การแข่งขันกอล์ฟเมเจอร์ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ 2021 ที่เคียวาห์ ไอส์แลนด์ กอล์ฟรีสอร์ท ช่วงปลายสัปดาห์ระหว่าง 20-23 พ.ค.นี้ จะถือเป็นการแข่งขันครั้งประวัติศาสตร์ เมื่อทาง พีจีเอ ออฟ อเมริกา ประกาศออกมาก่อนหน้านี้แล้วจะอนุญาตให้นักกอล์ฟสามารถใช้ “กล้องวัดระยะ” ในการแข่งขันได้ด้วย

รวมไปถึงอีกสองเมเจอร์ที่จัดโดย พีจีเอ ออฟ อเมริกา อย่าง วีเมนส์ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ และ ซีเนียร์ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ ด้วยเช่นกัน

การอนุญาตครั้งนี้ประกาศออกมาตั้งแต่เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าต้องการเพิ่มความเร็วในการเล่นให้มากขึ้น

สำหรับการเล่นช้า ถือเป็นปัญหาใหญ่ของอุตสาหกรรมกอล์ฟโลก เนื่องจากทุกฝ่ายเล็งเห็นว่า นี่คือปัญหาหลักที่ทำให้ผู้คนเบื่อหน่ายเกมกอล์ฟ อย่างยิ่งกับคนรุ่นใหม่ที่มองว่ากอล์ฟนั้นใช้เวลามากเกินไป จึงมีความพยายามปรับเปลี่ยนกฎเพื่อเอื้อให้สามารถเล่นได้เร็วขึ้นกว่าเดิม ดังเช่น กฎกอล์ฟฉบับปรับปรุงใหม่เมื่อปี 2019 ที่ออกมาโดยอาร์แอนด์เอ และยูเอสจีเอ ที่หลายข้อก็เพื่อช่วยให้เล่นได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม การอนุญาตครั้งนี้จะอนุญาตให้เฉพาะแค่โหมดวัดระยะเท่านั้น ขณะที่การวัดสโลป หรือการแนะนำอุปกรณ์เช่น เบอร์เหล็กที่จะใช้ตี ไม่ได้รับอนุญาต

ประธานของพีจีเอ ออฟ อเมริกา ให้ความเห็นถึงการตัดสินใจครั้งนี้ว่า พวกเขาพยายามมาตลอดที่จะค้นหาหนทางเพื่อช่วยให้นักกอล์ฟเล่นได้เร็วมากขึ้น และการเลือกอนุญาตให้ใช้กล้องวัดระยะได้ เป็นเพราะนักกอล์ฟอาชีพและแคดดี้นั้นคุ้นเคยดีอยู่แล้ว เพราะส่วนใหญ่จะใช้อยู่ในรอบซ้อมก่อนแข่งเกือบทุกคน

ขณะที่ Bushnell ที่ได้ชื่อว่าเป็นแบรนด์กล้องวัดระยะได้ที่รับความนิยมสูงสุดในพีจีเอทัวร์ ด้วยยอดถูกเลือกใช้มากกว่า 99% ก็เชื่อว่า ภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า กล้องวัดระยะจะได้รับอนุญาตให้ใช้ในทุกรายการการแข่งขัน โดยมี พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ ครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ

(*ดูรายละเอียดของกล้องวัดระยะใหม่ล่าสุดของ Bushnell รุ่น Tour V5 และ Tour V5 Shift รวมถึงสั่งซื้อได้ที่คลิก https://hotgolfclub.com/hotgolfshop/product/bushnell-golf-tour-v5-rangefinder/)

แม้เหตุผลจะเพื่อพัฒนาเกมกอล์ฟ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้กลับมีเสียงไม่เห็นด้วยจากหลายฝ่าย

เอม่อน ลินช์ คอลัมนิสต์ของ Golfweek ให้ความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า นี่คือการลดทอนเสน่ห์อย่างที่เราเคยเห็นนักกอล์ฟชั้นนำของโลกสามารถเล่นผิดพลาดได้ อีกทั้งนักกอล์ฟปัจจุบันก็มีตัวช่วยมากพออยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Yardage Books ไปจนถึงอุปกรณ์ไม้กอล์ฟที่ทันสมัยมากขึ้น

แถมค่าที่ได้จากกล้องวัดระยะยังทำให้นักกอล์ฟกับแคดดี้มีข้อมูลที่ต้องนำมาคิดคำนวนมากขึ้น อาจจะยิ่งทำให้กลายเป็นเล่นช้ากว่าเดิมยิ่งขึ้นไปอีก

ความคิดเห็นนี้คล้ายกับบรรดานักกอล์ฟหลายคนที่ออกมาให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น ไบรสัน เดอแชมโบ, จอร์แดน สปีธ, เว็บบ์ ซิมพ์สัน, เจสัน เดย์, จัสติน โธมัส ฯลฯ ที่มองว่าค่าจากกล้องวัดระยะจะกลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลขที่พวกเขาต้องนำมาพิจารณาเพิ่มเติม และนั่นอาจหมายถึงการต้องคิดเยอะขึ้น หรืออีกนัยหนึ่ง “ใช้เวลามากขึ้น”

โดยเฉพาะ โธมัส ที่ให้ความเห็นว่า ไม่ชอบเลย เนื่องจากการเป็นลดความได้เปรียบของการมีแคดดี้เก่งๆ ข้างกาย แถมยังลดความสำคัญของการเล่นรอบซ้อม หรือแม้การศึกษาสนามแข่งมาก่อนอีกด้วย

ดังนั้น จึงต้องมารอดูกันอีกครั้งในปลายสัปดาห์นี้ว่า การแข่งขันจะสามารถขยับให้เร็วขึ้นได้มากน้อยกว่าเดิมแค่ไหน เมื่ออนุญาตให้สามารถใช้กล้องวัดระยะได้แล้ว หรือจะช้ากว่าเดิม? อย่างที่ใครหลายคนกังวลกัน

แล้วคุณล่ะครับ เห็นด้วยหรือไม่? กับการอนุญาตครั้งนี้ สามารถมาแชร์กันได้นะครับ

**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf

Advertisement