SHARE

เท่าที่ผมจำได้นักกอล์ฟใน PGA TOUR ที่ประสบความสำเร็จกับการใช้กริพพัตเตอร์ที่มีขนาดใหญ่นั้นก็คือ KJ CHOI และกริพยี่ห้อนี้ก็เป็นที่นิยมในวงการกอล์ฟบ้านเราเป็นอย่างมากในขณะนั้น แล้วขนาดของกริพมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับการพัตต์

ในการทำฟิตติ้งของพัตเตอร์นั้น นอกจากความยาว และแบบของพัตเตอร์จะมีอิทธิพลต่อสโตรกในการพัตต์ของเราแล้ว ขนาดของกริพก็เป็นส่วนสำคัญในการฟิตติ้งพัตเตอร์ด้วยเช่นกัน เพราะมันจะมีความเกี่ยวข้องกับไล (lie) ของพัตเตอร์ด้วย โดยขนาดของกริพที่ใหญ่ขึ้น จะทำให้ไลของพัตเตอร์นั้นเปลี่ยนแปลงชันขึ้นขึ้นประมาณ 1 องศา (ปกติจะอยู่ที่ 70-72 แล้วแต่ยี่ห้อ) ซึ่งตรงนี้อาจจะมีอิทธิพลไม่มากเท่าใดนัก ซึ่งจะแตกต่างกับดีไซน์ และความยาวของพัตเตอร์ที่มีความสำคัญโดยตรงกับธรรมชาติในการสโตรกพัตเตอร์ของท่าน

แต่ขนาดของกริพนั้นจะอยู่ที่เรื่องของความรู้สึก และความต้องการของนักกอล์ฟมากกว่า หลายท่านอาจมองว่าการเปลี่ยนกริพในปัจจุบันเป็นเรื่องของแฟชั่น เพราะทั้งดีไซน์ และสีสรรของกริพพัตเตอร์ในปัจจุบันเป็นอะไรที่ดึงดูดใจอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าจะให้แนะนำ ผมขอให้เลือกที่ความรู้สึกของนักกอล์ฟเป็นหลักครับ ถึงแม้ว่าขนาดของกริพที่ใหญ่ขึ้น จะสามารถลดการใช้ข้อมือ และทำให้มุมเข้าปะทะ รวมถึงจังหวะในการพัตต์มีความสม่ำเสมอขึ้นก็ตาม แต่ความรู้สึกหรือฟิลลิ่งในการพัตต์นั้น ยังเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่สุด กริพที่มีขนาดเล็กกว่า จะทำให้นักกอล์ฟรู้สึกถึงการให้น้ำหนัก (สปีด)

ผมเชื่อว่าท่านคงเคยเห็นการพัตต์สะบัดปากหรือพัตต์ได้ระยะที่ถูกต้องแต่ลูกไม่เลี้ยว นี่แหละครับคือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับการให้น้ำหนักหรือให้สปีดที่ไม่ถูกต้อง แต่ในทางกลับกัน ถ้าเราให้ทิศทางผิดเล็กน้อยแต่ให้น้ำหนักหรือสปีดที่ถูกต้อง ลูกกอล์ฟอาจจะกลิ้งลงหลุมในด้านข้างหรือวนลงทางด้านหลังก็เป็นได้ นี่คือที่มาของคำพูดที่ว่า “Speed is more important than line” ในการพัตต์ระยะสั้น

ดังนั้น ขนาดของกริพไม่ว่าจะเป็นแบบเล็ก ธรรมดา หรือแบบใหญ่ อย่างไรนั้นก็สามารถใช้ได้เหมือนกันหมดครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของนักกอล์ฟมากกว่า หลักวิชาการหรือความเชื่อต่างๆ อาจเป็นเพียงข้อแนะนำเพียงเท่านั้น เพราะในการพัตต์ เราจะเน้นที่ความรู้สึกของนักกอล์ฟเป็นหลัก พบกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีครับ

เรื่องโดย: โปรกอล์ฟ ฐิติพงษ์ ณ สงขลา #323