SHARE

จบลงไปอย่างน่าประทับใจอีกปี สำหรับการแข่งขันฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2018 กับแชมป์ของ “เจสซิก้า คอร์ด้า” ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดทั้ง 4 วัน จนคว้าแชมป์ไปด้วยสกอร์รวมที่เป็นสถิติของการแข่งขันที่ 25 อันเดอร์พาร์ 263

คอร์ด้า วัย 25 ปีลงเล่นที่สนามสยาม คันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์ส เป็นรายการแรก หลังหายเจ็บจากที่เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดขากรรไกรเมื่อปลายปีก่อน ที่ส่งผลให้เธอต้องมีน็อตถึง 27 ตัวยึดอยู่บนใบหน้า หลังมีปัญหาในส่วนของซีกหน้าขวาที่ส่งผลต่อการมองเห็น และไม่ได้ลงเล่นเลยนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

แต่ในที่สุด คอร์ด้า ก็ฝ่าฟันกับอาการบาดเจ็บจนหายดี และสามารถกลับมาลงเล่นได้อีกครั้ง ก่อนจะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อขึ้นนำตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย คว้าแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ครั้งที่ 12 นี้ไปครอง อีกทั้งยังสร้างสถิติด้านสกอร์รวมอีกด้วย

เกมการเล่นของ คอร์ด้า ถือว่าสมบูรณ์แบบในทุกช็อต โดยเฉพาะช็อตไดร์ฟด้วยไดรเวอร์ Callaway GBB Epic ที่ช่วยให้เธอสามารถบุกสู้สองออนในหลุมพาร์ 5 ได้หลายครั้ง โดยเฉพาะช็อตที่น่าจดจำคือ ช็อต 2 ที่หลุม 18 พาร์ 5 ในรอบที่ 2 ที่เธอทำสองออนเก็บอีเกิ้ล และกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ทิ้งห่างคู่แข่งไปถึง 4 สโตรก

คอร์ด้า ยังคงเชื่อมั่นในไดรเวอร์ Epic เช่นเดียวกับในส่วนของหัวไม้แฟร์เวย์ กับไดรเวอร์ที่มีจุดเด่นอยู่ที่เทคโนโลยี Jailbreak แท่งคาร์บอนทรงกลม 2 แท่งภายในหัวไม้ใกล้กับหน้าไม้ เชื่อมกับทั้งฝั่งท้องไม้และกระดอง เพื่อลดการยืดหยุ่นและเสียพลังงาน ทำให้หน้าไม้สะสมพลังงานไว้ได้อย่างเต็มที่ และปลดปล่อยพลังออกมาช่วยให้ลูกกอล์ฟทำระยะไปได้ไกลยิ่งขึ้น และนั่นช่วยให้ คอร์ด้า ไดร์ฟได้อย่างทรงพลัง จนสามารถตัดด็อกเลกได้หลายหลุม

อีกทั้งในรอบ 2 คอร์ด้า ยังสร้างสถิติทำ 10 อันเดอร์พาร์ อันเป็นสถิติต่ำที่สุดของการแข่งขัน และนั่นมาจากการพัตต์อันแน่นอนจากสถิติพัตต์เพียง 21 พัตต์เท่านั้น

สำหรับพัตเตอร์ คอร์ด้า ใช้พัตเตอร์ Scotty Cameron Newport ที่ทาง Scotty Cameron เพิ่้งลอนช์รุ่นใหม่สำหรับให้นักกอล์ฟทั่วไปได้ซื้อใช้ออกมาสดๆ ร้อนๆ ร่วมกับโมเดลอื่นในซีรี่ส์ 2018 Select โดยนอกจากจะเป็นรูปทรงยอดนิยมของทั้งนักกอล์ฟในทัวร์และนักกอล์ฟสมัครเล่น รุ่นใหม่นี้ยังมีเทคโนโลยีที่โดดเด่นอย่าง Four-Way Balance Sole Design ที่มีการดีไซน์จุดสมดุลในพัตเตอร์แต่ละโมเดลให้นักกอล์ฟสามารถจรดพัตเตอร์ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

ถึงแม้จะเป็นการดับฝันกองเชียร์ชาวไทยอีกครั้ง แต่ก็ต้องยอมรับว่า “เจสซิก้า คอร์ด้า” คู่ควรอย่างยิ่งสำหรับการคว้าแชมป์ครั้งนี้ โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงว่านี่เป็นการโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งที่เป็นเพียงรายการแรกที่ลงเล่นหลังหายจากการบาดเจ็บ

แต่เชื่อว่าโอกาสที่เราจะได้เห็นนักกอล์ฟสาวไทยได้ชูโทรฟี่แชมป์บนบ้านเกิดคงอีกไม่นานเกินรออย่างแน่นอนครับ!!…

What’s in Bag / Jessica Korda
Driver: Callaway GBB Epic (10.5 degrees)
Shaft: Mitsubishi Diamana S+ 60S
3 Wood: Callaway GBB Epic Sub Zero (15 degrees)
Shaft: Fujikura Motore Speeder VC 7.2 Tour Spec S-Flex
Hybrid: TaylorMade M1 2016 (21 degrees)
Shaft: Fujikura Speeder Evolution 869
Irons: PXG 0311T (4-PW)
Shaft: True Temper Dynamic Gold 105 Tour Issue S400
Wedges: Titleist Vokey SM6 (52-08 F Grind, 56-10 S Grind, 60-07 S Grind)
Shaft: Nippon N.S. Pro Modus3 105 Wedge
Putter: Scotty Cameron Newport
Golf Ball: Titleist Pro V1