ต้องบอกว่าเป็นภาพที่ติดตามาอย่างยาวนาน ที่เรามักได้เห็นนักกอล์ฟอาชีพในทัวร์เลือกใช้พัตเตอร์ที่มีหน้าอินเสิร์ทสีขาวลงแข่งขัน ที่ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนานหลายปีก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่เสมอ สำหรับหน้าอินเสิร์ท White Hot Insert ของ Odyssey

Odyssey ถือเป็นผู้นำของตลาดพัตเตอร์มาอย่างยาวนาน ด้วยจุดเด่นที่ราคาเป็นมิตรกับนักกอล์ฟ และมักมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีหน้าอินเสิร์ทที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และจุดเริ่มต้นของหน้าอินเสิร์ท White Hot ก็ต้องย้อนกลับไปถึงเมื่อปี 2000 เลยทีเดียว

อันที่จริงในช่วงทศวรรษที่ 90 Odyssey มีหน้าอินเสิร์ทที่ได้รับความนิยมมากอยู่แล้วชื่อว่า Stromonic ผลิตจากวัสดุอีลาสโทเมอร์ ซึ่งเหนือกว่าหน้าพัตเตอร์ที่เป็นโลหะ ด้วยจุดเด่นที่นุ่มกว่า เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการพัตต์ลูกกอล์ฟที่มีความแข็ง อีกทั้งยังเบากว่า ทำให้จัดวางน้ำหนักค่อนข้างง่าย และสร้างแรงเสียดทานที่ช่วยในการโรลลูกได้ดี อย่างไรก็ตาม มันยังมีจุดด้อยตรงที่มีแรงดีดน้อยกว่าหน้าพัตเตอร์จากโลหะ ทำให้ลูกกลิ้งแล้วได้ระยะน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

จากปัญหาดังกล่าวทำให้วิศวกรของ Odyssey ต้องมานั่งช่วยกันคิดหาวัสดุใหม่ เพื่อช่วยแก้ปัญหาของหน้าอินเสิร์ท Stromonic จนมีชายคนหนึ่งเสนอความเห็นขึ้นมาว่า “ทำไมเราไม่ใช้วัสดุเดียวกับลูกกอล์ฟเสียเลยล่ะ” ซึ่งคำพูดที่เปลี่ยนทิศทางของพัตเตอร์ Odyssey นี้ไปตลอดกาล ก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ Ely Callaway ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Callaway นั่นเอง

เป็นเรื่องที่พอเหมาะพอเจาะเสียเลยเกินที่ในเวลานั้น Callaway เพิ่งขยับตัวมาทำโปรดักส์ลูกกอล์ฟขายด้วย พวกเขาเลยมีผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุยูรีเทนที่ไว้ใช้ทำเปลือกลูกกอล์ฟอยู่ในบริษัทพอดี ทางวิศวกรของ Odyssey จึงไปขอคำแนะนำจากทีมพัฒนาลูกกอล์ฟ สำหรับการพัฒนาหน้าอินเสิร์ทแบบใหม่ จนได้วัสดุยูรีเทนแบบเดียวกับที่ใช้ทำเปลือกลูกกอล์ฟรุ่นแรกสุดของ Callaway ซึ่งเป็นรุ่นที่วางขายอยู่ในขณะนั้นอย่าง Rule 35 และเหมือนว่าชะตากำหนดมาให้แล้วว่า มันต้องได้ผลดี…ดีมากเสียด้วย

จุดเด่นของการนำยูรีเทนมาใช้ทำหน้าอินเสิร์ทหน้าพัตเตอร์คือ มันให้แรงดีดตัวที่ยอดเยี่ยม ช่วยให้ลูกกอล์ฟกลิ้งเร็วและได้ระยะทางมากขึ้น เร็วกว่าหน้าอินเสิร์ทแบบ Stromonic รวมถึงสม่ำเสมอกว่าโลหะ อีกทั้งยังให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม นุ่มนวลกว่า อีกทั้งยังเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยมีใครได้สัมผัสมาก่อนจากการที่ใช้วัสดุเดียวกันมาปะทะกัน

นอกจากฟีลลิ่งสัมผัสแล้ว สิ่งที่ White Hot โดดเด่นคือ ฟีลลิ่งเสียง เนื่องจากหน้าพัตเตอร์บางแบบนั้นให้เสี่ยงที่นุ่มหรือเบาเกินไป เมื่อนักกอล์ฟพยายามพัตต์ให้แรง ซึ่งส่งผลต่อเนื่องมาถึงการพยายามควบคุมน้ำหนักการพัตต์ แต่สิ่ง White Hot แตกต่างคือ มันให้เสียงที่นุ่มนวลเมื่อนักกอล์ฟพยายามพัตต์เบาๆ ในระยะสั้นๆ แต่ขณะเดียวก็จะให้เสียงของการปะทะที่ดังขึ้น เมื่อนักกอล์ฟพยายามพัตต์ให้แรงในการพัตต์ระยะไกล

…และตำนานของ White Hot ก็เริ่มต้นขึ้นจากจุดนั้น…

จากวันนั้นมาถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วที่หน้าอินเสิร์ท White Hot ถูกเลือกใช้โดยนักกอล์ฟอาชีพในทัวร์ชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็นมือเก๋าอย่าง ทอม วัตสัน, จิม ฟิวริค, ฟิล มิคเคลสัน, เฮนริค สเตนสัน หรือแม้แต่นักกอล์ฟรุ่นใหม่ๆ อย่าง ซานเดอร์ ชอฟเฟล ก็ยังติดใจกับหน้าอินเสิร์ทสุดคลาสสิคนี้ จน White Hot ถูกใช้คว้าแชมป์มาแล้วนับไม่ถ้วน โดยมีการจดสถิติไว้ว่ามันคว้าแชมป์ทั่วโลกไปมากกว่า 723 รายการเลยทีเดียว

จริงๆ แล้ว แม้หน้าอินเสิร์ท White Hot จะดีและได้รับความนิยมมากขนาดไหน แต่วิศวกรของ Odyssey ก็ยังคงเดินหน้าพัฒนามันอยู่ตลอดเวลา จนมีหลากหลายเวอร์ชั่นที่นักกอล์ฟน่าจะเคยผ่านตากันมาแล้วบ้าง อาทิ White Hot XG ที่เป็นสองชั้นเสริมด้วยอีลาสโทเมอร์, White Hot RX ที่เสริมแผ่นตาข่ายโลหะเพื่อช่วยในการเกาะลูก หรือล่าสุดอย่าง White Hot Microhinge ที่ประกอบเข้าตัวแผ่นสแตนเลสสตีลรูปทรงคล้ายตะขอ ซึ่งใช้อยู่ในพัตเตอร์รุ่นล่าสุดอย่าง Stroke Lab

แต่จากความนิยมที่อยู่เหนือกาลเวลา ล่าสุด Odyssey ตัดสินใจหวนคืนสู่จุดเริ่มต้น ด้วยการนำหน้าอินเสิร์ท White Hot กลับมาทำใหม่อีกครั้ง ด้วยรุ่น White Hot OG หรือ “Original Gangster” ที่เป็นการตอกย้ำถึงการกลับสู่จุดเริ่มต้นของ White Hot แบบดั้งเดิมอย่างแท้จริง

Odyssey ให้เหตุผลถึงการตัดสินใจนำหน้าอินเสิร์ท White Hot กลับมาทำใหม่อีกครั้งว่า เป็นเพราะไม่สามารถทนต่อเสียงเรียกร้องจากนักกอล์ฟทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นนักกอล์ฟทั่วไป, นักกอล์ฟมือดี หรือผู้เล่นระดับอาชีพ โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดเผยว่ามากกว่าครึ่งของพัตเตอร์ Odyssey ที่ถูกใช้ในการแข่งขันอาชีพ ยังคงเป็นพัตเตอร์ตัวเก่าที่มีหน้าอินเสิร์ท White Hot หรือถึงแม้เป็นรุ่นใหม่ นักกอล์ฟในทัวร์ก็จะขอให้ทีมงานทำหน้าอินเสิร์ท White Hot ให้แทนหน้าปกติ

แต่ขณะเดียวการกลับมาครั้งนี้ก็ต้องพิเศษสมการรอคอยด้วยเช่นเดียวกัน

สำหรับรูปทรงของ White Hot OG ยังคงเป็นรูปลักษณ์ที่นักกอล์ฟคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่ด้วยรายละเอียดที่ดียิ่งขึ้น ไล่ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตที่เป็นการมิลล์ ทำให้ได้เหลี่ยมคมที่ชัดเจน ทุกรายละเอียดผลิตอย่างแม่นยำ เสริมด้วยทำสีแบบ PVD เพื่อให้ได้โฉมที่สวยงามและพรีเมี่ยมที่สุดเท่าที่ Odyssey เคยทำมา

แม้จะเน้นความคลาสสิค แต่ White Hot OG ได้ถูกประกอบเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่างก้าน Stroke Lab ที่เป็นก้านเหล็กและก้านกราไฟท์เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ทำให้จัดวางน้ำหนักได้ดียิ่งขึ้น มาพร้อมสีพิเศษที่ใช้สีแดงเป็นครั้งแรก เพื่อให้เหมาะกับการเป็นรุ่นที่พิเศษสุดเช่นนี้

อีกหนึ่งความน่าสนใจของ White Hot OG คือ เป็นรุ่นที่วางขายในประเทศไทย ก่อนเปิดตัวในสหรัฐฯ เสียอีก โดยมีให้เลือก 5 โมเดลคือ #1, #1WS, #5, #5CS และ #7 ด้วยราคาขายที่ชิ้นละ 10,500 บาท

ถ้านักกอล์ฟคนใดยังคงตราตรึงใจกับฟีลลิ่งเมื่อ 20 ปีที่แล้ว…วันนี้มันกลับมาหาคุณแล้วครับ…

**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf

Advertisement