SHARE

“เฮ้ย เมื่อวานไปเล่นกอล์ฟมา โอ้โฮ…  สนามสวยมาก  แต่เวลาพัตต์ กรีนโคตรฝืดเลย” เชื่อว่า เป็นประโยคคำพูดที่นักกอล์ฟ แทบทุกๆ คน จะต้องเคยพูดออกมา ในการเลือกสนามที่จะไปอกรอบนั้น ส่วนหนึ่งที่จะถูกตั้งคำถามคือ กรีนมีสภาพเป็นอย่างไร ทั้งความสมบูรณ์ สีสันของหญ้า และความเร็วของกรีน โดยเฉพาะสนามที่ใช้ในการแข่งขันนั้น ความเร็วของกรีน (Stimpmeter) จะต้องคงที่เสมอ

การดูแลรักษาหญ้าบนกรีนนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย และก็ไม่ยากเกินไป หลายๆ สนามจึงทุ่มเทการดูแลรักษาหญ้าบนกรีนให้ดีกว่าทุกพื้นที่ ขึ้นอยู่กับความรู้ ความชำนาญ รวมถึงประสบการณ์ของผู้ดูแลสนามกอล์ฟนั้น มีบางสนามที่บริหารจัดการสนามโดยรวมที่ดี แต่คุณภาพของกรีนไม่ได้คุณภาพ แต่มีบางสนาม การบริหารจัดการพอใช้ได้ แต่มีการดูแลรักษากรีนดีมาก

ในการรักษาคุณภาพของหญ้ากรีนนั้น นอกจากจะมีการทำเขตกรรมต่างๆ ที่จำเป็น เช่น การคลอริง การเวอร์ติคัต และการท็อปทรายนั้น ระดับความสูงของการตัดหญ้าก็เป็นองค์ประกอบสำคัญของความเร็วในการพัตต์ลูกบนกรีน ยิ่งตัดหญ้าสั้น กรีนก็ยิ่งไวขึ้น นอกจากนั้นยังรวมถึงการบดอัดกรีน และที่สำคัญคือ ผู้ดูแลรักษาสนามส่วนมากจะฉีดพ่นสารชะลอการเจริญเติบโต (Plant Growth Retardants) อยู่ในกลุ่มสารเคมี Cyclohexanedione Derivatve คุณสมบัติหลักของสารกลุ่มนี้คือ ยับยั้งการทำงานของฮอร์โมนจิบเบอเรลลิน

ประโยชน์ของสารชะลอการเจริญเติบโต มีผลลดการยืดตัวของเซลล์ ทำให้ปล้องสั้น ลดความสูงของต้นหญ้า ทำให้พืชทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น ร้อนจัด เย็นจัด เป็นต้น ใช้การฉีดพ่นทุกๆ 14 วัน/ครั้ง ปริมาณการใช้สารเคมี ในอัตรา 60 ซีซี ต่อ พื้นที่ 1,600  ตรม. ผสมน้ำ ฉีดพ่น การใช้สารชะลอการเจริญเติบโต จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยควบคุมความเร็วของกรีนตามความต้องการได้เป็นอย่างดี ดังนั้นผู้ดูแลรักษาสนามกอล์ฟส่วนมากจึงต้องพึ่งสารเคมีชนิดนี้

สนามกอล์ฟ ไม่ว่าจะเป็นสนาม 4 ดาว หรือ 5 ดาว จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อันหรูหราทันสมัย มีบริการที่เลิศหรูก็ตาม หากแต่การดูแลรักษาสิ่งสำคัญ สิ่งที่เป็นเสน่ห์ของสนาม ที่เรียกว่ากรีนกอล์ฟไว้ไม่ได้ ไม่ดี ไม่สวยงาม ไม่เรียบเนียน และที่สำคัญที่สุดคือ กรีนไม่วิ่ง แล้วคุณค่าของสนามกอล์ฟจะมีไว้เพื่ออะไร ดังนั้น หัวใจสำคัญที่สุดคือการดูแลรักษากรีนให้ดีทีสุด ถึงสนามไม่เลิศหรู แต่กรีนสามารถเลิศหรูได้ครับ

เรื่องโดย: โปรประหยัด ชินราช #324