SHARE

เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมาตลอดในกลุ่มของนักกอล์ฟที่จริงจังกับเกมว่าระหว่าง “กล้องเลเซอร์วัดระยะ” และ “กอล์ฟจีพีเอส” อะไรดีกว่ากัน นักกอล์ฟหลายท่านอาจชอบกอล์ฟจีพีเอสที่มีฟังก์ชั่นหลายอย่างอยู่ในตัว หรือการที่สามารถระยะและขนาดของกรีนได้อย่างครอบคลุม ขณะที่บางท่านอาจเลือกกล้องวัดระยะที่สามารถจับระยะของธงได้ทันที โดยไม่ต้องไปบวกลบระยะเพิ่มเติมแต่อย่างใด

แต่จะดีกว่าไหมถ้าใช้ทั้งสองด้วยกันไปเลย และนั่นคือแนวคิดของ “Bushnell” แบรนด์กล้องวัดระยะอันดับ 1 ของกีฬากอล์ฟ เมื่อพวกเขาตัดใจพัฒนากล้องรุ่น Bushnell Hybrid ออกมาวางขาย ด้วยการรวมคุณสมบัติของกล้องเลเซอร์วัดระยะและจีพีเอสเข้าด้วยกัน ด้วยคอนเซ็ปต์เป็นอุปกรณ์ที่สามารถให้ข้อมูลเรื่องระยะกับนักกอล์ฟก่อนเล่นได้มากที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หรือ “See Distance Like Never Before”

ถึงแม้นี่จะไม่ใช่ครั้งแรกที่ Bushnell พัฒนากล้องแบบไฮบริดที่มีคุณสมบัติของทั้งสองระบบออกมาวางขาย แต่มันเป็นครั้งแรกที่ผู้ใช้งานจะสามารถเห็นระยะของหน้ากรีนและหลังกรีนผ่านการส่องกล้องได้ทันที เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนสำหรับนักกอล์ฟก่อนเล่นช็อตขึ้นกรีน

นอกจากนี้ Bushnell ยังใส่เทคโนโลยีมาแบบจัดเต็มในกล้องไฮบริดรุ่นนี้ ไม่ว่าจะระบบสั่นเตือนเมื่อจับธงได้ หรือ PinSeeker with JOLT Technology, ระบบกันน้ำ, ระบบซูม 5 เท่า, ความแม่นยำ +/- 1 หลา และระยะยิงธงถึง 400 หลา

ส่วนตัวจีพีเอสมีข้อมูลสนามกอล์ฟถึง 36,000 สนามจาก 30 ประเทศ, หน้าปัดด้านข้างบอกระยะกรีนทั้งหน้ากรีน กลางกรีน และหลังกรีน ซึ่งจะช่วยในการเล่นแบบ Blind Shot, บอกระยะอุปสรรคมากถึง 4 จุดต่อหลุม, ระบบอัพเดทสนามกอล์ฟผ่านบลูทูธ และระบบตรวจจับสนามกอล์ฟและหลุมที่กำลังเล่นอยู่แบบแบบอัตโนมัติ

ขณะที่ Bushnell Hybrid จะใช้แหล่งพลังงานแยกกัน หรือ Dual Power Technology ระหว่างกล้องเลเซอร์วัดระยะที่ใช้ถ่าน CR2 ส่วนจีพีเอสจะใช้การชาร์จผ่าน USB และส่งผลให้ยังสามารถใช้กล้องวัดระยะได้แม้จะไม่ได้ชาร์จแบตเตอรี่ในส่วนของจีพีเอสมาก็ตาม หรือในกลับกันก็ยังสามารถใช้ระบบจีพีเอส ในกรณีที่พลังงานของฝั่งเลเซอร์วัดระยะหมด

รายละเอียดเพิ่มเติมของ Bushnell Hybrid สามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้โดยตรงที่ บริษัท ลีโอเนียน (ประเทศไทย) จำกัด โทร.02-056-1880