เพิ่มระยะทาง, ความแม่นยำ และการชดเชยความผิดพลาด โดยเฉพาะในเหล็ก 4 ที่เพิ่มค่า COR จากรุ่นก่อน 0.799 เป็น 0.81 การันตีระยะทางเพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน รวมถึงในส่วนของร่องหน้าเหล็กกับ Progressive Spin Technology ที่การันตีว่าจะให้สปินเพิ่มมากขึ้นจากรุ่นก่อน แต่รูปแบบจะต่างกันไปตามแคเรกเตอร์ของเหล็ก ไล่ตั้งแต่ 3-6 เป็นร่องทรงตัว V, เหล็ก 7-PW ทรงตัว U และ GW กับ SW เป็นร่องเฉพาะเพื่อให้สร้างสปินในช็อตข้างกรีนได้มากที่สุด

ด้าน King Forged One Length ถูกวางคอนเซ็ปต์ไว้เหมาะกับนักกอล์ฟมือดี จนถึงผู้เล่นระดับแข่งขัน ด้วยประสิทธิภาพระดับทัวร์, ฟีลลิ่งที่ดีเยี่ยม และช่วยให้แต่งช็อตได้อย่างเฉียบคม การันตีด้วยการถูกเลือกใช้โดย เดอแชมโบ เองด้วย

อย่างไรก็ตาม King Forged One Length ไม่ได้ลืมคุณสมบัติการชดเชยความผิดพลาดไป โดยเฉพาะในเหล็กยาว-กลาง ด้วยการวางทังสเตนความหนาแน่นสูงไว้ที่ฐานเหล็ก เพื่อดึงจุดศูนย์ถ่วงให้อยู่ต่ำ ตีเหินได้ง่าย และช่วยให้ใบเหล็กมีความนิ่ง รวมถึงเสริมภายในด้วยวัสดุ TPU ลดแรงสั่นสะเทือนจากการอิมแพ็ค นำมาสู่ผลงานที่สม่ำเสมอยิ่งขึ้น

และด้วยการที่เป็นเหล็กรุ่นทัวร์ ทำให้วิศวกรต้องคำนวนโครงสร้างภายในอย่างหนัก เพื่อให้ได้น้ำหนักและการจัดวางที่เหมาะสมที่สุด อาทิ ในเหล็ก 5 ของโมเดล One Length จะมีน้ำหนักมากกว่ารุ่นปกติ 14 กรัม และตำแหน่งจุดศูนย์ถ่วงต่ำกว่า 0.6 มิลลิเมตร รวมถึง MOI สูงกว่า เพื่อให้ตีได้มุมเหินง่ายและชดเชยความผิดพลาดมากขึ้น ขณะที่ถ้าเทียบกับเหล็กสั้นอย่างเหล็ก 9 น้ำหนักจะเบากว่ารุ่นปกติ 14 กรัม และจุดศูนย์ถ่วงอยู่สูงกว่า 1 มิลลิเมตร รวมถึง MOI ต่ำกว่า เหมาะสำหรับเป็นเหล็กทำสกอร์ในช็อตขึ้นกรีนหรือยิงธง

King F7 One Length และ King Forged One Length ถือเป็นความกล้าที่จะแตกต่างของ Cobra กับการเป็นแบรนด์ใหญ่ที่กล้าคิดและวางขายชุดเหล็กที่มีก้านขนาดเดียวกันเป็นแบรนด์แรก แต่ทั้งนี้ไม่แน่ว่าหาก ไบรสัน เดอแชมโบ สามารถก้าวขึ้นมาประสบความสำาเร็จในพีจีเอทัวร์ รวมถึงคว้าแชมป์รายการใหญ่ๆ ได้ ก็อาจจะเป็นการจุดกระแสให้แนวคิดชุดเหล็กก้านขนาดเดียวกันนี้ได้รับการยอมรับในวงการกอล์ฟ เป็นการปฏิวัติวงการอุปกรณ์กอล์ฟครั้งสำคัญเลยก็เป็นได้…