Site icon เว็บไซต์ HotGolfClub.com เว็บไซต์กีฬากอล์ฟอันดับหนึ่ง ในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ที่เป็นประโยชน์ต่อวงการกอล์ฟ และอยู่เคียงคู่กับนักกอล์ฟมายาวนานกว่า 20 ปี

“โปรแจ๊ส” เจนวัฒนานนท์ มือ 1 เอเชี่ยนทัวร์ และเหล็ก JPX919 คู่ใจของเขา

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ณ นาทีนี้เขาคือนักกอล์ฟไทยที่ทำผลงานดีที่สุดในขณะนี้ สำหรับ “โปรแจ๊ส” อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์

แม้จะเพิ่งผ่านช่วงครึ่งปีแรก แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ปี 2019 คือปีที่ยอดเยี่ยมที่สุดในชีวิตการเล่นของโปรแจ๊ส นับตั้งแต่เทิร์นโปรเมื่อปี 2010 เมื่อเป็นปีแรกที่เขาได้ชูโทรฟี่แชมป์เอเชียนทัวร์ถึง 2 รายการเลยทีเดียว รายการล่าสุดคือ ศึกโคลอน โคเรีย โอเพ่น ที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อช่วงปลายเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา

หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ โปรแจ๊สถือว่ามีฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2018 ในรายการอมตะ เฟรนด์ชิพ คัพ กอล์ฟรายการพิเศษประเภททีมระหว่างทีมไทยพบญี่ปุ่น ที่สนามกอล์ฟอมตะ สปริง คันทรี คลับ โดยโปรแจ๊สคือนักกอล์ฟไทยเพียงคนเดียวที่ชนะในทุกแมตช์ที่ลงแข่งขัน ทำแต้มให้กับทีมไทยถึง 4 แต้ม และทีมไทยก็สามารถเอาชนะทีมญี่ปุ่นไปได้ในรายการนี้

ขณะที่ต้นปี 2019 โปรแจ๊สก็ยังคงฟอร์มโดดเด่นต่อเนื่อง ด้วยการคว้าแชมป์เอสเอ็มบีซี สิงคโปร์ โอเพ่น รายการใหญ่เปิดฤดูกาลเอเชียนทัวร์ ซึ่งมีนักกอล์ฟระดับโลกอย่าง เซอร์จิโอ การ์เซีย และพอล เคซีย์ มาร่วมแข่งขันด้วย อีกทั้งยังทำให้เขาคว้าสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันในกอล์ฟเมเจอร์ ดิ โอเพ่น เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันอีกด้วย

หลังจากฟอร์มโดดเด่นในเอเชีย ก็มาถึงช่วงจังหวะเวลาในชีวิตที่โปรแจ๊สเริ่มก้าวเข้าสู่การแข่งขันในระดับโลก เมื่อชื่อของเขาถูกจับตามองอย่างมาก จากผลงานก้าวขึ้นมารั้งตำแหน่งรองผู้นำในรอบ 3 ในการแข่งขันเมเจอร์ พีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ 2019 ณ สังเวียนสุดโหดอย่างเบธเพจ แบล็ก แม้สุดท้ายเขาจะจบด้วยอันดับ 14 แต่ก็ถือว่าเป็นผลงานที่น่าประทับใจ และเกินความคาดหมายอย่างยิ่ง

อะไรคือจุดเปลี่ยนของเขา? ต้องยอมรับว่า “โปรแจ๊ส” ผลงานดีขึ้นมาแบบก้าวกระโดด ทั้งที่เริ่มต้นปีด้วยอันดับสูงกว่าท็อป 100 และปัจจุบันขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 53 ของเวิล์ดแรงกิ้ง (อัพเดต: 21/07/62) นอกจากนี้ยังก้าวขึ้นเป็นนักกอล์ฟมือหนึ่งของเอเชี่ยนทัวร์ รวมถึงการขยับขึ้นเป็นนักกอล์ฟทำเงินรางวัลสูงสุดในเจแปนทัวร์ ด้วยตัวเลขเงินรางวัลสะสมล่าสุดอยู่ที่ 56 ล้านเยน โดยสาเหตุสำคัญที่เจ้าตัวเผยออกมาเอง นั่นก็คือ การได้ทำงานร่วมกับ พีท โคเวน โค้ชสวิงชื่อดังของโลก ที่เคยทำงานร่วมกับนักกอล์ฟแถวหน้าอย่าง รอรี่ แม็คอิลรอย, เฮนริค สเตนสัน หรือ ลี เวสต์วูด มาแล้ว

หลังจากได้พบกับ โคเวน ในการแข่งขันดิโอเพ่นเมื่อปีที่แล้ว แม้ครั้งนั้นเขาจะไม่ผ่านการตัดตัว แต่ฟอร์มหลังจากนั้นของโปรแจ๊สก็มีพัฒนาการขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมด้วยการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ในถุงอีกเล็กน้อย อาทิ เหล็กที่เปลี่ยนมาใช้ Mizuno JPX919 รุ่น Tour รวมถึงพัตเตอร์ที่เปลี่ยนมาใช้ Odyssey แบบกริพ Arm Lock ตามคำแนะนำของ โคเวน นั่นเอง

ถ้าว่าไปแล้ว โปรแจ๊สไม่ใช่นักกอล์ฟไทยเพียงคนเดียวที่ โคเวน ปลุกปั้นให้ผลงานดีขึ้น อีกคนหนึ่งก็คือ “โปรอาร์ม” กิรเดช อภิบาลรัตน์ ที่ก็พัฒนาขึ้นจนกลายเป็นนักกอล์ฟประวัติศาสตร์คนไทยคนแรกที่คว้าทัวร์การ์ดของพีจีเอทัวร์ไปแล้วก่อนหน้านี้…และนี่อาจเป็นแนวทางที่อาจทำให้นักกอล์ฟไทยหลายคน “กล้า” ที่จะเดินรอยตาม ด้วยการเลือกใช้โค้ชต่างชาติที่ได้รับการยอมรับ เพื่อบีบเค้นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวของพวกเขาให้ออกมาให้หมด เหมือนเช่นทั้ง โปรอาร์ม และโปรแจ๊ส ที่กำลังโดดเด่นในเวทีกอล์ฟโลกขณะนี้

ย้อนกลับมาที่โปรแจ๊ส จากทั้งหมดนี้คงยากที่จะปฏิเสธได้ว่า เขาคือนักกอล์ฟไทยที่ร้อนแรงที่สุดของไทยในขณะนี้ และผลงานที่ผ่านมาในรายการ ดิ โอเพ่น ที่รอยัล พอทรัช เขาก็เล่นอย่างสุดความสามารถ แม้จะไม่ผ่านการตัดตัวก็ตาม ขณะที่หลังจากนี้ยังมีอีกหนึ่งเป้าหมายที่กองเชียร์ต้องมาตามลุ้นกันต่อคือ การมีชื่อเข้าไปติดทีมนานาชาติของศึกเพรซิเด้นท์คัพที่จะแข่งขันกันที่สนามกอล์ฟรอยัล เมลเบิร์น กอล์ฟ คลับ ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 12-15 ธันวาคมปลายปีนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตให้ได้

และมารอลุ้นกันต่อหลังจากนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ และไม่แน่ว่า นักกอล์ฟฟอร์มแรง ผลงานโดดเด่นอย่าง “โปรแจ๊ส” อติวิชญ์ เจนวัฒนานนท์ ในวัย 23 ปีคนนี้ เขาอาจจะสร้างประวัตติศาสตร์ต่อจากรุ่นพี่อย่าง “โปรอาร์ม” กิรเดช อภิบาลรัตน์ ด้วยการเป็นนักกอล์ฟไทยคนที่ 2 ที่สามารถคว้าทัวร์การ์ดพีจีเอทัวร์ได้สำเร็จก็เป็นได้…

รู้จัก Mizuno JPX919 เหล็กที่ร้อนแรงที่สุดในทัวร์เวลานี้ของ “โปรแจ๊ส”

มีหลากหลายปัจจัยสำคัญที่ส่งให้ โปรแจ๊ส ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในปี 2019 หนึ่งในนั้นคือ การปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ในถุงที่เจ้าตัวเลือกใช้ไม้จากหลากหลายแบรนด์มาผสมกัน และถือเป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในทัวร์ เมื่อเปิดโอกาสให้นักกอล์ฟสามารถใช้อุปกรณ์จากแบรนด์ใดก็ได้โดยต้องติดสัญญา

แต่หนึ่งในอุปกรณ์ที่โดดเด่นที่สุดต้องยกให้กับเหล็ก Mizuno JPX919 โมเดล Tour ที่ โปรแจ๊ส ใช้มาอย่างต่อเนื่องเมื่อปลายปีก่อน และเป็นโมเดลเดียวกันกับที่ บรูคส์ เคปก้า นักกอล์ฟหมายเลข 1 ของโลกคนปัจจุบันเลือกใช้อยู่ด้วยเช่นกัน

สำหรับ JPX919 Tour ถือเป็นโมเดลชูโรงจากซีรี่ส์ JPX919 ใหม่ล่าสุดจาก Mizuno มีจุดเด่นด้วยการเป็นเหล็กที่ถูกออกแบบมาเพื่อนักกอล์ฟมือดีโดยเฉพาะ มีการพัฒนามาจากฟีดแบ็คของผู้เล่นในทัวร์โดยตรง ทำให้ดีไซน์เป็นเหล็กแบบทัวร์อย่างแท้จริง ด้วยขนาดกะทัดรัด สันใบบาง และผลิตจากสุดยอดวัสดุ 1025 E mid carbon steel แบบชิ้นเดียว โดยเป็นเหล็กที่มีความหนาแน่นกว่าเหล็กทั่วไปที่นำมาใช้ผลิตไม้กอล์ฟถึง 6 เท่า รวมถึงผลิตด้วยกระบวนการเฉพาะอย่าง Grain Flow Forged HD (High density) อันขึ้นชื่อของ Mizuno ณ โรงงานในเมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้คุณภาพเนื้อเหล็กที่ละเอียดและแน่นที่สุด เพื่อการควบคุมได้อย่างแน่นอน และแม่นยําสูงสุด

นอกจาก JPX919 Tour จะเป็นเหล็กที่เน้นการคอนโทรลมากที่สุด แต่ฟีลลิ่งความนุ่มนวลอันเป็นจุดเด่นของ Mizuno ก็ยังมีอยู่ในรุ่นนี้ ด้วยการออกแบบเพิ่มโครงสร้างส่วนโพรงที่โคน เพื่อช่วยให้ใบเหล็กนิ่งและลูกลอยง่ายขึ้น รวมถึงช่วยลดแรงสั่นสะเทือนเพื่อให้ผู้เล่นได้รู้สึกถึงความนุ่มนวลในจังหวะอิมแพ็คมากที่สุด

JPX919 Forged
JPX919 Forged เป็นเหล็กที่ถูกพัฒนาให้ผสมผสานทั้งด้านประสิทธิภาพและความนุ่มนวลเข้ารวมกันได้อย่างลงตัวมากที่สุด ด้วยการเลือกใช้วัสดุ 1025 Boron ที่มีจุดเด่นอยู่ที่การให้ความนุ่มนวล แต่หนักแน่น โดยได้เสริม Boron ซึ่งแข็งกว่าวัสดุ 1025 แบบปกติมากถึง 30% ทําให้สามารถออกแบบใบเหล็กให้บางและยืดหยุ่นได้มากขึ้น รวมทั้งยังทําให้การออกแบบสามารถจัดวางน้ำหนักได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งยังได้ เพิ่มค่า COR ที่ออกแบบด้านหลังของใบเหล็กด้วยกระบวนการแบบ CNC ในการทําโพรงแบบ Micro Slot เพื่อลด ส่วนหนาของใบเหล็กให้มีขนาดบางมากยิ่งขึ้น ทําให้บอลสปีดได้เร็วมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังช่วยให้สามารถ วางจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลงและลึกยิ่งขึ้น ซึ่งจะทําให้ผู้เล่นสามารถตีลูกลอยได้อย่างง่ายดาย

JPX919Hot Metal
JPX919Hot Metal เป็นโมเดลเหล็กที่เน้นคุณสมบัติการสร้างระยะทางอย่างเต็มที่ ด้วยการเลือกใช้วัสดุ Chromoly 4140 M ที่มีความยืดหยุ่นสูงช่วยให้สามารถออกแบบหน้าเหล็กให้มีความหนาบางต่างจุด ทำให้สร้างแรงดีด COR และขนาดพื้นที่ของ COR ได้สูงสุด สามารถเร่งบอลสปีดได้สูง และสร้างระยะทางได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนในการเป็นเหล็กที่ใช้งานง่าย ด้วย MOI สูง และให้ไฟลท์บอลที่เหินโด่ง ตีลูกลอยได้ง่าย เสริมด้วยรูปทรงใบที่ใหญ่หนา แต่ไม่ดูเทอทะ และมีดีไซน์แบบไล่ระดับ ที่ให้ความกะทัดรัดเหมาะกับการใช้งานมากขึ้นในเหล็กทำสกอร์