สัปดาห์นี้ในการแข่งขันพีจีเอทัวร์ ถือเป็นศึกใหญ่ระดับ “เมเจอร์ที่ 5” ด้วยรายการเดอะเพลเยอร์ แชมเปี้ยนชิพ รายการที่ชิงเงินรางวัลรวมสูงที่สุดในโลกถึงกว่า 15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบ 460 ล้านบาท

ผู้ชนะจะรับเงินเหนาะๆ 2.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 82 ล้านบาท

การแข่งขันจะมีขึ้นที่สังเวียนประจำอย่าง ทีพีซี ซอว์กราสส์ ในเมืองพอนเต้เวดร้า บีช, รัฐฟลอริด้า สนามจอมดราม่าที่มีประวัติศาสตร์ให้เล่าขานไม่รู้จบ

โดยเฉพาะหลุมซิกเนเจอร์ หลุมที่ 17 “ไอส์แลนด์กรีน”

หลุม 17 ของทีพีซี ซอว์กราสส์ มีดราม่าและเรื่องให้ต้องพูดถึงมากมายหลายเหตุการณ์ แม้แต่ผู้เล่นระดับ ไทเกอร์ วูดส์ ยังเคยบ่นไม่เห็นด้วยกับการที่มีหลุมที่ทำให้สถานการณ์พลิกผันได้มาอยู่ในหลุมท้ายๆ เช่นนี้ เนื่องจากเป็นการสร้างความกดดันให้กับนักกอล์ฟมากเกินไป อีกทั้งยังทำให้การลุ้นแชมป์เปลี่ยนไปได้ในพริบตา และผู้ที่พลาดก็ยากจะแก้ตัวกลับมาได้ เพราะเป็นหลุมรองสุดท้ายแล้ว

ไทเกอร์ กับหลุม 17 ของทีพีซี ซอว์กราสส์ มีเรื่องให้เล่ามากมายเลยทีเดียว โดยเฉพาะช็อตมหัศจรรย์ในการแข่งขันรอบสามเมื่อปี 2001 เมื่อเขาพัตต์เบอร์ดี้ลากยาวลงหลุม พร้อมกับเสียงเร้า “Better than most” จากผู้บรรยาย พลิกสถานการณ์จากที่ตามหลังแซงไปคว้าแชมป์ได้สำเร็จ

นอกจากช็อตของ ไทเกอร์ แล้ว ยังมีอีกหลายช็อตของนักกอล์ฟคนอื่นๆ ที่น่าพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นช็อตโฮล-อิน-ทรีของ เฟร็ด คัพเพิ่ลส์ ในปี 1997 จากที่ตีตกน้ำในช็อตแรก แต่มาตีลงหลุมไปเลยในช็อตที่ 3, ช็อตของ แบรด เฟเบิ้ล ในปี 1998 ที่ลูกกอล์ฟของเขาถูกนกนางนวลคาบไปตกน้ำ หรือช็อตปี 2013 ของ เซอร์จิโอ การ์เซีย ที่ตีตกน้ำสองลูกรวด เสียตำแหน่งผู้นำรวม เปิดโอกาสให้ ไทเกอร์ ได้แชมป์ในปีนั้นไปครอง

ปกติหลุม 17 มักจะเล่นกันที่ระยะ 137 หลา โดยเฉลี่ยแล้วนักกอล์ฟที่เข้าแข่งขันจะใช้พิชชิ่งเวดจ์ในการตี อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นพาร์ 3 ที่ระยะค่อนข้างสั้น แต่ความยากอยู่ที่กรีนที่ขนาดค่อนข้างเล็ก ไม่มีพื้นที่ด้านข้างช่วยหยุดลูก แถมเป็นพื้นที่เปิดที่มีต้นไม้ค่อนข้างเยอะ ทำให้ลมที่พัดในบริเวณนี้เป็นลมหมุน คาดเดาได้ยาก

และที่สำคัญคือเป็นหลุมที่ไม่เปิดโอกาสให้ผิดพลาดได้เลย

ว่ากันว่าที่หลุม 17 แห่งนี้ เมื่อรวมกับนักกอล์ฟที่แข่งขันในรายการเดอะเพลเยอร์ และนักกอล์ฟทั่วไปที่มาใช้บริการแล้ว มียอดรวมลูกกอล์ฟที่ตกน้ำรวมแล้วทั้งปีถึง 100,000 ลูกต่อปีเลยทีเดียว

สำหรับทีพีซี ซอว์กราสส์ และไอส์แลนด์กรีนนี้ ถือเป็นผลงานการออกแบบของ “พีท ดาย” สุดยอดนักออกแบบสนามกอล์ฟผู้ล่วงลับแห่ง Dye Design ซึ่งกรีนเกาะกลางน้ำนี้ได้กลายมาเป็นลายเซ็นในการออกแบบสนามกอล์ฟของเขาในเวลาต่อมา

ที่มาของไอส์แลนด์กรีนนี้ถือว่ามีความน่าสนใจไม่น้อย หรือเรียกว่ามันเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจก็ว่าได้ เนื่องจากทีแรก ดาย เองตั้งใจให้หลุมนี้เป็นพาร์ 3 แบบปกติ ที่มีแค่บ่อน้ำเป็นแค่อุปสรรคส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่เนื่องจากดินบริเวณนี้เป็นดินผสมทราย ซึ่งดีมากสำหรับการนำมาใช้ก่อสร้างทำสนามกอล์ฟ มันจึงถูกขุดจนกลายเป็นบ่อหลุมขนาดใหญ่

ในเวลานั้น พีท ดาย ที่กำลังสับสนว่าจะทำอย่างไรดีกับบ่อหลุมขนาดใหญ่นี้ และเป็นภรรยาของเขา อลิซ ดาย ที่แนะนำให้เขาสร้างเป็นกรีนเกาะกลางน้ำแทน แม้ในทีแรกตัวของ พีท ดาย จะเฉยๆ กับไอเดียนี้ แต่เขาก็สร้างมันตามที่ภรรยาแนะนำ

จนสุดท้ายไอส์แลนด์กรีนนี้ ก็ได้กลายเป็นหลุมกอล์ฟระดับตำนานของวงการกอล์ฟ ที่้เกิดขึ้นจากคำแนะนำของภรรยานั่นเอง (เชื่อเมียแล้วได้ดีว่างั้น)

ในประเทศไทยมี 3 สนามกอล์ฟที่ทีมงาน Dye Design ของ พีท ดาย เป็นผู้ออกแบบ ประกอบด้วย เขาเขียว คันทรีคลับ จ.ชลบุรี, เซาท์เทิร์น ฮิลล์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ จ.สงขลา และสุภาพฤกษ์ กอล์ฟคลับ จ.สมุทรปราการ โดยเฉพาะสนามสุดท้ายนี้เป็นเพียงสนามเดียวที่ พีท ดาย เป็นผู้ร่วมออกแบบโดยตรง

แต่ทั้ง 3 สนามกอล์ฟก็มาพร้อมลายเซ็นของ ดาย นั่นคือ “ไอส์แลนด์กรีน”

ถ้าคุณอยากสัมผัสกับความดราม่าของกรีนเกาะกลางน้ำแบบเดียวกับในการแข่งขันกอล์ฟเดอะเพลเยอร์ สามารถสัมผัสได้เลยกับทั้งสามสนามนี้…

**สั่งซื้อสินค้ากอล์ฟออนไลน์ผ่าน HotGolf Shop สอบถามสินค้าได้ที่คลิก https://line.me/R/ti/p/%40hotgolf

Advertisement